ปิดฉากไอดอลคริปโต! DSI ฟัน "แทนไท" พร้อมพวก 11 ราย คดีเว็บเถื่อน-ฟอกเงินหมื่นล้าน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการไล่ล่า 11 ผู้ต้องหาในคดีพิเศษ 64/2567 เครือข่ายพนันออนไลน์ที่สร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยยังหลบหนีอยู่ 7 ราย รวมถึง "แทนไท ณรงค์กุล" ที่รู้จักกันในฐานะ "ไอดอลคริปโต" และซีอีโอกลุ่มบริษัท Thai Time Capital Group Holdings ซึ่งปัจจุบันได้ออกนอกประเทศไปแล้ว
🔍 DSI ตั้งคดีพิเศษ — พยานหลักฐานกว่า 12,816 แผ่น
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ยื่นสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 รวมทั้งสิ้น 39 แฟ้ม รวมพยานหลักฐาน 12,816 แผ่น ต่อพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องผู้ต้องหา 11 ราย
ณ ปัจจุบัน มีผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่แล้ว 4 ราย ส่วนอีก 7 ราย ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือ "แทนไท ณรงค์กุล" ชื่อดังจากแวดวงธุรกิจและโซเชียลมีเดียคริปโตไทย
🎰 เครือข่ายขยายผลพนัน — เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
คดีนี้สืบเนื่องจากการขยายผลเครือข่ายแจกจ่ายสิทธิ์ Affiliate (รูปแบบการตลาดที่ได้รับค่าคอมมิชชันจากการชักชวนลูกค้า) ผ่านแพลตฟอร์มพนันออนไลน์รายการต่างๆ รวมถึง Bet365 (เว็บพนันกีฬาชื่อดังระดับสากล)
กลุ่มขบวนการดังกล่าวจ้างอินฟลูเอนเซอร์และแนวร่วม ร่วมกันสร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท โดยใช้กลวิธีหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ พร้อมนำระบบ URL Redirect (การเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ) ส่งลูกค้า VIP เข้าสู่สล็อตออนไลน์และเว็บพนันโดยตรง
💸 ฟอกเงินผ่านระบบดิจิทัล — มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท
ขบวนการมีการใช้ช่องทางดิจิทัลรับโอนเงินเข้าระบบมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่ง DSI ระบุว่าอาศัยช่องทางทางการเงินแบบออนไลน์ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟอกเงิน
ทั้งนี้ ภายใต้ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 DSI มีอำนาจในการติดตามบังคับทางคดีต่อผู้ต้องหาที่หลบหนีออกนอกประเทศ และขยายผลการอายัดทรัพย์สินได้แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ต่างแดน
👤 "แทนไท ณรงค์กุล" — จากไอดอลคริปโตสู่ผู้ต้องหาหลักหนีต่างแดน
แทนไท ณรงค์กุล มีพื้นหลังทางการศึกษาด้านบริหารธุรกิจและสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO ของบริษัท Thai Time Capital Group Holdings อย่างรวดเร็ว และสร้างภาพลักษณ์สาธารณะในฐานะ "ไอดอลคริปโต" ผู้พูดถึงแนวโน้มธุรกิจเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) และ Crypto (คริปโตเคอเรนซี่) โดยอ้างตนเป็นนักลงทุนที่ช่วยให้คนธรรมดาเข้าถึงอิสรภาพทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไป เพราะเขาถูกจับกุมครั้งแรกในข้อหาเกี่ยวกับเครือข่ายพนันออนไลน์ตั้งแต่ ปี 2563 และคดีได้บานปลายสู่ระดับ "คดีพิเศษ" ในปี 2569 โดยขณะนี้เขาหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว พร้อมทรัพย์สินที่ต้องสงสัยมูลค่าสูงถึง 4,500 ล้านบาท
(หมายเหตุ: ผู้ต้องหายังไม่ได้รับการพิพากษาจากศาล ทุกข้อกล่าวหาถือเป็นการตั้งข้อหาเพื่อดำเนินคดี ไม่ใช่คำตัดสินความผิด)
⚠️ บทเรียนจากกรณีนี้ — อินฟลูเอนเซอร์คริปโตไม่ใช่ทุกคนที่น่าไว้วางใจ
คดีนี้ตอกย้ำอีกครั้งถึงความเสี่ยงของการที่บุคคลหนึ่งสร้างภาพลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและคริปโตในโลกออนไลน์ โดยอาศัยความเชื่อถือจากสาธารณะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย ทั้งยังใช้เครื่องมือดิจิทัล อาทิ สินทรัพย์ดิจิทัล และระบบเปลี่ยนเส้นทาง URL เป็นองค์ประกอบสำคัญในการปิดบังร่องรอยทางการเงิน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการใช้คริปโตในการฟอกเงินของเครือข่ายอาชญากรรม
👉 บุกจับ 8 ร้านแลกคริปโตเถื่อน! เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: MGR Online (https://www.mgronline.com/crime/detail/9690000034617)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดี "แทนไท ณรงค์กุล" เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ภาพลักษณ์ "ไอดอลคริปโต" ในโลกโซเชียลมีเดียนั้นไม่ได้รับประกันความน่าเชื่อถือในโลกความเป็นจริงเสมอไป ผู้สนใจลงทุนหรือติดตามบุคคลในแวดวงคริปโตควรตรวจสอบประวัติและความโปร่งใสของบุคคลนั้นอย่างรอบด้านก่อน ในแง่ของกระบวนการยุติธรรม การที่ DSI สามารถอาศัย พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ไล่ล่าและอายัดทรัพย์สินข้ามชาติได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากรอบกฎหมายไทยเริ่มทันต่อรูปแบบอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัลยุคใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: DSI, พนันออนไลน์, ไอดอลคริปโต, แทนไท ณรงค์กุล, ฟอกเงินคริปโต, คดีพิเศษ, Digital Asset Thailand, Crypto Crime Thailand
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com