
Dogecoin เตรียมมี Smart Contract! DogeOS เปิด Testnet ZK Rollup ใช้ DOGE จ่ายค่าธรรมเนียม แต่ยังพึ่งตัวกลาง
DogeOS เปิดตัว Testnet สาธารณะเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อพา Smart Contract (โปรแกรมที่ทำงานอัตโนมัติบนบล็อกเชน) แบบเดียวกับ Ethereum มาใช้บน Dogecoin ซึ่งปกติไม่มีความสามารถนี้ในตัว ตามรายงานของ The Block โดย DogeOS เป็น ZK Rollup (ระบบที่ประมวลผลธุรกรรมนอกเชนหลักแล้วส่งหลักฐานทางคณิตศาสตร์กลับไปยืนยัน) ที่เข้ากันได้กับ EVM (เครื่องเสมือนที่ Ethereum ใช้ทำงานกับ Smart Contract) และใช้เหรียญ DOGE จ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรม ขณะที่ DOGE ซื้อขายราว 0.094 ดอลลาร์ (ราว 3.17 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 33.57 บาทต่อดอลลาร์)
ใครอยู่เบื้องหลัง DogeOS
The Block ระบุว่า DogeOS สร้างโดยทีมเดียวกับกระเป๋าเงิน MyDoge ไม่ใช่ผลงานของมูลนิธิ Dogecoin (Dogecoin Foundation) โดยทีมนี้เคยประกาศระดมทุนรอบ 6.9 ล้านดอลลาร์ (ราว 232 ล้านบาท) นำโดย Polychain Capital เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 อย่างไรก็ตาม ทิโมธี สเตบบิง (Timothy Stebbing) กรรมการมูลนิธิ Dogecoin ให้ความเห็นสนับสนุนโครงการนี้ ทำให้เห็นว่าฝั่งมูลนิธิไม่ได้ปฏิเสธแนวทางดังกล่าว
"ความบริสุทธิ์ของบัญชีแยกประเภทชั้น L1 ต้องคงอยู่ ขณะที่เราเพิ่มการใช้งานไว้ที่เลเยอร์เหนือขึ้นไป และนั่นคือสิ่งที่ DogeOS หมายถึงสำหรับผม"
— ทิโมธี สเตบบิง กรรมการมูลนิธิ Dogecoin (ตามที่ Decrypt รายงาน)
ด้านจอร์แดน เจฟเฟอร์สัน (Jordan Jefferson) ซีอีโอ DogeOS กล่าวว่า "เรามุ่งเน้นที่ Testnet สาธารณะ เพื่อให้นักพัฒนามีเวลาสร้างและทดสอบแอปพลิเคชัน ขณะที่เราตรวจสอบเครือข่าย" และประกาศว่าจะเปิดเผยไทม์ไลน์ Mainnet เมื่อถึงหลักไมล์ถัดไปของการพัฒนา ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศวันเปิด Mainnet
มีแอปอะไรมาลองบ้าง
ตามข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ผ่าน GlobeNewswire ทีมที่กำลังสร้างแอปบน DogeOS ประกอบด้วย Barkswap (เทรดและสภาพคล่อง) Superposition Finance (ปล่อยกู้) Derps (ตลาดซื้อขายสัญญา Perpetual) Split Markets (ออปชัน) USDoge (สเตเบิลคอยน์) Snag (ตลาดทำนายผล) Anoncoin และ Starbase (ช่องทางเปิดตัวเหรียญ) รวมถึงเกมและแอปผู้บริโภคอย่าง Doge Escape, PlaysOut และ DogeFundMe ตามข้อมูลจาก Decrypt นักพัฒนาใช้เหรียญทดสอบได้จาก Faucet ที่แจกวันละ 42.069 DOGE ทดสอบ ข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ระบุจำนวนนักพัฒนาหรือแอปที่ใช้งานจริง
ข้อจำกัดสำคัญ: ยังไม่ใช่ระบบไร้ตัวกลาง
The Block ชี้ว่า Dogecoin ยังไม่สามารถตรวจสอบหลักฐาน ZK ได้เอง ดังนั้นในช่วงนี้ DogeOS พึ่งพาสภาพแวดล้อมประมวลผลที่เชื่อถือได้ (Trusted Execution Environment) ผู้ตรวจสอบ (Validator) และ Sequencer (ตัวเรียงลำดับธุรกรรม) ที่มีสิทธิ์จำกัดเฉพาะบางราย การโอนสินทรัพย์ข้ามสะพาน (Bridge) ต้องมีหลักฐานที่ถูกต้อง ลายเซ็นเสียงข้างมากจากผู้ตรวจสอบ และการอนุมัติจากผู้ลงนามใน TEE พร้อมกัน
ทางออกระยะยาวที่ DogeOS เสนอคือการอัปเกรด Dogecoin Core (ซอฟต์แวร์หลักของเครือข่าย) ให้ตรวจสอบหลักฐาน ZK ได้โดยตรง ซึ่งทีม DogeOS ยื่นข้อเสนอไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่ยังไม่มีการนำไปใช้ และ Decrypt รายงานว่าไม่มีกลไกการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการสำหรับการตัดสินใจเรื่องนี้ Decrypt ยังระบุว่า DOGE ลดลงราว 75% จากจุดสูงสุดตลอดกาล และอยู่ในแนวโน้มขาลงที่ยืนยันแล้ว ส่วน The Block ระบุว่าราคาลดลงราว 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานความเคลื่อนไหวของ Dogecoin ไว้ก่อนหน้านี้
👉 ปิดฉาก! Bitwise เลิกกิจการ Dogecoin ETF ไม่ถึงปี ขาดทุนยับ 38% เงินไหลเข้าเหลือ 3 แสนดอลลาร์
👉 Dogecoin รุกหนัก! เปิดตัวแอป 'Such' ต้นปี 2026 หนุนใช้ DOGE ซื้อของจริง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block, Decrypt, GlobeNewswire
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ที่ผ่านมา Dogecoin ถูกใช้เป็นเหรียญโอนและเหรียญมีมเป็นหลัก การมี Smart Contract ทำให้ DOGE มีโอกาสถูกใช้เป็นค่าธรรมเนียมในแอปเทรด ปล่อยกู้ และเกม ซึ่งเป็นความต้องการใช้งานจริงแบบใหม่ที่เหรียญนี้ยังขาดอยู่ แต่สิ่งที่ตลาดต้องรอดูคือมีผู้ใช้จริงมากแค่ไหนหลังผ่านช่วง Testnet เพราะ Testnet ไม่มีมูลค่าเงินจริง และการที่ระบบยังพึ่งผู้ตรวจสอบกับ Sequencer กลุ่มเล็กหมายความว่าความเสี่ยงจากตัวกลางยังมีอยู่ ผู้ที่ถือ DOGE ควรแยกให้ออกระหว่างข่าวการพัฒนากับราคาเหรียญ เพราะราคา DOGE ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงตามที่ Decrypt ระบุ และ Dogecoin ETF ของ Bitwise ก็เพิ่งปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนนี้
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com