Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Do Kwon ขอศาลสหรัฐจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดี Terra เสียหาย 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังเสี่ยงเจอ 40 ปีในเกาหลีใต้
28 November 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Do Kwon ขอศาลสหรัฐจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดี Terra เสียหาย 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังเสี่ยงเจอ 40 ปีในเกาหลีใต้

คดี Terra / LUNA ที่ล่มทั้งระบบและสร้างความเสียหายราว 40,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับตลาดคริปโตในปี 2022 ยังไม่จบลงง่าย ๆ ล่าสุด Do Kwon ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสหรัฐฯ ขอให้จำกัดโทษจำคุกของเขาไว้ที่ ไม่เกิน 5 ปี สำหรับคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงนักลงทุนในสหรัฐฯ

 

ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล Do Kwon ให้เหตุผลว่า โทษที่นานกว่านั้นถือว่า “เกินความจำเป็น” เมื่อเทียบกับโทษที่เขาเผชิญไปแล้ว ทั้งการถูกขังและทรัพย์สินที่ยอมยกให้ภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง

 

รับสารภาพ 2 กระทง – โทษสูงสุดตามกฎหมายถึง 25 ปี

 

ก่อนหน้านี้ Do Kwon รับสารภาพ ในข้อหา 2 กระทง ได้แก่

 

  • สมคบคิดฉ้อโกง (conspiracy to defraud)

  • ฉ้อโกงทางสายสื่อสาร (wire fraud)

 

การรับสารภาพเกิดขึ้นหลังเขาถูก ส่งตัวจากมอนเตเนโกรมายังสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้าเขาถูกควบคุมตัวในคุกของมอนเตเนโกรจากคดีใช้เอกสารเดินทางปลอม และมีทั้งสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ที่ยื่นขอให้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดี

 

ตามกฎหมายสหรัฐฯ โทษรวมสูงสุดของข้อหาทั้งสองอาจแตะได้ถึง 25 ปี แต่ในข้อตกลงรับสารภาพ (plea deal) อัยการสหรัฐฯ ยอมรับว่าจะ ไม่ขอคำพิพากษาเกิน 12 ปี ขณะเดียวกัน ทีมทนายของ Do Kwon ยืนยันว่าโทษเกิน 5 ปีถือว่าเกินกว่าที่จำเป็นต่อ “ความยุติธรรม” ในคดีนี้

 

นอกจากนี้ เขายังยอม ยึดทรัพย์กว่า 19 ล้านดอลลาร์ พร้อมทรัพย์สินบางรายการ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนักลงทุน

 

ใช้ชีวิตในคุกเกือบ 3 ปี ทนายชี้สภาพโหดในมอนเตเนโกร

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทีมทนายหยิบมาชี้แจงคือ ระยะเวลาที่ Do Kwon ถูกควบคุมตัวไปแล้ว

 

  • รวมเวลาถูกกักขังเกือบ 3 ปี

  • โดยมากกว่าครึ่งเกิดขึ้นใน เรือนจำมอนเตเนโกร ซึ่งถูกระบุว่ามีสภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างโหดร้าย

 

ทีมทนายโต้แย้งว่า การลงโทษด้วยโทษจำคุกที่ยาวเกิน 5 ปีในสหรัฐฯ หลังจากทั้งหมดนี้ จะเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไปเมื่อเทียบกับบทเรียนส่วนตัวและความสูญเสียทางการเงินที่เขาแบกรับไปแล้วในคดี Terra

 

Do Kwon มีกำหนดรับฟังคำพิพากษาโดยผู้พิพากษา Paul Engelmayer แห่งศาลแขวงแมนฮัตตัน ช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ โดยฝั่งอัยการสหรัฐฯ จะส่งคำแนะนำโทษ (sentencing recommendation) ของตนให้ศาลพิจารณาในไม่กี่วันข้างหน้า

 

ยังหนีไม่พ้นคดีในเกาหลีใต้ – เสี่ยงโทษสูงสุด 40 ปี

 

แม้จะมีการตัดสินโทษในสหรัฐฯ แล้ว คดีของ Do Kwon ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เพราะ อัยการเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าคดีอาญา ที่มีต้นเหตุจากเหตุการณ์เดียวกัน และมีรายงานว่าอาจ ขอให้ลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 40 ปี

 

รูปแบบของคดีในเกาหลีใต้จะเน้นไปที่

 

  • การหลอกลวงนักลงทุนภายในประเทศ

  • การละเมิดกฎหมายตลาดทุนและกฎหมายด้านการเงิน

  • บทบาทของเขาในฐานะผู้บริหาร Terraform Labs ที่ผลักดัน TerraUSD และ LUNA จนเกิดการพังทลายของระบบในปี 2022

 

หลังถูกตัดสินโทษในสหรัฐฯ แล้ว กระบวนการถัดไปจะอยู่ที่การประสานงานระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ว่าจะจัดลำดับการรับโทษ และการส่งตัวข้ามแดนอย่างไร

 

Terra กลายเป็นเคสตัวอย่าง – SBF ก็ยังไม่จบ

 

คดี Terra ของ Do Kwon ถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน หมุดหมายสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายในโลกคริปโต ควบคู่ไปกับคดีของ Sam Bankman-Fried (SBF) ผู้ก่อตั้ง FTX ที่ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี ในปี 2024 จากคดีฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เช่นกัน

 

ล่าสุด SBF ก็กำลัง ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยทนายความอ้างว่าเขาไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และคณะลูกขุนไม่ได้เห็นหลักฐานครบถ้วน แต่จนถึงตอนนี้ ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำตัดสินใหม่ออกมา

 

ทั้งสองคดีสะท้อนให้เห็นแนวโน้มร่วมกันคือ

 

  • หน่วยงานกำกับดูแลและกระบวนการยุติธรรมในสหรัฐฯ เริ่ม เข้มงวดอย่างจริงจัง กับเคสคริปโตขนาดใหญ่

  • โทษจำคุกระดับ “หลักสิบปี” และการยึดทรัพย์จำนวนมหาศาล กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการลงโทษคดีฉ้อโกงในโลกดิจิทัล

 

คำตัดสินของ Do Kwon ในเดือนธันวาคมนี้ จึงไม่ได้มีผลกระทบแค่กับตัวเขาเองเท่านั้น แต่ยังอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อ การกำกับดูแลคริปโตทั่วโลก รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ Terra Crash

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ reuters.com