Do Kwon ขอศาลสหรัฐจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดี Terra เสียหาย 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังเสี่ยงเจอ 40 ปีในเกาหลีใต้
คดี Terra / LUNA ที่ล่มทั้งระบบและสร้างความเสียหายราว 40,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับตลาดคริปโตในปี 2022 ยังไม่จบลงง่าย ๆ ล่าสุด Do Kwon ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสหรัฐฯ ขอให้จำกัดโทษจำคุกของเขาไว้ที่ ไม่เกิน 5 ปี สำหรับคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงนักลงทุนในสหรัฐฯ
ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล Do Kwon ให้เหตุผลว่า โทษที่นานกว่านั้นถือว่า “เกินความจำเป็น” เมื่อเทียบกับโทษที่เขาเผชิญไปแล้ว ทั้งการถูกขังและทรัพย์สินที่ยอมยกให้ภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง
รับสารภาพ 2 กระทง – โทษสูงสุดตามกฎหมายถึง 25 ปี
ก่อนหน้านี้ Do Kwon รับสารภาพ ในข้อหา 2 กระทง ได้แก่
สมคบคิดฉ้อโกง (conspiracy to defraud)
ฉ้อโกงทางสายสื่อสาร (wire fraud)
การรับสารภาพเกิดขึ้นหลังเขาถูก ส่งตัวจากมอนเตเนโกรมายังสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้าเขาถูกควบคุมตัวในคุกของมอนเตเนโกรจากคดีใช้เอกสารเดินทางปลอม และมีทั้งสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ที่ยื่นขอให้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดี
ตามกฎหมายสหรัฐฯ โทษรวมสูงสุดของข้อหาทั้งสองอาจแตะได้ถึง 25 ปี แต่ในข้อตกลงรับสารภาพ (plea deal) อัยการสหรัฐฯ ยอมรับว่าจะ ไม่ขอคำพิพากษาเกิน 12 ปี ขณะเดียวกัน ทีมทนายของ Do Kwon ยืนยันว่าโทษเกิน 5 ปีถือว่าเกินกว่าที่จำเป็นต่อ “ความยุติธรรม” ในคดีนี้
นอกจากนี้ เขายังยอม ยึดทรัพย์กว่า 19 ล้านดอลลาร์ พร้อมทรัพย์สินบางรายการ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนักลงทุน
ใช้ชีวิตในคุกเกือบ 3 ปี ทนายชี้สภาพโหดในมอนเตเนโกร
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทีมทนายหยิบมาชี้แจงคือ ระยะเวลาที่ Do Kwon ถูกควบคุมตัวไปแล้ว
รวมเวลาถูกกักขังเกือบ 3 ปี
โดยมากกว่าครึ่งเกิดขึ้นใน เรือนจำมอนเตเนโกร ซึ่งถูกระบุว่ามีสภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างโหดร้าย
ทีมทนายโต้แย้งว่า การลงโทษด้วยโทษจำคุกที่ยาวเกิน 5 ปีในสหรัฐฯ หลังจากทั้งหมดนี้ จะเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไปเมื่อเทียบกับบทเรียนส่วนตัวและความสูญเสียทางการเงินที่เขาแบกรับไปแล้วในคดี Terra
Do Kwon มีกำหนดรับฟังคำพิพากษาโดยผู้พิพากษา Paul Engelmayer แห่งศาลแขวงแมนฮัตตัน ช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ โดยฝั่งอัยการสหรัฐฯ จะส่งคำแนะนำโทษ (sentencing recommendation) ของตนให้ศาลพิจารณาในไม่กี่วันข้างหน้า
ยังหนีไม่พ้นคดีในเกาหลีใต้ – เสี่ยงโทษสูงสุด 40 ปี
แม้จะมีการตัดสินโทษในสหรัฐฯ แล้ว คดีของ Do Kwon ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เพราะ อัยการเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าคดีอาญา ที่มีต้นเหตุจากเหตุการณ์เดียวกัน และมีรายงานว่าอาจ ขอให้ลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 40 ปี
รูปแบบของคดีในเกาหลีใต้จะเน้นไปที่
การหลอกลวงนักลงทุนภายในประเทศ
การละเมิดกฎหมายตลาดทุนและกฎหมายด้านการเงิน
บทบาทของเขาในฐานะผู้บริหาร Terraform Labs ที่ผลักดัน TerraUSD และ LUNA จนเกิดการพังทลายของระบบในปี 2022
หลังถูกตัดสินโทษในสหรัฐฯ แล้ว กระบวนการถัดไปจะอยู่ที่การประสานงานระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ว่าจะจัดลำดับการรับโทษ และการส่งตัวข้ามแดนอย่างไร
Terra กลายเป็นเคสตัวอย่าง – SBF ก็ยังไม่จบ
คดี Terra ของ Do Kwon ถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน หมุดหมายสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายในโลกคริปโต ควบคู่ไปกับคดีของ Sam Bankman-Fried (SBF) ผู้ก่อตั้ง FTX ที่ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี ในปี 2024 จากคดีฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เช่นกัน
ล่าสุด SBF ก็กำลัง ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยทนายความอ้างว่าเขาไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และคณะลูกขุนไม่ได้เห็นหลักฐานครบถ้วน แต่จนถึงตอนนี้ ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำตัดสินใหม่ออกมา
ทั้งสองคดีสะท้อนให้เห็นแนวโน้มร่วมกันคือ
หน่วยงานกำกับดูแลและกระบวนการยุติธรรมในสหรัฐฯ เริ่ม เข้มงวดอย่างจริงจัง กับเคสคริปโตขนาดใหญ่
โทษจำคุกระดับ “หลักสิบปี” และการยึดทรัพย์จำนวนมหาศาล กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการลงโทษคดีฉ้อโกงในโลกดิจิทัล
คำตัดสินของ Do Kwon ในเดือนธันวาคมนี้ จึงไม่ได้มีผลกระทบแค่กับตัวเขาเองเท่านั้น แต่ยังอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อ การกำกับดูแลคริปโตทั่วโลก รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ Terra Crash
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ reuters.com