Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ผู้ร่วมก่อตั้ง DePIN "XYO" ชี้ หุ่นยนต์ AI ยังแทนคนไม่ได้เร็วๆ นี้ — ติดกำแพงความน่าเชื่อถือ ต้นทุน และกฎระเบียบ
03 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ผู้ร่วมก่อตั้ง DePIN "XYO" ชี้ หุ่นยนต์ AI ยังแทนคนไม่ได้เร็วๆ นี้ — ติดกำแพงความน่าเชื่อถือ ต้นทุน และกฎระเบียบ

พูดง่ายๆ ก็คือ แม้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัท Figure (บริษัทหุ่นยนต์ AI สัญชาติอเมริกัน) จะโชว์เรียงพัสดุต่อเนื่องหลายวันจนเป็นที่ฮือฮาเรื่องหุ่นยนต์แย่งงานคน แต่ทั้งนักวิจัยด้านหุ่นยนต์และ มาร์คัส เลวิน ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายข้อมูลแบบกระจายศูนย์ XYO ต่างเห็นว่า การแทนที่แรงงานมนุษย์ในวงกว้างยังห่างออกไปอีกหลายปี เพราะหุ่นยนต์ยังปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ไม่ดีเท่าคน

 

🤖 หุ่นยนต์ AI น่าทึ่ง แต่ยัง "ไม่พร้อม" แทนคน

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา Figure ได้โชว์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์) ทำงานพื้นฐานอย่างการเก็บกวาดห้อง และยังมีคลิปหุ่นยนต์ทีมหนึ่งเรียงพัสดุติดต่อกัน 9 วันรวด จนจุดกระแสถกเถียงว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนงานคนเร็วแค่ไหน

 

โอลิเวอร์ ออบสต์ รองศาสตราจารย์ด้านหุ่นยนต์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า งานที่เสี่ยงถูกแทนที่ที่สุดในตอนนี้คืองานซ้ำๆ ในสภาพแวดล้อมที่มีระเบียบแบบแผนชัดเจน ส่วนงานเอกสารและงานธุรการมีแนวโน้มถูกแทนด้วย AI มากกว่า สอดคล้องกับรายงานเดือนพฤษภาคมจากบริษัทที่ปรึกษาด้านแรงงาน Challenger, Gray & Christmas ที่ประเมินว่า บริษัทในสหรัฐฯ ปลดพนักงานราว 49,135 คนในปี 2026 อันเนื่องมาจาก AI

 

อย่างไรก็ตาม ออบสต์มองว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังไม่น่าจะถูกนำมาใช้ในวงกว้างเร็วๆ นี้ เพราะยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพหรือผิดพลาดน้อยกว่ากระบวนการผลิตด้วยหุ่นยนต์แบบเดิม โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ ความเร็ว ความปลอดภัย ต้นทุน และการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ขณะที่งานของมนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการการปรับเปลี่ยนและการตัดสินใจมากกว่าการเดโมเรียงพัสดุ ด้าน เบรตต์ แอดค็อก ซีอีโอของ Figure ถึงกับประกาศหลังเหตุการณ์ว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์เอาชนะหุ่นยนต์ได้

 

🔗 มุมคริปโต: ทำไม "DePIN" ถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

จุดที่ชาวคริปโตควรจับตาคือเสียงจากฝั่งบล็อกเชนเอง มาร์คัส เลวิน ผู้ร่วมก่อตั้ง XYO (เครือข่ายข้อมูลแบบกระจายศูนย์บนบล็อกเชน หนึ่งในกลุ่ม DePIN — เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแบบกระจายศูนย์ ที่ใช้โทเคนจูงใจให้คนทั่วไปนำอุปกรณ์หรือทรัพยากรจริงมาแชร์บนเครือข่าย) ระบุว่า โมเดล AI และซอฟต์แวร์อัตโนมัติทำงานซ้ำๆ ได้สม่ำเสมอและทนทานกว่ามนุษย์มาก แต่หุ่นยนต์ก็ยังต้องชาร์จไฟ บำรุงรักษา และมีคนคอยดูแล

 

ประเด็นนี้สำคัญสำหรับวงการคริปโต เพราะ DePIN คือเนเรทีฟที่พยายามเชื่อม "โลกกายภาพ" เข้ากับบล็อกเชนโดยตรง โดยข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่ามูลค่าตลาดรวมของ DePIN แตะ 19.2 พันล้านดอลลาร์ ณ เดือนกันยายน 2025 เพิ่มขึ้นจากเพียง 5.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อนหน้า และ World Economic Forum คาดว่าตลาดนี้อาจไปถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 (ราว 700,800 ล้านบาท และ 127.75 ล้านล้านบาทตามลำดับ ที่เรทประมาณ 36.5 บาท/ดอลลาร์) การที่อุตสาหกรรมโลกจริงเริ่มขยับเข้าหาบล็อกเชนนั้นเคยปรากฏให้เห็น เช่นกรณีที่เราเคยรายงานเรื่อง Toyota เจาะลึกการใช้งานบล็อกเชนผ่าน Web3 Hackathon สำหรับ DAO mexc

เลวินสรุปว่า การที่หุ่นยนต์จะแทนมนุษย์ในวงกว้างยังอีกหลายปี โดยอุปสรรคหลักคือความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย กฎระเบียบ ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และความไว้วางใจ โจทย์จึงไม่ใช่แค่ทำให้เครื่องจักร "ทำงานเป็น" อีกต่อไป แต่คือทำอย่างไรให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือเมื่อมันเริ่มทำงานเองมากขึ้น — ซึ่งเป็นโจทย์เดียวกับที่ระบบ AI agent (โปรแกรม AI ที่ตัดสินใจและทำธุรกรรมได้เองโดยอัตโนมัติ) บนบล็อกเชนกำลังเผชิญเช่นกัน

 

⚙️ คนยังเหนือกว่าในงานที่ต้อง "ปรับตัว"

 

ความต้องการใช้หุ่นยนต์กำลังโตขึ้นจริง โดยรายงานเดือนกันยายนจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) พบว่าความต้องการหุ่นยนต์ในโรงงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเท่าตัวในรอบทศวรรษ โดยคลังสินค้าและโลจิสติกส์เป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุด

 

อย่างไรก็ดี ดร. ฟรานซิสโก ครูซ นารันโฮ อาจารย์อาวุโสจาก UNSW ผู้จบปริญญาเอกด้านหุ่นยนต์ ชี้ว่าประสิทธิภาพของหุ่นยนต์เทียบกับคนขึ้นอยู่กับประเภทงานและสภาพแวดล้อมอย่างมาก หุ่นยนต์เก่งงานซ้ำๆ ที่ไม่ต้องหยุดพัก แต่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว หุ่นยนต์ยังปรับตัวสู้คนไม่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หุ่นยนต์มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่ควบคุมได้อย่างโรงงาน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในบ้านเรือนทั่วไป

 

🌍 ผลต่อสังคม–เศรษฐกิจ โจทย์ที่คริปโตก็ต้องคิด

 

ทั้งนารันโฮและออบสต์มองว่า การใช้หุ่นยนต์ในวงกว้างก็มีข้อดี เช่น ช่วยเรื่องสมดุลชีวิตการทำงาน เติมแรงงานในพื้นที่ขาดแคลน และรับงานในสภาพแวดล้อมอันตรายที่เสี่ยงเกินไปสำหรับมนุษย์

 

แต่ออบสต์เตือนว่าคำถามเชิงสังคมยากกว่านั้น การทำให้งานอันตรายมี "ต้นทุนมนุษย์" ถูกลงเป็นเรื่องดี แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่ตั้งใจ เช่น การลดจำนวนทหารในสนามรบอาจรักษาชีวิตคนได้ แต่ก็อาจทำให้ "ต้นทุนของสงคราม" ในสายตาผู้ตัดสินใจดูต่ำลง และหากสมมติว่าวันหนึ่งเราทำให้เกือบทุกงานเป็นระบบอัตโนมัติได้สำเร็จ สังคมก็จำเป็นต้องคิดใหม่กับระบบเศรษฐกิจที่ผูกอยู่กับค่าจ้างและการจ้างงานรายบุคคล ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับที่วงการคริปโตถกเถียงกันมานานในเรื่องรายได้พื้นฐานแบบโทเคนและการกระจายมูลค่าผ่านบล็อกเชน

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: 
👉 Toyota เจาะลึกการใช้งานบล็อกเชนผ่าน Web3 Hackathon สำหรับ DAO 
👉 Vitalik Buterin เปิดตัวแนวคิดใหม่ "Pluralistic Identity" ปฏิวัติระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ robot-magazine.fr

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่ากระแส "หุ่นยนต์แย่งงาน" อาจมาช้ากว่าที่หลายคนกลัว และที่น่าสนใจคือเสียงเตือนกลับมาจากคนในวงการบล็อกเชนเองอย่างผู้ร่วมก่อตั้ง XYO ซึ่งสะท้อนว่าโจทย์ของ DePIN และ AI agent มีจุดร่วมกัน คือไม่ใช่แค่ทำให้ระบบ "ทำงานเป็น" แต่ต้องเชื่อถือได้และปลอดภัยเมื่อทำงานอัตโนมัติมากขึ้น สำหรับนักลงทุนคริปโต การติดตามว่าเทคโนโลยีโลกจริงจะเชื่อมเข้ากับบล็อกเชนได้แนบเนียนแค่ไหน น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: หุ่นยนต์ AI, DePIN, XYO, AI agent, คริปโต, Blockchain, Figure robot, automation แรงงาน

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com