ในการไต่สวนของคณะกรรมาธิการบริการทางการเงิน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ต้องเผชิญกับการซักฟอกอย่างหนักจากสมาชิกพรรคเดโมแครต เกี่ยวกับนโยบายการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างสุดโต่งภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
สส. สตีเฟน ลินช์ (Stephen Lynch) จากแมสซาชูเซตส์ เปิดเผยสถิติที่น่าตกใจว่า นับตั้งแต่แอตกินส์เข้ารับตำแหน่ง การบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement Actions) ต่ออุตสาหกรรมคริปโตร่วงลงถึง 60% โดยเขาได้ยกตัวอย่างการสั่งยุติคดีสำคัญอย่างคดีของ Binance เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า SEC กำลังถอยหลังจากการคุ้มครองผู้บริโภค
ข้อครหา “Pay-to-Play” และความเกี่ยวข้องกับตระกูลทรัมป์
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดย สส. แม็กซีน วอเตอร์ส (Maxine Waters) ได้ออกมาแฉว่า บรรดาผู้บริหารบริษัทคริปโตที่ได้รับประโยชน์จากการสั่งยกฟ้องคดี ล้วนเป็นกลุ่มคนที่บริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้กับทรัมป์และครอบครัว โดยเธอกล่าวว่า:
"คดีเหล่านี้ถูกยกฟ้อง ทั้งที่ SEC กำลังชนะในศาล ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายเดิมนั้นมีพื้นฐานทางกฎหมายที่แน่นหนาอยู่แล้ว"
นอกจากนี้ สส. ลินช์ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการ World Liberty Financial (WLFI) ของครอบครัวทรัมป์ ที่มีรายงานว่ากลุ่มทุน Aryam Investment 1 จากอาบูดาบีเข้าถือหุ้นถึง 49% ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้ต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลเหนือนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านธุรกิจคริปโต
การตอบโต้ของประธาน SEC และผลกระทบต่อตลาด
ทางด้าน พอล แอตกินส์ ได้พยายามชี้แจงว่า SEC ยังคงมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและยังคงเดินหน้าฟ้องร้องคดีที่จำเป็นอยู่ อย่างไรก็ตาม นักสังเกตการณ์มองว่าท่าทีที่ผ่อนปรนนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงและมีการสูญเสียความเชื่อมั่นจากคดีฉ้อโกงที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด
สรุปประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกในการไต่สวน:
สถิติการบังคับใช้กฎหมาย: ลดลง 60% นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนตัวประธาน SEC
คดีความที่ถูกยกฟ้อง: รวมถึงคดีของยักษ์ใหญ่อย่าง Binance, Coinbase และ Kraken แม้ในบางคดีศาลจะให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อ SEC มาก่อนหน้านี้แล้ว
ความโปร่งใส: การบริจาคเงินจากอุตสาหกรรมคริปโตกว่า 95 ล้านดอลลาร์ ให้กับแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการสั่งยกฟ้องคดี
ความมั่นคง: การลงทุนจากตะวันออกกลางในโปรเจกต์ WLFI ถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ
การไต่สวนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า แม้รัฐบาลทรัมป์จะพยายามผลักดันสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์กลางคริปโตของโลก แต่ยังคงต้องเผชิญกับแรงต้านอย่างหนักจากฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องจริยธรรมและความโปร่งใสในการกำกับดูแล
อ้างอิง : cointelegraph.com
เพราะเราคือเสพติดคริปโต เราจึงให้ข่าวไวที่ Bitcoin Addict
Tag : พอล แอตกินส์ SEC WLFI