ครั้งแรก! ประกันยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ เปิดตัวแผนเกษียณเชื่อมโยง Bitcoin ผ่านกองทุน BlackRock
อุตสาหกรรมประกันภัยและการวางแผนเกษียณในสหรัฐฯ กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ เมื่อ Delaware Life Insurance Company บริษัทประกันชีวิตและเงินบำนาญชั้นนำ ประกาศเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่เชื่อมโยงกับ Bitcoin (BTC) เข้าสู่พอร์ตผลิตภัณฑ์เงินบำนาญ (Annuity) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือจากยักษ์ใหญ่ด้านการจัดการสินทรัพย์อย่าง BlackRock ในการพัฒนาดัชนีอ้างอิง
กลยุทธ์การลงทุน: ผสมผสานหุ้นสหรัฐฯ และ Bitcoin ETF
หัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์นี้คือการสร้างดัชนีที่ผสมผสานระหว่างหุ้นสหรัฐฯ และสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin เพียงเล็กน้อย โดยเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยมูลค่าตลาดกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์
การจัดการความเสี่ยงและคุ้มครองเงินต้น
Delaware Life ได้ออกแบบโครงสร้างการลงทุนนี้ให้มีความผันผวนจำกัดอยู่ที่ประมาณ 12% เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญแบบ Fixed Indexed Annuity ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญคือ:
การคุ้มครองเงินต้น: ผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับโอกาสสร้างผลตอบแทนจากราคา Bitcoin ที่เพิ่มขึ้น โดยที่เงินลงทุนเริ่มต้นยังคงได้รับการคุ้มครองตามเงื่อนไขประกัน
การเติบโตแบบชะลอภาษี: ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจะยังไม่ถูกนำไปคำนวณภาษีจนกว่าจะมีการถอนเงินออกมาใช้ในวัยเกษียณ
การเข้าถึงที่ง่ายกว่า: นักลงทุนไม่ต้องถือครอง Bitcoin โดยตรง หรือกังวลเรื่องการเก็บรักษา Private Key
เทรนด์ธุรกิจประกันระดับโลกกับสินทรัพย์ดิจิทัล
การเคลื่อนไหวของ Delaware Life ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม ปัจจุบันบริษัทประกันหลายแห่งเริ่มนำกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin มาใช้ในหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น Meanwhile Group ที่เสนอประกันชีวิตที่คิดมูลค่าเป็น Bitcoin โดยตรง ซึ่งเพิ่งระดมทุนได้กว่า 82 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังมี Tabit บริษัทประกันในบาร์เบโดสที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในงบดุล (Balance Sheet) เพื่อค้ำประกันกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินและวินาศภัย แทนการถือเงินสดดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินเริ่มให้การยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองที่แข็งแกร่ง

นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐภายใต้ยุคประธานาธิบดี Trump
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้เกิดการนำคริปโตมาใช้ในแผนเกษียณ คือนโยบายจากภาครัฐ โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อขยายโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแผนเกษียณอายุ 401(k) ได้มากขึ้น
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าในปี 2026 Bitcoin ได้ก้าวข้ามจากการเป็นสินทรัพย์เก็งกำไร สู่การเป็นส่วนประกอบสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระยะยาวเพื่อการเกษียณของประชาชนทั่วไปอย่างเต็มตัว
อ้างอิง : cointelegraph.com
พลาดไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว กับสรุปข่าวคริปโตที่ Bitcoin Addict