Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Cantor เตือน “คริปโตวินเทอร์” ปี 2026 อาจมา แต่รอบนี้สถาบันคุมเกม—DeFi, RWA และกฎชัดขึ้น
30 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Cantor เตือน “คริปโตวินเทอร์” ปี 2026 อาจมา แต่รอบนี้สถาบันคุมเกม—DeFi, RWA และกฎชัดขึ้น

Cantor Fitzgerald ประเมินว่า ตลาดคริปโตอาจกำลังเข้าสู่ช่วงต้นของ “Crypto Winter” โดยสะท้อนรูปแบบวัฏจักรราคาแบบเดิมของ Bitcoin ที่มักมีรอบขึ้น-ลงเป็นช่วง ๆ รายงานปีปิดงบของนักวิเคราะห์ Brett Knoblauch ระบุว่า Bitcoin อยู่ราว 85 วันหลังจุดพีค และราคามีโอกาสถูกกดดันต่อเนื่องอีกหลายเดือน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะไหลลงไปทดสอบระดับใกล้ ต้นทุนเฉลี่ย/จุดคุ้มทุนของ Strategy (MSTR) แถว ~$75,000

 

แต่สิ่งที่ Cantor เน้นคือ “หน้าตาของวินเทอร์รอบนี้” อาจไม่เหมือนเดิม เพราะอาจ ไม่เกิดภาพล้างพอร์ตครั้งใหญ่ หรือความล้มเหลวเชิงโครงสร้างแบบในอดีตมากนัก โดยมองว่า ผู้เล่นสถาบัน (institutional) กำลังเป็นตัวกำหนดรูปทรงตลาด มากกว่านักลงทุนรายย่อย 

 

ราคาเหรียญอาจแผ่ว แต่ “สิ่งที่เกิดใต้ฝากระโปรง” ยังวิ่งต่อ

 

รายงานชี้ว่าเริ่มเห็น “ช่องว่าง” ระหว่าง

 

  • ผลตอบแทนราคาโทเคน (ที่อาจอ่อนตัวในช่วงวินเทอร์)
    กับ

  • การเติบโตของกิจกรรมบนออนเชน เช่น DeFi, โครงสร้างพื้นฐานคริปโต และสินทรัพย์โทเคน (tokenized assets)

 

RWA Tokenization โตแรง: ออนเชนแตะ $18.5B และอาจทะลุ $50B ในปี 2026

 

หนึ่งในธีมหลักที่ Cantor ยกขึ้นมาคือ Real-World Asset (RWA) Tokenization ซึ่งหมายถึงการนำสินทรัพย์โลกจริงอย่าง สินเชื่อ, พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ, หุ้น มาอยู่บนบล็อกเชนในรูปโทเคน รายงานระบุว่ามูลค่า RWA ที่ถูกโทเคนบนออนเชน โต 3 เท่าในปีเดียวเป็น $18.5 พันล้าน และอาจ เกิน $50 พันล้านในปี 2026 หากสถาบันการเงินทดลองการชำระบัญชีบนออนเชนมากขึ้น

 

ภาพใหญ่ RWA โตเป็นเทรนด์ที่หลายสำนักติดตามเช่นกัน โดยมีรายงานในตลาดว่า RWA tokenization ขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 2024–2025 

 

DEX โตแย่งส่วนแบ่ง: โดยเฉพาะ “Perpetual Futures”

 

Cantor มองว่าแม้ปี 2026 ปริมาณเทรดรวมอาจลดลงตามราคาบิตคอยน์ แต่ DEX (Decentralized Exchange) โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่เน้น perpetual futures ยังมีโอกาสเติบโตต่อ เนื่องจาก UX และโครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น และผู้ใช้บางส่วนย้ายจากตลาดแบบตัวกลาง (CEX) ไปสู่แบบไร้ตัวกลางมากขึ้น

 

กฎสหรัฐฯ ชัดขึ้น: CLARITY Act คือ “จุดเปลี่ยน” ที่ลดความเสี่ยงข่าวลบ

 

รายงานยังชี้ว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบเป็นชิ้นส่วนสำคัญ โดยกล่าวถึง Digital Asset Market Clarity Act (CLARITY Act) ว่าเป็น turning point ที่ช่วยนิยามว่าเมื่อไรสินทรัพย์ดิจิทัลถูกมองเป็น หลักทรัพย์ หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ และเปิดทางให้ CFTC มีบทบาทกำกับตลาดสปอตในกรณีที่เข้าเงื่อนไขการกระจายศูนย์ตามเกณฑ์

 

มุมของ Cantor คือกรอบแบบนี้อาจช่วย ลด headline risk และทำให้ธนาคาร/ผู้จัดการสินทรัพย์ “เข้ามาเล่นได้มั่นใจขึ้น” รวมถึงช่วยให้โปรโตคอลกระจายศูนย์มีเส้นทางคอมพลายแอนซ์ที่ชัดกว่าเดิม 

 

Cantor ยังพูดถึง onchain prediction markets (โดยเฉพาะสายกีฬา) ว่าปริมาณโตแรง และมีผู้เล่นจากโลกการเงิน/แพลตฟอร์มใหญ่เริ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ 

 

ความเสี่ยงที่ต้องจับตา: โซนต้นทุน Strategy และการชะลอสะสมของกองทรัสต์

 

แม้ Cantor จะมองภาพระยะยาวว่าอุตสาหกรรมกำลังวางฐานให้ “ทนทานกว่าเดิม” แต่ก็ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยง เช่น

 

  • ราคา Bitcoin ที่อยู่ไม่ไกลจากต้นทุนเฉลี่ยของ Strategy มากนัก หากหลุดระดับนี้อาจกระทบความเชื่อมั่นตลาดได้ แม้ Cantor มองว่า Strategy ไม่น่าขาย 

  • ฝั่งผลิตภัณฑ์อย่าง digital asset trusts (DATs) อาจชะลอการสะสมเมื่อราคาและพรีเมียมของทรัสต์ถูกบีบ

 

อ้างอิง : coindesk.com

ภาพ paybito.com