เลือดสาด! ตลาดคริปโตร่วงหนัก แม้ Fed ลดดอกเบี้ย–สหรัฐจีนผ่อนคลายสงครามการค้า
แม้การประชุม FOMC ล่าสุดจะมีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% และสหรัฐ–จีนเริ่มผ่อนคลายสงครามการค้า แต่นักลงทุนในตลาดคริปโตกลับเผชิญแรงเทขายรุนแรง ส่งผลให้มูลค่าการชำระบัญชี (Liquidation) ทะลุ $1.1 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
สหรัฐ–จีน ผ่อนคลายข้อจำกัดทางการค้า
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐจะ “ระงับข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี” ที่เคยออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทจีนเข้าถึงเทคโนโลยีที่ถือว่า “อ่อนไหวต่อความมั่นคง”
ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นแลกกับการที่ จีนตกลงยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก (Rare Earth Minerals) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการป้องกันประเทศ
การประกาศครั้งนี้ต่อยอดจากบรรยากาศบวกที่เริ่มก่อตัวหลังการพบกันระหว่าง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงบวก” ต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
Fed ลดดอกเบี้ย แต่ตลาดไม่ตอบรับ
อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตกลับไม่ตอบสนองเชิงบวกต่อการลดดอกเบี้ยรอบนี้ เพราะ Jerome Powell ประธาน Fed ส่งสัญญาณ “ความเห็นแตกต่างกันภายในคณะกรรมการ” เกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม
Powell กล่าวว่า
“แม้อัตราเงินเฟ้อลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2022 แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเรา และคณะกรรมการยังไม่เห็นพ้องว่าจะลดดอกเบี้ยต่อในเดือนธันวาคม”
นอกจากนี้ Fed ยังประกาศ “ยุติมาตรการดูดซับสภาพคล่อง (Quantitative Tightening)” ซึ่งตามทฤษฎีจะเพิ่มสภาพคล่องในระบบ แต่ Powell เตือนว่าช่วงรอยต่อระหว่าง QT สิ้นสุด และ QE เริ่มต้น มักทำให้ตลาดเข้าสู่ “ภาวะซบเซาชั่วคราว”
ราคาคริปโตร่วง–ล้างพอร์ตเกินพันล้าน
หลังการแถลงของ Powell ตลาดคริปโตเข้าสู่ช่วงเทขายอย่างหนัก โดย
ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $107,000
และหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ 200-day EMA ซึ่งเป็นแนวรับทางเทคนิคที่นักลงทุนสถาบันใช้วัดแนวโน้มตลาด
ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่า มียอดชำระบัญชีรวมกว่า $1.1 พันล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง หลังการประชุม FOMC
นักวิเคราะห์บางรายเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับปี 2019 ที่บิทคอยน์ร่วงกว่า 35% หลัง Fed ยุติมาตรการ QT
มุมมองนักวิเคราะห์
แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ–จีนจะเริ่มผ่อนคลาย ซึ่งโดยปกติถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่ความไม่ชัดเจนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ กลับสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องในตลาด
นักวิเคราะห์จาก CoinShares มองว่า “ช่วงนี้เป็นจังหวะพักฐานก่อนเริ่มรอบกระตุ้นสภาพคล่องใหม่ (QE)” และคาดว่าราคา Bitcoin จะกลับเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ ccn.com