
เสียงจากวงการคริปโตหลัง CLARITY Act ล่ม! หุ้น Coinbase-Circle ร่วงระนาว Garlinghouse ลั่น "เจ็บปวด"
หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตกระบวนการร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านเกณฑ์ 60 เสียงเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ผู้บริหารและผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลกออกมาแสดงความเห็นหลากหลาย ตั้งแต่ความผิดหวังไปจนถึงมุมมองที่ยังมองบวกว่าอุตสาหกรรมจะเดินหน้าต่อได้ ขณะที่หุ้นบริษัทคริปโตในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงตามแรงเทขายทันทีหลังผลโหวตออกมา
Garlinghouse: "เจ็บปวด" แต่ธุรกิจ Ripple แข็งแกร่งไม่เปลี่ยน
Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple แสดงความผิดหวังต่อผลโหวต โดยระบุว่าผลลัพธ์นี้ "เจ็บปวด" (stings) พร้อมวิจารณ์ฝั่งเดโมแครตที่คัดค้าน แต่ยืนยันว่าความคืบหน้าด้านกฎระเบียบที่ SEC และ CFTC จะยังคงเดินหน้าต่อไป และย้ำว่า "ธุรกิจของ Ripple ไม่เคยแข็งแกร่งเท่านี้มาก่อน"
หุ้นคริปโตร่วงยกแผงหลังผลโหวต
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบสนองทันทีต่อผลโหวต โดยหุ้น Coinbase (COIN) ร่วงลง 6.7% หุ้น Circle (CRCL) ร่วงลง 8% หุ้น Bullish (BLSH) ร่วงลง 4.6% และหุ้น Robinhood ร่วงลง 3.6% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่ยืดเยื้อต่อไป
คำเตือนเรื่องความยั่งยืนของกฎที่ไม่ใช่กฎหมาย
Connor Howe ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Enso ชี้ประเด็นสำคัญว่าแม้หน่วยงานกำกับดูแลจะออกกฎเกณฑ์ของตัวเองต่อไปได้ แต่ปัญหาคือความไม่ยั่งยืน เนื่องจากกฎที่ออกโดยหน่วยงานสามารถถูกแก้ไขได้ง่ายกว่ากฎหมายที่ผ่านสภา
"ประธานคนต่อไปสามารถเขียนกฎของหน่วยงานใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านการโหวตในวุฒิสภาแม้แต่เสียงเดียว" — Connor Howe ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Enso
หลากมุมมองจากผู้นำ DeFi และ Web3 ทั่วโลก
Alex Blume ซีอีโอ Two Prime เตือนว่าความล้มเหลวครั้งนี้เปิดช่องให้ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าอื่นและระบบกำกับดูแลที่หย่อนกว่าได้เปรียบแทน ด้าน Barnali Biswal ซีอีโอ Hilbert Group ระบุว่าตลาดคาดการณ์ล่วงหน้าได้ราคาผลโหวตล้มเหลวไปแล้ว แต่ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องผลตอบแทน Stablecoin จะยังไม่หายไปง่ายๆ ขณะที่ Alan Konevsky ซีอีโอ tZERO มองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดที่มีการกำกับดูแลยังคงเดินหน้าต่อไปเพราะโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยมีอยู่แล้ว ด้าน Frederik Gregaard ซีอีโอ Cardano Foundation วิจารณ์ความล่าช้าของสหรัฐฯ เทียบกับยุโรปที่นักพัฒนารู้กติกาชัดเจนแล้วภายใต้กฎ MiCA ส่วน Katherine Kirkpatrick Bos หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Chainlink Labs แสดงความผิดหวังแต่ยังยืนยันความมุ่งมั่นผลักดันกฎหมายต่อในอนาคต ขณะที่ Abhishek Vaidyanathan หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ NEAR เตือนว่าบริษัทต่างๆ ต้องพึ่งพาดุลยพินิจของหน่วยงานกำกับดูแลต่อไป อาจผลักดันให้เงินทุนไหลไปยุโรปแทน
แรงต้านจากธนาคารชุมชน
หนึ่งในประเด็นขัดแย้งหลักที่ทำให้ร่างกฎหมายไม่ผ่านคือเรื่อง Stablecoin โดยกลุ่มธนาคารชุมชนในสหรัฐฯ คัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากมองว่าเงื่อนไขผลตอบแทน Stablecoin จะเปิดช่องให้บริษัทคริปโตแข่งขันแย่งเงินฝากลูกค้าได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบเดียวกันกับธนาคารดั้งเดิม
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Bitcoin ร่วงหลุด 75,000 เหรียญ! วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตคว่ำ CLARITY Act ไม่ถึง 60 เสียง
👉 สว. Lummis ฟาด "เดโมแครตขอเพิ่มไม่เลิก" ก่อนโหวตชี้ชะตา CLARITY Act ทรัมป์ยอมคุมจริยธรรมตัวเอง
👉 CEO Coinbase ฟันธง! คริปโทชนะทุกทาง ไม่ว่า 15 ก.ย. CLARITY Act จะผ่านหรือไม่
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
เสียงตอบรับจากอุตสาหกรรมคริปโตครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน ฝ่ายหนึ่งมองว่าการเดินหน้าออกกฎเกณฑ์ของ SEC และ CFTC เพียงพอในระยะสั้น อีกฝ่ายกังวลเรื่องความไม่ยั่งยืนของกฎที่ไม่ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ทีมข่าวมองว่าประเด็นที่ควรติดตามต่อคือท่าทีของธนาคารชุมชนสหรัฐฯ ต่อเรื่อง Stablecoin เพราะเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งที่แท้จริง และอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ร่างกฎหมายลักษณะนี้ผ่านยากต่อไปในอนาคตเช่นกัน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com