คริปโตไปต่อไหม? เมื่อ Bitcoin เด้ง แต่แรงเสี่ยงจากเศรษฐกิจสหรัฐและกระแสลงทุน AI ยังคุกรุ่น
แม้ตลาดคริปโตจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจสหรัฐและความไม่แน่นอนรอบใหม่จากกระแสลงทุนใน AI ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด Bitcoin และ Ethereum ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบราวสองสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงิน และอัดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดมากขึ้นในระยะถัดไป
ในภาพรวม มูลค่าตลาดคริปโตยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมราว 29% ขณะที่นักลงทุนยังระวังความเสี่ยงจากทั้งฝั่งเศรษฐกิจจริง นโยบายการเงิน และกระแสลงทุนใน หุ้น AI ที่หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่าเข้าใกล้ “ฟองสบู่” หรือยัง

สัญญาณจากเศรษฐกิจสหรัฐ: ตลาดแรงงานเริ่มแผ่ว แต่ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐส่งสัญญาณที่ “ผสม” กัน ระหว่างความกังวลและความหวังในเวลาเดียวกัน

รายงานการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ชี้ว่า
บริษัทเอกชนลดตำแหน่งงานลงประมาณ 32,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน
ค่าแรงโดยเฉลี่ยลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า
แม้ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพว่า ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนเริ่มเชื่อว่า เฟดอาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยและผ่อนคลายนโยบายการเงิน ได้มากขึ้นในปีหน้า
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังรอฟังผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของเฟดในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งคาดว่าจะเป็นจุดชี้นำสำคัญต่อทิศทาง Bitcoin, Ethereum และตลาดคริปโต ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ปี 2026
สินทรัพย์หายากได้แรงหนุนจากสภาพคล่องที่กำลังกลับมา
แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะมีสัญญาณชะลอ แต่ “ความหวังเรื่องสภาพคล่อง” กลับทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์หายาก (Scarce Assets) ปรับตัวดีขึ้นพร้อมกัน
ดัชนีหุ้นสหรัฐอย่าง S&P 500 และตลาดหุ้นกลุ่มขนาดเล็กอย่าง Russell 2000 เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดใหม่
ราคาทองคำ ขยับขึ้นใกล้ 4,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสองสัปดาห์เพิ่มขึ้นราว 3%
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี มีแรงซื้อกลับเพิ่มขึ้น สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่มากขึ้น
ฝั่งคริปโต Bitcoin ยืนแถว ๆ 93,000 ดอลลาร์ ใกล้ระดับเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ขณะที่ Ethereum ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ราว 37% และทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงโอกาสการฟื้นของฝั่ง Altcoin และ DeFi อีกครั้ง
นักลงทุนยังไม่กล้าใช้เลเวอเรจ แม้ตลาดเริ่มดีด
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า “ความเชื่อมั่นยังเปราะบาง” คือ ความต้องการใช้เลเวอเรจในสัญญาอนุพันธ์ของ Bitcoin และ Ethereum ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

โดยปกติภายใต้ภาวะปกติ อัตรา Funding Rate แบบรายปีในตลาดฟิวเจอร์สหรือ Perpetual Futures มักเคลื่อนไหวอยู่แถว 6–12% เพื่อสะท้อนต้นทุนของการเปิดสถานะ แต่ตอนนี้ตัวเลขกลับอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ แสดงให้เห็นว่า
ฝั่ง Long ยังไม่กล้า “อัดเลเวอเรจ” แม้ราคาจะดีดกลับ
นักลงทุนจำนวนมากเลือก “รอดูท่าที” มากกว่าจะกระโดดเข้าตลาดเต็มตัว
ในขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่ม Small Cap ของสหรัฐอยู่ห่างจากจุดสูงสุดเดิมเพียงราว 2–3% แต่ฝั่งคริปโตยังไม่สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้เต็มที่
ความไม่แน่นอนจาก AI และแรงกดดันอื่น ๆ ยังปกคลุมตลาดคริปโต
นอกจากเรื่อง นโยบายการเงินของเฟด แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดเริ่มพูดถึงมากขึ้น คือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการลงทุนใน อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการเงินรายใหญ่ เช่น BlackRock เริ่มออกมาเตือนว่า
มีกระแสพูดถึง “โอกาสฟองสบู่ AI” มากขึ้น
การขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐาน AI มีข้อจำกัดด้านกายภาพและพลังงาน
หากการลงทุนด้านนี้ชะลอหรือถูกมองว่าเกินจริง อาจส่งผลต่อ “ความเสี่ยงโดยรวม” ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด รวมถึงคริปโตด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง ภาคธุรกิจค้าปลีกอย่าง Macy’s เองก็ยอมรับว่า
ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย
ต้นทุนจากภาษีและเงินเฟ้อยังเป็นแรงกดดัน
ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่า เศรษฐกิจจริงยังไม่แข็งแรงพอ จะทำให้ตลาดลงทุนกลับเข้าสู่โหมด “เสี่ยงสุดตัว” ได้ทันที
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ decrypt.co