อย่าตื่นตูม! CoinShares เผยควอนตัมยังห่างไกลการเจาะระบบ Bitcoin นับสิบปี
รายงานฉบับใหม่จาก CoinShares ผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ ระบุว่าความกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเข้ามาทำลายระบบความปลอดภัยของ Bitcoin (BTC) นั้นเป็นเรื่องที่ "เกินจริง" โดยคริสโตเฟอร์ เบนดิกเซน (Christopher Bendiksen) หัวหน้าฝ่ายวิจัยระบุว่าความท้าทายนี้เป็นเพียงโจทย์ทางวิศวกรรมที่คาดการณ์ได้ ไม่ใช่วิกฤตเร่งด่วนที่ต้องตื่นตระหนก
CoinShares ได้หักล้างงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า Bitcoin กว่า 20-50% อาจตกอยู่ในอันตราย โดยชี้ให้เห็นว่ามีเพียงที่อยู่ประเภท Legacy (P2PK) ซึ่งเปิดเผย Public Key ถาวรบนเชนเท่านั้นที่มีความเสี่ยง จากการประเมินพบว่ามีเหรียญในกลุ่มนี้ราว 1.6 ล้าน BTC แต่มีเพียง 10,200 BTC เท่านั้นที่ถือครองในจำนวนมากพอที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดหากถูกเจาะระบบ ส่วนเหรียญที่เหลือกระจายตัวอยู่ในกระเป๋าขนาดเล็กกว่า 32,000 ใบ ซึ่งต้องใช้เวลาและทรัพยากรมหาศาลในการโจมตี
เทคโนโลยีปัจจุบันยังห่างไกลการเจาะรหัสลับนับแสนเท่า
รายงานระบุว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมในปัจจุบันยัง "ไร้สมรรถนะ" เกินกว่าจะทำอันตราย Bitcoin ได้ การจะถอดรหัส Public Key ภายในหนึ่งวันต้องใช้เครื่องที่มี Qubits กายภาพสูงถึง 13 ล้านหน่วย ซึ่งแรงกว่าเครื่องที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบันอย่าง Willow ของ Google (ที่มีเพียง 105 Qubits) ถึง 100,000 เท่า ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าภัยคุกคามนี้ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกอย่างน้อย 10 ปี
ชาร์ลส์ กิลเมต์ (Charles Guillemet) CTO ของ Ledger ยืนยันว่าการเพิ่มจำนวน Qubit ให้ระบบคงเสถียรภาพได้นั้นทำได้ยากแบบทวีคูณ ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า Bitcoin จะล่มสลายในเร็ววันจึงไม่มีมูลความจริงเพียงพอ แม้แต่นักลงทุนสถาบันบางรายจะเริ่มกังวลและถอนการลงทุนไปบ้างแล้ว แต่ CoinShares มองว่าพื้นฐานของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่ายังคงแข็งแกร่ง
ค้านแนวทาง "เผาเหรียญ" และการเตรียมพร้อมในอนาคต
CoinShares ยังแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของนักพัฒนาบางกลุ่มที่ต้องการทำ Soft Fork เพื่อ "เผาเหรียญ" (Burn) ในที่อยู่ที่เสี่ยงต่อควอนตัม โดยให้เหตุผลว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักการพื้นฐานของ Bitcoin ในเรื่องสิทธิในทรัพย์สินและการกระจายศูนย์ การทำลายเหรียญของผู้อื่นเพียงเพราะพวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวบัญชีเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้
ในด้านการพัฒนา อดัม แบ็ค (Adam Back) นักรหัสลับชื่อดังให้ความเห็นว่า Bitcoin สามารถอัปเกรดไปใช้ลายเซ็นดิจิทัลที่ทนทานต่อควอนตัม (Post-quantum signatures) ได้ในอนาคตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่นเดียวกับ Ethereum ที่เริ่มจัดตั้งทีมรักษาความปลอดภัยเพื่อรับมือเรื่องนี้โดยเฉพาะ สรุปได้ว่าความเสี่ยงจากควอนตัมเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ และมีกรอบเวลาที่ยาวนานพอให้เหล่านักพัฒนาเตรียมการรับมืออย่างเหมาะสม
อ้างอิง : theblock.co
เร็วกว่า อัปเดตทันควันที่ Bitcoin Addict