Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ร่างกฎหมาย CLARITY Act เลื่อนเปิดเผยเนื้อหา Stablecoin Yield — ยังคงห้ามให้ผลตอบแทนจากยอดคงเหลือที่ไม่มีการเคลื่อนไหว
17 April 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ร่างกฎหมาย CLARITY Act เลื่อนเปิดเผยเนื้อหา Stablecoin Yield — ยังคงห้ามให้ผลตอบแทนจากยอดคงเหลือที่ไม่มีการเคลื่อนไหว

ร่างกฎหมาย CLARITY Act (กฎหมายกำหนดโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) ส่วนที่ว่าด้วยผลตอบแทนจาก Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสกุลเงินอย่างดอลลาร์สหรัฐ) ถูกเลื่อนเปิดเผยต่อสาธารณะออกไปเป็นสัปดาห์หน้าหรือหลังจากนั้น โดยเนื้อหาปัจจุบันยังคงจุดยืนเดิมคือ ห้ามจ่ายผลตอบแทนกับยอดคงเหลือที่ไม่มีการเคลื่อนไหว แต่อนุญาตให้จ่าย Yield จากกิจกรรมเช่นการทำธุรกรรมได้ พูดง่ายๆ คือ ถือเฉยๆ ไม่ได้ดอก แต่ถ้าใช้งานจริงยังมีช่องให้ได้ผลตอบแทน

 

📅 เหตุใดจึงเลื่อน? — รอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการธนาคาร

 

ตามรายงานของ Politico วุฒิสมาชิก Thom Tillis (พรรครีพับลิกัน จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา) ระบุว่า ร่างกฎหมายส่วนนี้จะยังไม่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ โดยเขาต้องการรอความชัดเจนเรื่องกำหนดการพิจารณา (Markup) ของคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาก่อน จึงจะเปิดเผยเนื้อหาต่อสาธารณชน

 

แหล่งข่าวใกล้ชิดประเด็นนี้ยังยืนยันกับ The Block ว่า เนื้อหาจะยังไม่ออกในสัปดาห์นี้ และทีมผู้ร่างกฎหมายยังคงเดินหน้าหารือกับสมาคมธนาคารและบริษัทคริปโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระสำคัญในขั้นนี้ทำได้ยากแล้ว

 

ก่อนหน้านี้ Tillis เคยบอกกับ Politico ว่าตั้งใจจะปล่อยร่างเนื้อหาเรื่อง Stablecoin Yield ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทที่ทำให้ร่างกฎหมายล่าช้าเกินกรอบเวลาเดิมที่ตั้งเป้าไว้สิ้นปี 2568 (2025) ไปมาก

 

⚖️ ใจความสำคัญ: ห้าม Yield บนยอดคงเหลือ แต่ให้ผลตอบแทนจากธุรกรรมได้

 

Tillis ทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิก Angela Alsobrooks (พรรคเดโมแครต จากรัฐแมริแลนด์) เพื่อร่างภาษาใน CLARITY Act ที่จะปิดข้อถกเถียงอันยาวนานว่า บริษัทคริปโตควรจ่ายดอกเบี้ยบนยอด Stablecoin ที่ผู้ใช้ถือไว้เฉยๆ ได้หรือไม่

 

เนื้อหาร่างล่าสุดยังคงสาระสำคัญเดิม นั่นคือ:

 

  • ห้ามจ่ายผลตอบแทน กับ Stablecoin ที่ผู้ใช้ฝากทิ้งไว้ในบัญชีโดยไม่มีการเคลื่อนไหว
  • อนุญาตให้จ่าย Yield จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง เช่น ธุรกรรมการใช้จ่าย

 

🏦 สมรภูมิ: ธนาคารพาณิชย์ vs. บริษัทคริปโต

 

ประเด็นผลตอบแทนจาก Stablecoin กลายเป็นข้อขัดแย้งที่ร้อนแรงที่สุดของ CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่วงการรอคอยมานานเพื่อวางกติกาครอบคลุมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

 

แม้ GENIUS Act (กฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแล Stablecoin ของสหรัฐฯ ที่ผ่านไปเมื่อปีที่แล้ว) จะห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือเหรียญโดยตรง แต่ ไม่ได้ห้ามแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม เช่น Exchange ในการเสนอผลตอบแทน

 

  • ฝั่งธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯ ออกมาโต้ว่า การอนุญาตให้ Stablecoin จ่ายผลตอบแทนจะก่อให้เกิด "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" ครั้งใหญ่ โดยเงินฝากจำนวนมากอาจไหลออกจากสถาบันการเงินดั้งเดิม
  • ฝั่งบริษัทคริปโต รวมถึง Coinbase (กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) ยืนยันว่า การห้ามจ่ายผลตอบแทนจะขัดขวางนวัตกรรม และมองว่ายังเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้ธนาคารได้เช่นกัน ไม่ใช่แค่บริษัทคริปโต

 

ทำเนียบขาวได้จัดประชุมแบบปิดหลายครั้งตั้งแต่ต้นปีเพื่อหาทางประนีประนอม แต่จนถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังยืนอยู่บนจุดยืนเดิมโดยไม่มีข้อตกลงร่วม

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล หลังข้อพิพาท Stablecoin Yield
👉 ทรัมป์ลงนามกฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบควบคุม Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ
👉 GENIUS Act กำลังเปลี่ยนโฉม Stablecoin: ย้ำจุดยืนใหม่ เน้น "ใช้งาน" มากกว่า "ผลตอบแทน"
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Politico, The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การเลื่อนเปิดเผยเนื้อหา CLARITY Act ครั้งนี้สะท้อนว่า ประเด็น Stablecoin Yield คือจุดชนกันเชิงโครงสร้างระหว่างระบบธนาคารดั้งเดิมกับเศรษฐกิจคริปโต ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคกฎหมาย หากเส้นแบ่งสุดท้ายถูกขีดที่ "ห้าม Yield บนเงินที่ถือเฉยๆ แต่อนุญาตบนธุรกรรม" ก็อาจกลายเป็นจุดพลิกที่ทำให้ Stablecoin ถูกใช้งานเป็น "เงินหมุนเวียน" มากกว่า "สินทรัพย์พักเงิน" ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่หลายฝ่ายในวงการเริ่มพูดถึงก่อนหน้านี้ น่าจับตาต่อไปว่าเมื่อเนื้อหาจริงเผยออกมา จะมีช่องไหนให้ผู้เล่นในระบบ DeFi ได้ปรับตัวบ้าง

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEOCLARITY Act, Stablecoin Yield, GENIUS Act, กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ, Thom Tillis, Coinbase, Stablecoin ดอกเบี้ย, การกำกับดูแลคริปโต

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com