Canton Network มีผู้ใช้งานทะลุ 600,000 ธุรกรรมต่อวัน สะท้อนการเติบโตของเครือข่ายระดับสถาบัน
Canton Network กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วในเส้นทางสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานการเงินระดับโลก” ที่ภาคการเงินสถาบันให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ โดยข้อมูลล่าสุดจากรายงาน State of the Network ระบุว่า ปริมาณธุรกรรมรายวันของ Canton Network ได้ทะลุ 600,000 ธุรกรรมต่อวัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากระยะทดลอง (Pilot Projects) สู่การใช้งานจริงในระดับสถาบันอย่างเต็มรูปแบบ
ปริมาณธุรกรรมสะท้อนการใช้งานจริงของแอปพลิเคชันบนเครือข่าย
ความเร็วในการทำธุรกรรมของ Canton (Transaction Per Second - TPS) สูงสุดแตะ 7 TPS โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการใช้งานที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงการทำธุรกรรมแบบชั่วคราวหรือตามกระแส ตัวเลขนี้มาจากกิจกรรมจริงของสถาบัน เช่น
- การโอนและชำระบัญชีด้วย Stablecoin
- การโอนสินทรัพย์บนเชน (on-chain asset transfer)
- การจัดการมาร์จิ้น (margin management)
- การชำระค่าบริการข้อมูล การวิเคราะห์ และระบบตรวจสอบธุรกรรม
สถาปัตยกรรมของ Canton ถูกออกแบบให้เหมาะกับกระบวนการทางการเงินระดับองค์กร โดยเน้นความเป็นส่วนตัวในระดับโปรโตคอล ทำให้สามารถดำเนินธุรกรรมบนเครือข่ายสาธารณะได้โดยไม่สูญเสียความลับทางธุรกิจ หรือความสามารถในการเชื่อมต่อสินทรัพย์ (asset composability) ที่เป็นหัวใจสำคัญของบล็อกเชน
ระบบ Validator ที่เติบโตและหลากหลาย
จำนวน Validator ของ Canton เติบโตจากเพียง 24 รายในช่วงเปิดตัว สู่กว่า 575 รายในเดือนตุลาคม 2025 โดยมีทั้งสถาบันการเงินระดับโลกและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเข้าร่วม เช่น Goldman Sachs, HSBC, BNP Paribas, Circle, Broadridge, Copper และ Cumberland
ตัวระบบใช้โมเดล stakeholder-based consensus ที่แตกต่างจาก Proof-of-Stake ทั่วไป โดยแต่ละ Validator จะตรวจสอบเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับตนเองเท่านั้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการรวมศูนย์และปกป้องความลับของธุรกรรมได้อย่างแท้จริง
Super Validators เช่น Circle, Elliptic และ Zerohash ยังมีบทบาทในระดับการกำกับดูแล (on-chain governance) ผ่านข้อเสนอปรับปรุงเครือข่าย (Canton Improvement Proposals – CIPs) ซึ่งถูกติดตามอย่างโปร่งใสผ่าน NodeFortress Canton Explorer สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง
เศรษฐศาสตร์โทเคน (Token Economics) ที่พัฒนาอย่างสมดุล
โทเคนประจำเครือข่าย Canton Coin มีสัดส่วน Burn/Mint Ratio เพิ่มจาก 0.025 ในช่วงเปิดตัว เป็นเกือบ 3.0 ภายในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งหมายความว่ามีการ “เผาเหรียญ” (burn) มากขึ้นตามการใช้งานจริงของเครือข่าย เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรม การสร้างสัญญาใหม่ และการถือครองสินทรัพย์บนเชน การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายเริ่มเข้าสู่ “ระยะการดำเนินงานจริง” (mature phase) ที่ธุรกรรมจริงเริ่มชดเชยการออกเหรียญใหม่ของระบบ
ในเดือนกันยายน 2025 เครือข่ายมีแอปพลิเคชันกว่า 25 ราย ที่ได้รับรางวัลจากกลไก Canton Coin Rewards เช่น
- Digital Asset Utility (134 ล้านโทเคน)
- Denex Gas Station (37.6 ล้านโทเคน)
- Canton Loop (27.8 ล้านโทเคน)
- Fairmint (58.7 ล้านโทเคน) สำหรับสินทรัพย์โทเคนไนซ์
- Brale (18.5 ล้านโทเคน) สำหรับ Stablecoin
สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงระบบนิเวศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่สามารถเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้าน DeFi เชิงสถาบัน, โครงสร้างชำระเงิน, และแพลตฟอร์มโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (RWA)
การเติบโตของผู้ใช้งานและกระเป๋าเงิน (Wallets)
จำนวนกระเป๋าเงินบนเครือข่ายพุ่งเกิน 28,000 บัญชีในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีสถาบัน นักลงทุน และระบบ Treasury ขององค์กร ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งานทั่วไป ทำให้ตัวเลขนี้สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริงมากกว่าเครือข่ายสาธารณะทั่วไปที่มักมีการปั่นตัวเลขด้วยบัญชีปลอมหรือบอต
การเติบโตนี้มาพร้อมกับเหตุการณ์สำคัญหลายอย่าง เช่น การเปิดตัว custody solutions, การเชื่อมต่อกับ DEX และ Stablecoin รายใหม่ รวมถึงการรองรับการชำระเงินและสินทรัพย์โทเคนไนซ์ในระดับการใช้งานจริง
สู่ยุคใหม่ของการเงิน 24/7
ปัจจุบัน Canton Network ได้ก้าวผ่านจุดพิสูจน์แนวคิด (proof-of-concept) ไปแล้วอย่างสมบูรณ์ และกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่พร้อมรองรับตลาดทุนดิจิทัลแบบ 24 ชั่วโมงทั่วโลก ด้วยสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์ทั้ง ความเป็นส่วนตัว, การปฏิบัติตามกฎหมาย, และความสามารถในการทำงานร่วมกัน (interoperability)
ทิศทางต่อไปของ Canton จึงมุ่งสู่การขยายการใช้งานในตลาดโทเคนไนซ์ (Tokenization Market) ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าตลาด Stablecoin มีแนวโน้มแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) กำลังเข้าสู่ยุคของการซื้อขายบนเชนอย่างเต็มรูปแบบ
“คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่ว่า สถาบันการเงินจะใช้บล็อกเชนหรือไม่ แต่คือ ใครจะเป็นผู้นำในระบบนิเวศของ Canton ก่อนที่ความได้เปรียบจะถูกรวบรวมโดยผู้เล่นรายใหญ่”




