Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ความยากการขุด Bitcoin ปรับขึ้นส่งท้ายปี 2025แตะ 148.26T—คาดจะขึ้นอีก 8 ม.ค. 2026
29 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ความยากการขุด Bitcoin ปรับขึ้นส่งท้ายปี 2025แตะ 148.26T—คาดจะขึ้นอีก 8 ม.ค. 2026

เครือข่าย Bitcoin มีการปรับ Mining Difficulty (ความยากในการขุด) ส่งท้ายปี 2025 โดยข้อมูลติดตามแบบเรียลไทม์จาก CoinWarz ระบุว่าความยากอยู่ที่ราว 148.26 trillion (148.26T) และการปรับครั้งถัดไปถูกประเมินว่าจะเกิดในวันที่ 8 มกราคม 2026 ที่บล็อกไฮต์ 931,392 โดยคาดว่าความยากจะเพิ่มขึ้นไปแถว 149.50T (เพิ่มราว 0.84%) 

 

ภาพรวมนี้สะท้อนว่า “การแข่งขันของนักขุด” ยังตึงตัว เพราะเมื่อกำลังประมวลผลรวม (hashrate) ในเครือข่ายเพิ่มขึ้น เครือข่ายก็จะเพิ่มความยากเพื่อรักษาจังหวะการออกบล็อกให้ใกล้เป้าหมายเดิม

 

ทำไม Difficulty มีแนวโน้มเพิ่ม? เพราะบล็อกไทม์เร็วกว่า 10 นาที

 

CoinWarz แสดงค่าเฉลี่ยเวลาการเกิดบล็อก (Average Block Time) ประมาณ 9.92 นาที ซึ่ง “เร็วกว่า” เป้าหมายที่ Bitcoin ตั้งไว้ที่ 10 นาที เล็กน้อย

 

019b6665-7191-706e-aeb4-3be88b341266.webp
ประวัติความยากในการขุด Bitcoin ตั้งแต่ปี 2014-2025 ที่มา: CoinWarz

 

เมื่อบล็อกเกิดเร็วเกินไป ระบบจึงมีแนวโน้ม ปรับ Difficulty ขึ้น เพื่อดึงค่าเฉลี่ยกลับมาใกล้ 10 นาทีให้มากที่สุด

 

Difficulty คืออะไร และปรับบ่อยแค่ไหน?

 

Mining Difficulty คือระดับ “ความยากเชิงคณิตศาสตร์” ที่นักขุดต้องเจอในการหาค่าแฮชที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มบล็อกใหม่ลงบล็อกเชน โดยเครือข่าย Bitcoin จะปรับความยาก ทุก 2,016 บล็อก (โดยเฉลี่ยราว ~2 สัปดาห์) ตามความเร็วเฉลี่ยของการขุดในช่วงนั้น

 

สรุปสั้น ๆ

 

  • ขุดเร็วเกิน → Difficulty เพิ่ม

  • ขุดช้าเกิน → Difficulty ลด

  • เป้าหมายคือคุมบล็อกไทม์ให้ใกล้ 10 นาที และรักษาการออกเหรียญให้สม่ำเสมอ

 

Difficulty ที่สูงขึ้น “ดีต่อเครือข่าย” แต่ “หนักขึ้นสำหรับนักขุด”

 

การที่ Difficulty ปรับสูงขึ้นมี 2 มุมหลัก

 

มุมเครือข่าย (ข้อดี)

 

  • ช่วยให้เครือข่ายทำงาน “เป็นจังหวะ” ไม่เร่งหรือชะลอเกินไป

  • ลดโอกาสที่ผู้เล่นรายใหญ่จะเร่งกำลังขุดช่วงสั้น ๆ เพื่อเอาเปรียบเครือข่าย ทำให้ระบบยังคง กระจายศูนย์ (decentralized)

 

มุมนักขุด (ความท้าทาย)

 

  • ต้องใช้เครื่อง/พลังงานมากขึ้นเพื่อแข่งขัน เพราะ “โอกาสขุดได้บล็อก” ต่อกำลังขุด 1 หน่วยลดลงเมื่อ Difficulty สูง

  • ต้นทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูงอยู่แล้ว (ค่าไฟ ค่าเครื่อง ค่าศูนย์ข้อมูล) จะยิ่งกดดันมาร์จิ้น

 

เกี่ยวอะไรกับความเสี่ยง 51% attack?

 

ในเชิงทฤษฎี หากมีผู้เล่นรายเดียวหรือกลุ่มเดียว “คุมกำลังขุดส่วนใหญ่” ของเครือข่ายได้ อาจก่อให้เกิด 51% attack ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านการรวมศูนย์และความเชื่อมั่นของระบบ

 

019b6669-7c88-7f35-8ba9-69bc222e0781.webp
Bitcoin network hashrate ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกำลังการประมวลผลทั้งหมดที่ใช้รักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แหล่งที่มา: CryptoQuant

 

ดังนั้น กลไกการปรับ Difficulty ตามกำลังขุดรวมจึงเป็น “เกราะ” ชั้นหนึ่งที่ช่วยให้เครือข่ายรักษาสมดุลและความน่าเชื่อถือในระยะยาว

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ bloomberg.com