Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

BNB Chain เตรียมอัปเกรดใหญ่ 14 ม.ค. ลด block time เหลือ 250ms เน้นแอป “เร็วระดับเสี้ยววินาที”
2025-12-26T23:03:00.000Zข่าว

BNB Chain เตรียมอัปเกรดใหญ่ 14 ม.ค. ลด block time เหลือ 250ms เน้นแอป “เร็วระดับเสี้ยววินาที”

เครือข่าย BNB Chain (BSC) ประกาศกำหนดวันเปิดใช้งาน Fermi Hard Fork บน Mainnet ในวันที่ 14 มกราคม หลังผ่านช่วงทดสอบบน testnet ราว 2 เดือน (ต่อเนื่องจากการเปิดใช้งานบน Fermi testnet เมื่อเดือนพฤศจิกายน)

 

หัวใจของการอัปเกรดครั้งนี้คือการ “เร่งความเร็วเครือข่าย” โดย ลดช่วงเวลาออกบล็อก (block interval) ลงเหลือ 250 มิลลิวินาที จากเดิม 750 มิลลิวินาที เพื่อรองรับแอปพลิเคชันที่ต้องการความไวสูงแบบ sub-second หรือ “เร็วระดับเสี้ยววินาที” เช่น แอป time-sensitive บางประเภทที่ต้องการความหน่วงต่ำ (low latency)

 

ลด block time แล้วทำไมต้องเพิ่มพารามิเตอร์โหวต?

 

เมื่อบล็อกออกถี่ขึ้น การสื่อสารระหว่างโหนด (nodes) จะมีความท้าทายมากขึ้น เพราะเวลาส่งข้อมูลไป-กลับสั้นลง ทำให้เกิด “communication lag” ได้ง่าย BNB Chain จึงเพิ่ม extended voting parameters เพื่อชดเชยความหน่วงที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้กลไกฉันทามติทำงานได้เสถียรขึ้นภายใต้ block time ที่สั้นมาก

 

019b5b7f-b0c0-78bd-bd43-7af64f3229cf.webp
ที่มา: GitHub

 

เพิ่มระบบ Index ช่วยลดภาระการซิงก์ข้อมูล

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญของ Fermi คือการเพิ่ม indexing mechanism ใหม่ สำหรับผู้ใช้งานหรือระบบที่ต้องการ “ข้อมูลบางส่วนของเลดเจอร์” แทนการต้องดาวน์โหลด “ประวัติบล็อกทั้งหมด” ซึ่งปกติใช้ทรัพยากรคอมพิวติ้งสูง ทั้งในด้านพื้นที่เก็บข้อมูลและการประมวลผล

 

แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นการปรับปรุงประสบการณ์ฝั่งผู้ใช้งานและผู้พัฒนา โดยเฉพาะระบบที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะทาง เช่น ดึงข้อมูลบางหมวดเพื่อทำ analytics หรือบริการที่ไม่จำเป็นต้องมี full history ทั้งหมด

 

BNB Chain เดินหน้าเป็น L1 สาย High-Throughput

 

BNB Chain เป็นบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ที่เริ่มต้นโดย Binance ในปี 2020 และปัจจุบันเติบโตเป็นระบบนิเวศแบบกระจายศูนย์ โดยมีชุมชน validator และผู้ใช้งานเป็นผู้ดูแลเครือข่าย

 

019b5b80-e701-7b17-8535-f10a28dfdfb1.webp
TPS แบบเรียลไทม์ของเครือข่าย BNB ที่มา: Chainspect

 

ข้อมูลจาก BSC Scan ระบุว่า BNB Chain กำลังประมวลผลอยู่ราว 222 ธุรกรรมต่อวินาที (TPS) ขณะที่ Chainspect ประเมินว่าเครือข่ายมี TPS เชิงทฤษฎีสูงสุด 6,349 TPS (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขการทดสอบ)

 

แรงผลักดันสำคัญของอุตสาหกรรมคือ บล็อกเชนต้องเพิ่ม throughput และ ความเร็วธุรกรรม ให้ “ใกล้เคียงหรือดีกว่า” ระบบรวมศูนย์ในโลกการเงินดั้งเดิม โดยเฉพาะกรณีการชำระเงินและแอปที่ต้องการความเร็วสูง

 

ตัวอย่างเช่น Visa ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ มีความสามารถรองรับระดับประมาณ 1,700 TPS ตามข้อมูลที่ถูกอ้างในบทความ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายเครือข่ายพยายามเร่งสเกลเพื่อแข่งขันกับ payment rails แบบเดิม

 

Active address ใกล้ Solana — สะท้อนการแข่งขัน L1 เข้มขึ้น

 

ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่า จำนวน active address ของ BNB Chain เพิ่มขึ้นเป็น 2,871,208 ซึ่งใกล้เคียงกับเครือข่ายเลเยอร์ 1 ที่ขึ้นชื่อด้านความเร็วอย่าง Solana สะท้อนว่าการแข่งขันระหว่าง L1 เพื่อชิงยูสเคสระดับ mass adoption กำลังเข้มข้นขึ้น

 

019b5b81-e402-77ad-a512-fd186fc3d1b9.webp
จำนวนที่อยู่ใช้งานจริงของ BNB Chain และ Solana ที่มา: Nansen

 

ทำไม block time และ TPS สำคัญกับ DeFi?

 

เครือข่ายที่มี block time ยาวและ TPS ต่ำ มักสร้าง “ความหน่วง” ให้กับแอป DeFi ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาอย่าง slippage หรือการได้ราคาซื้อขายไม่ตรงกับที่เห็น ณ เวลาส่งคำสั่ง (โดยเฉพาะตอนตลาดผันผวนหรือเครือข่ายหนาแน่น)

 

Slippage มักเกิดจากความล่าช้าในการประมวลผล/สื่อสาร หรือคอขวดของเครือข่าย ทำให้ผู้ใช้เจอ execution ที่แย่ลง ดังนั้นการลด block time และยกระดับ throughput จึงเป็นจุดขายสำคัญของ L1 สายเร็วในยุคนี้

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ coinlaw.io