Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

BlackRock จี้ OCC ยกเลิกเพดาน "สินทรัพย์โทเคน" และขยายขอบเขตเงินสำรอง Stablecoin
03 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

BlackRock จี้ OCC ยกเลิกเพดาน "สินทรัพย์โทเคน" และขยายขอบเขตเงินสำรอง Stablecoin

BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์) ยื่นจดหมายความเห็นความยาว 17 หน้าต่อ OCC (Office of the Comptroller of the Currency หรือสำนักงานผู้ตรวจการเงินตรา หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ) ในวันสุดท้ายของช่วงรับฟังความคิดเห็น 60 วัน เพื่อคัดค้านข้อเสนอจำกัดสัดส่วนสินทรัพย์โทเค็นไนซ์ในทุนสำรอง Stablecoin ไว้ที่ 20% พร้อมเรียกร้องให้ขยายขอบเขตสินทรัพย์ที่ใช้เป็นทุนสำรองได้ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act

 

พูดง่ายๆ ก็คือ — BlackRock กำลังต่อสู้เพื่อพื้นที่ของกองทุน BUIDL ในระบบนิเวศ Stablecoin ยุคใหม่นั่นเอง

 

🧩 จดหมาย 17 หน้า ยื่นวันสุดท้ายของช่วงรับฟังความเห็น

 

จดหมายฉบับนี้ของ BlackRock ถูกยื่นในวันสุดท้ายของกรอบเวลา 60 วัน ซึ่ง OCC เปิดให้แสดงความเห็นนับตั้งแต่วันที่ร่างกฎเผยแพร่ใน Federal Register เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา โดยร่างกฎเกณฑ์ความยาว 376 หน้าของ OCC ได้ตั้งคำถามมากกว่า 200 ข้อ ครอบคลุมประเด็นองค์ประกอบทุนสำรอง, เงินทุน, การเก็บรักษาสินทรัพย์ และการห้ามจ่ายผลตอบแทน

 

ข้อเสนอแนะของ BlackRock มุ่งเน้นไปที่กฎที่กำกับดูแล PPSIs (Permitted Payment Stablecoin Issuers หรือผู้ออกเหรียญ Stablecoin เพื่อการชำระเงินที่ได้รับอนุญาต) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับใบอนุญาตระดับรัฐบาลกลางในการออก Stablecoin ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act ที่ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025

 

🚫 ค้านเพดาน 20% สินทรัพย์โทเค็นไนซ์ — เดิมพันสำคัญของ BUIDL

 

ประเด็นที่ BlackRock เรียกร้องชัดเจนที่สุดคือ การขอให้ OCC ไม่กำหนดเพดานเชิงปริมาณต่อสินทรัพย์โทเค็นไนซ์ที่ใช้เป็นทุนสำรอง โดย OCC เคยเสนอตัวเลขเบื้องต้นไว้ที่ 20% ซึ่ง BlackRock มองว่าเป็นข้อจำกัดที่ "ไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของ OCC" และโต้แย้งว่าโปรไฟล์ความเสี่ยงของสินทรัพย์ขึ้นอยู่กับ คุณภาพเครดิต ระยะเวลา และสภาพคล่อง ไม่ใช่ว่าสินทรัพย์นั้นถูกถือหรือโอนผ่าน Distributed Ledger (เทคโนโลยีบัญชีกระจายศูนย์ รากฐานของ Blockchain) หรือไม่

 

จุดยืนนี้มีน้ำหนักไม่น้อย หากพิจารณาว่ากองทุน BUIDL ของ BlackRock เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ Tokenized Treasury (พันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบโทเค็น) ที่ใหญ่ที่สุดในตลาด มี AUM (สินทรัพย์ภายใต้การจัดการ) เกือบ 2.6 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 92,300 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 35.5 บาท/ดอลลาร์) ตามข้อมูลจาก RWA.xyz

 

ที่น่าสนใจคือ BUIDL เป็นทุนสำรอง มากกว่า 90% ที่หนุนหลังเหรียญ USDtb ของ Ethena และเหรียญ JupUSD ของ Jupiter (DEX ขนาดใหญ่บน Solana) ขณะที่ผู้นำตลาด Tokenized Treasury ปัจจุบันคือ USYC ของ Circle ที่มี AUM 2.9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 102,900 ล้านบาท

 

หากเพดาน 20% ผ่านการบังคับใช้ จะส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของ BUIDL ในฐานะสินทรัพย์ทุนสำรองภายใต้กรอบกฎหมายของรัฐบาลกลาง

 

📈 ดันสิทธิ ETF เข้าทุนสำรอง — ขจัดความคลุมเครือใน Section 4

 

BlackRock ยังกดดันให้ OCC ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ที่ลงทุนในสินทรัพย์ทุนสำรองที่เข้าเกณฑ์เท่านั้น เช่น Treasury ETF ก็ควรนับเป็นทุนสำรองได้ภายใต้ Section 4 ของ GENIUS Act

 

ทาง BlackRock เตือนว่า ความคลุมเครือในร่างกฎอาจทำให้ PPSIs ลังเลที่จะถือ ETF ไว้ในทุนสำรอง พร้อมขอให้ OCC ขยาย Quantitative Safe Harbor (พื้นที่ปลอดภัยทางตัวเลข) แบบเดียวกับที่ Government Money Market Funds ได้รับ ให้ครอบคลุม ETF ที่เข้าเกณฑ์ด้วย

 

⚖️ หนุน "Option A" — แนวทางยืดหยุ่นกว่า Option B

 

ในประเด็นเรื่องการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง BlackRock สนับสนุน "Option A" ของ OCC ซึ่งเป็นแนวทางที่ผสานหลักการ (Principles-based) กับตัวเลือก Safe Harbor เชิงปริมาณ มากกว่า Option B ที่จะกำหนดให้ทุก PPSI ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเดียวกันเป็นข้อบังคับรายวัน รวมถึงเพดานความเข้มข้นกับสถาบันเดียว 40% และค่า Weighted Average Maturity ไม่เกิน 20 วัน

 

นอกจากนี้ BlackRock ยังเสนอการปรับเปลี่ยนเชิงเทคนิคหลายข้อ เช่น

 

  • ยกเว้นหุ้น Government MMF ที่ "ดูแลเอง" จากเพดานความเข้มข้น 40%
  • ยืนยันว่า PPSI ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทะลุไปถึงผู้ดูแลทรัพย์สินของกองทุน
  • อนุญาตให้ Government MMF ที่ชำระเงินภายในวันเดียวกันถูกนับรวมในข้อกำหนดสภาพคล่องรายสัปดาห์ 30%

 

🆕 เสนอเพิ่ม Treasury Floating-Rate Notes ในรายการสินทรัพย์ทุนสำรอง

 

นอกเหนือจาก Safe Harbor แล้ว BlackRock ยังแนะนำให้เพิ่ม U.S. Treasury Floating-Rate Notes (พันธบัตรรัฐบาลที่ดอกเบี้ยลอยตัว) ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 2 ปี เข้าในรายการสินทรัพย์ทุนสำรองที่อนุญาต โดยอ้างถึงความผันผวนของราคาที่ต่ำและการรีเซ็ตคูปองรายสัปดาห์

 

จดหมายฉบับนี้ลงนามโดย Roland Villacorta หัวหน้าฝ่ายสภาพคล่องและการเงินระดับโลกของ BlackRock และ Benjamin Tecmire หัวหน้าฝ่ายกิจการกำกับดูแลในสหรัฐฯ

 

ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม BlackRock ได้ปรับโครงสร้างกองทุน Select Treasury Based Liquidity Fund (BSTBL) ของตนเองให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับ GENIUS Act พร้อม Deadline การซื้อขายที่ 17:00 น. ตามเวลาตะวันออก และเน้น Treasury เป็นหลัก เพื่อรองรับทุนสำรอง Stablecoin โดยเฉพาะ

 

🗓️ Big Picture — เส้นตายมกราคม 2027 และการขยับของหลายหน่วยงาน

 

ร่างกฎ 376 หน้าของ OCC เป็นเพียงหนึ่งในหลายกระบวนการออกกฎของรัฐบาลกลางที่กำลังเร่งทำงานเพื่อให้ทันเส้นตาย Compliance ในเดือน มกราคม 2027 โดย FDIC ได้ออกร่างกฎของตนเองเมื่อต้นเดือนเมษายน ขณะที่ Treasury, FinCEN และ OFAC ก็ได้ขยับร่างข้อเสนอแยกต่างหากครอบคลุมการกำกับดูแลระดับรัฐ, มาตรการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร

 

ในวันเดียวกัน Brookings Institution ก็ยื่นจดหมายของตนเอง โดยเน้นเรื่องเงินทุน เสนอให้ OCC กำหนดข้อเรียกร้องเงินทุนที่สูงกว่าสำหรับเงินฝากเรียกคืนแบบไม่มีประกันที่ถือไว้เป็นทุนสำรอง

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้:
👉 Tether รุกหนัก! เปิดตัว USAt เหรียญ Stablecoin ใหม่ลุยตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act
👉 ผู้เชี่ยวชาญชี้ GENIUS Act คือจุดเริ่มต้นของโครงสร้างคริปโตระดับโลก จุดประกายยุคใหม่ DeFi
👉 Plume และ Elixir เปิดตัวแพลตฟอร์มการเงิน RWAfi สำหรับสถาบัน ด้วย BUIDL จาก BlackRock
👉 หุ้น Circle (USDC) เปิดเทรดแรง! พุ่ง 167% วันแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / ภาพ cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict จดหมายของ BlackRock ครั้งนี้สะท้อนภาพชัดว่า "ยักษ์ใหญ่ TradFi" ไม่ได้แค่เข้ามาแตะคริปโตอย่างผิวเผินอีกต่อไป แต่กำลังลงทุนแรงในการ กำหนดทิศทางของกฎเกณฑ์ ที่จะเป็นรากฐานของระบบการเงินดิจิทัลในทศวรรษหน้า การที่ BlackRock ออกมาค้านเพดาน 20% อย่างตรงไปตรงมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกองทุน BUIDL คือเดิมพันเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในตลาด Tokenized Treasury ที่กำลังโตเร็วและมีผลต่อโครงสร้างทุนสำรองของ Stablecoin ทั่วทั้งอุตสาหกรรม ที่น่าจับตามองไม่น้อยคือ — ผลลัพธ์ของช่วงรับฟังความเห็นนี้จะกำหนดว่าตลาด Stablecoin สหรัฐฯ มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ จะเดินไปในทิศทาง "เปิดกว้างต่อนวัตกรรม Blockchain" หรือ "อนุรักษนิยมในกรอบ TradFi เดิม" และสุดท้ายแล้ว ผู้กำหนดนโยบายต้องชั่งระหว่าง เสถียรภาพระบบ กับ ศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่ ให้สมดุล

 

🏷️ Tags / SEO Keywords: BlackRock, GENIUS Act, OCC, Stablecoin, BUIDL, Tokenized Treasury, PPSI, Crypto Regulation

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com