Tom Lee ชูคริปโตคือ "Safe Haven" ยามสงคราม! กวาดเพิ่มอีก 71,179 ETH
Bitmine Immersion บริษัท Ethereum Treasury ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่าซื้อ ETH เพิ่มอีก 71,179 เหรียญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดันยอดถือครองรวมแตะ 4,732,082 ETH คิดเป็นมูลค่าราว 9.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Tom Lee ประธานบริษัทออกมาระบุว่าคริปโตกำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเป็น "สินทรัพย์พักเงินยามสงคราม" ได้ดีกว่าทองคำในช่วงวิกฤติสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อมาครบ 5 สัปดาห์แล้ว
Bitmine กวาด ETH ต่อเนื่อง ทะลุ 4.73 ล้านเหรียญ
Bitmine Immersion (บริษัทสาธารณะที่ทำกลยุทธ์สะสม Ethereum เป็นสินทรัพย์หลักในคลังบริษัท) รายงานการซื้อ ETH เพิ่มอีก 71,179 เหรียญนับตั้งแต่การอัปเดตครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ณ ราคาปัจจุบัน การซื้อครั้งนี้มีมูลค่าราว 147.6 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดถือครอง ETH รวมของบริษัทขยับขึ้นเป็น 4,732,082 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 9.8 พันล้านดอลลาร์
ตามข้อมูล ณ วันที่ 29 มีนาคม นอกจาก ETH แล้ว Bitmine ยังถือครอง BTC อีก 197 เหรียญ (มูลค่าราว 13.4 ล้านดอลลาร์) หุ้น Eightco Holdings มูลค่า 102 ล้านดอลลาร์ และเงินสดรวม 961 ล้านดอลลาร์ รวมสินทรัพย์และเงินสดทั้งหมดอยู่ที่ 10.7 พันล้านดอลลาร์
ที่น่าสังเกตคือ ETH ที่ Bitmine ถือครองอยู่นั้นคิดเป็นเกือบ 4% ของ Circulating Supply (จำนวน ETH ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด) ทั้งหมดที่ราว 120.7 ล้านเหรียญในปัจจุบัน
Tom Lee: ETH เอาชนะทองคำในสนามรบ
Tom Lee ประธาน Bitmine ออกมาแสดงความเห็นถึงพฤติกรรมราคาคริปโตในช่วงสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อมา 5 สัปดาห์ว่า ETH และคริปโตโดยรวมทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นและทองคำอย่างชัดเจน
"ETH ทำผลงานเหนือตลาดหุ้นถึง 1,160 basis points (หน่วยวัดส่วนต่างผลตอบแทน เท่ากับ 0.01% ต่อ 1 หน่วย) ในขณะที่ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์พักเงินแบบดั้งเดิมกลับทำผลงานต่ำกว่าตลาดถึง 750 basis points" Lee ระบุ "นี่คือหลักฐานว่าคริปโตกำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสินทรัพย์พักเงินที่ดีในยามสงคราม"
Lee ยังวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันกับตลาดคริปโตด้วยว่า "ความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างคริปโต (และหุ้น) กับราคาน้ำมันกำลังเพิ่มสูงขึ้น และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา ตราบใดที่ตลาดหุ้นยังไม่มั่นใจกับทิศทางราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นก็ยังเป็นแรงกดดันสำหรับทั้งหุ้นและคริปโต และในแง่หนึ่ง Crypto Winter (ตลาดขาลงของคริปโต) น่าจะสิ้นสุดลงเมื่อความเสี่ยงขาขึ้นของราคาน้ำมันถึงจุดสูงสุด"
Staking ETH สร้างรายได้ 177 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ในบรรดา ETH ทั้งหมดที่ถือครอง Bitmine นำไป Staking (ฝากเพื่อรับดอกเบี้ยและช่วยยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum) แล้วถึง 3,142,643 เหรียญ คิดเป็น 66% ของ ETH ทั้งหมดที่บริษัทถือครอง และสร้างรายได้แบบ Annualized (คำนวณเป็นอัตราต่อปี) อยู่ที่ 177 ล้านดอลลาร์
ผู้ถือ ETH รายใหญ่ที่สุด และเทียบกับ Strategy ของ Saylor
ปัจจุบัน Bitmine ครองตำแหน่งบริษัทที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก โดยมี SharpLink (บริษัทของ Joe Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum) และ The Ether Machine ตามมาด้วย ETH ราว 863,021 เหรียญ และ 496,712 เหรียญตามลำดับ
เมื่อเทียบในภาพรวม Bitmine เป็นบริษัทคลัง Crypto สาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Strategy (บริษัทของ Michael Saylor ผู้บุกเบิกกลยุทธ์สะสม Bitcoin ในคลังบริษัท) ที่ถือ BTC สูงถึง 762,099 เหรียญ มูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 3.6% ของซัพพลาย Bitcoin ทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ
Bitmine มีนักลงทุนสถาบันชั้นนำหนุนหลัง ได้แก่ Ark Invest ของ Cathie Wood, Founders Fund, Pantera, Kraken, DCG และ Galaxy Digital โดยบริษัทตั้งเป้าสะสม ETH ให้ถึง 5% ของ Circulating Supply ซึ่งปัจจุบันเทียบเท่าราว 6.04 ล้านเหรียญ ล่าสุดบริษัทอยู่ที่ 3.92% แล้ว หรือก้าวหน้าไป 78% ของเป้าหมาย ภายในเวลาเพียง 8 เดือน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Tom Lee ฟันธง Ethereum คือบล็อกเชนที่วอลล์สตรีทและทำเนียบขาวเลือกใช้
👉 SharpLink Gaming เทหมดหน้าตัก! ซื้อ ETH อีก 49 ล้านดอลลาร์ ถือครองแซง Ethereum Foundation แล้ว
👉 SharpLink ทุ่มซื้อ Ethereum มูลค่า 667 ล้านดอลลาร์ หนุนสงครามสะสม ETH ของสถาบัน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Tom Lee ออกมาเปรียบ ETH กับทองคำในแง่ "สินทรัพย์พักเงินยามสงคราม" ถือเป็นการเปลี่ยนวาทกรรมที่น่าสนใจมาก เพราะโดยปกติทองมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ Safe Haven แบบคลาสสิก การที่ Bitmine สะสม ETH ได้ถึง 78% ของเป้าหมายภายในเวลา 8 เดือน พร้อมรายได้ Staking กว่า 177 ล้านดอลลาร์ต่อปี ก็ยิ่งทำให้โมเดลธุรกิจนี้น่าจับตามองในฐานะกรณีศึกษาระดับโลก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามทิศทางราคาน้ำมันและพัฒนาการของสงครามอิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก Tom Lee เองก็ยอมรับว่าทั้งสองปัจจัยนี้ยังคงมีผลต่อตลาดคริปโตอย่างมีนัยสำคัญ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitmine, Ethereum Treasury, Tom Lee, ETH staking, คลัง Ethereum, สงครามอิหร่านคริปโต, SharpLink, Strategy Michael Saylor
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com