BitMine อ่วม! เผชิญตัวเลขขาดทุนทางบัญชี Ether กว่า 2 แสนล้านบาท หลังตลาดดิ่งหนัก
BitMine Immersion Technologies บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีกลยุทธ์การถือครองคริปโตเคอร์เรนซีในคลังสำรอง กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต โดยล่าสุดพบว่าบริษัทมีตัวเลขขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จากการถือครอง Ether (ETH) สูงถึงกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.1 แสนล้านบาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงมหาศาลของกลยุทธ์การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาไว้ในงบดุลในช่วงที่ตลาดเผชิญกับการปรับฐานอย่างรุนแรง

ข้อมูลจาก Dropstab ระบุว่า BitMine ได้เข้าซื้อ Ether เพิ่มเติมอีก 40,302 ETH เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันบริษัทถือครอง Ether รวมมากกว่า 4.24 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม มูลค่าพอร์ตโดยรวมได้ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม เหลือเพียงประมาณ 9.6 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน เนื่องจากราคาเหรียญร่วงลงตามทิศทางตลาดโลก
สภาพคล่องเปราะบางและฟองสบู่เลเวอเรจ
การดิ่งลงของราคา Ether สู่ระดับ 2,300 ดอลลาร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นผลมาจากสภาวะสภาพคล่องที่เปราะบาง โดย The Kobeissi Letter ให้ความเห็นว่าการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไปในตลาดที่สภาพคล่องต่ำ ทำให้เกิด "ช่องว่างอากาศ" (Air Pockets) ในด้านราคา เมื่อเกิดแรงเทขายจึงนำไปสู่การดิ่งลงที่รุนแรงกว่าปกติเนื่องจากนักลงทุนมีพฤติกรรมแห่ขายตามกัน (Herd-like positioning)
เหตุการณ์นี้นับเป็นผลต่อเนื่องจากการล้างพอร์ตครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำลายมูลค่าตลาดไปกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนลดระดับความเสี่ยง (Risk Appetite) ในสินทรัพย์ดิจิทัลลงอย่างมาก
มุมมอง Tom Lee และอนาคตในปี 2026
Tom Lee นักลงทุนชื่อดังที่เชื่อมโยงกับ BitMine ได้ออกมาเตือนว่า แม้พื้นฐานในระยะยาวจะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่สภาพตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยเขาคาดการณ์ว่าปี 2026 จะเริ่มต้นด้วยความ "เจ็บปวด" ก่อนที่ตลาดจะมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงปลายปี เนื่องจากตลาดปัจจุบันยังคงได้รับผลกระทบจากการลดระดับเลเวอเรจ (Deleveraging) อย่างต่อเนื่อง
ด้าน Wintermute ผู้ให้บริการสภาพคล่องระบุว่า การฟื้นตัวของตลาดในปี 2026 จำเป็นต้องมีปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างหลายประการ:
การกลับมาของแรงส่ง (Momentum) ใน Bitcoin และ Ether
การเข้ามามีส่วนร่วมของกองทุน ETF ที่กว้างขวางขึ้น
การขยายขอบเขตการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในคลังสำรองขององค์กรต่าง ๆ
การไหลกลับเข้ามาของนักลงทุนรายย่อยที่ปัจจุบันยังสนใจในกลุ่ม AI และควอนตัมมากกว่า
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ beincrypto.com
มาตรฐานความเร็วที่โลกคริปโตต้องยอมรับที่ Bitcoin Addict