Tom Lee ประธานบริษัท BitMine ออกมายืนยันว่าบริษัทได้เข้าซื้อ Ether (ETH) เพิ่มหลังเกิดเหตุการณ์ flash crash ที่ทำให้ตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะ “deleveraging” หนักที่สุดครั้งหนึ่งของปี
“ปริมาณ open interest ของ ETH ตอนนี้อยู่ในระดับเดียวกับเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ตอนนั้นราคาอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์ ซึ่งถ้ามองจากแนวโน้ม Supercycle ของ Ethereum ตอนนี้ถือเป็น ‘price dislocation’ ที่ให้โอกาสความเสี่ยงต่อผลตอบแทนดีที่สุด” Lee กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
จากข้อมูลของ Arkham Intelligence พบว่า BitMine ได้ซื้อ Ether เพิ่มอีก 250 ล้านดอลลาร์ จากสองกระดานใหญ่คือ Bitgo และ Kraken
หลังดีลนี้ BitMine ถือครอง Ether รวมกว่า 3.3 ล้านเหรียญ มูลค่ากว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.74% ของอุปทานทั้งหมด
Tom Lee มั่นใจ “ETH จะถึง 10,000 ดอลลาร์ในปีนี้”
Lee เคยให้สัมภาษณ์ในพอดคาสต์ Bankless เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยังคงยืนยันราคาเป้าหมาย $10,000 ต่อ ETH ภายในปี 2025 แม้จะเหลือเวลาเพียงสองเดือนเศษก่อนสิ้นปี
ซึ่งหมายความว่า Ether ต้องพุ่งขึ้นกว่า 150% จากราคาปัจจุบันที่ราว $3,986
หุ้น BitMine พุ่งแรงตามกระแส
หุ้นของบริษัท (BMNR) ปรับขึ้น 7.92% มาที่ $53.80 ในวันจันทร์
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา หุ้น BitMine พุ่งขึ้นกว่า 691% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์ถือ Ether ระยะยาว
Lee กล่าวเสริมว่า “สภาพคล่องของเราดึงดูดนักลงทุนสถาบันจำนวนมาก ปัจจุบัน BitMine และ MSTR มีส่วนแบ่งการเทรดรวมกว่า 88% ของปริมาณเทรด DAT ทั่วโลก”
BitMine ครองบัลลังก์ “บริษัทถือ Ether ใหญ่สุดในโลก”
BitMine ยังคงเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Ether มากที่สุดในโลก โดยคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ SharpLink Gaming ซึ่งถืออยู่เพียง 840,012 เหรียญ เท่านั้น
ปัจจุบัน สถาบันการเงินและบริษัทจดทะเบียนรวมกันถือครอง Ether แล้วกว่า 5.74 ล้านเหรียญ หรือ 4.75% ของอุปทานทั้งหมด
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bitfinanzas.com