
BitMEX ปิดเทรดถาวรแล้ว เหลือแค่ถอนเงินได้ ผู้ใช้ API ต้องรีบก่อน 28 ก.ย.
BitMEX (บิทเม็กซ์) กระดานเทรดสัญญาอนุพันธ์คริปโตที่เปิดให้บริการมากว่า 11 ปี หยุดรับฝากและหยุดเทรดถาวรแล้วตั้งแต่เวลา 04.00 น. UTC ของวันที่ 23 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับเวลา 11.00 น. ตามเวลาไทย ผู้ใช้ยังล็อกอินเข้าเว็บเพื่อถอนยอดคงเหลือได้ แต่ BitMEX จะปิดการถอนผ่าน API ในวันที่ 28 กันยายน ผู้ใช้ที่ต้องการถอนต้องดำเนินการผ่านหน้าเว็บเท่านั้น ตามรายงานของ Cointelegraph
เหลืออะไรให้ใช้ได้บ้างหลังปิด
ตามที่ BitMEX ชี้แจงหลังปิดให้บริการ ผู้ใช้ยังล็อกอินและถอนเงินได้ และบริษัทยืนยันว่า "เงินของท่านปลอดภัยทั้งหมด" พร้อมแนะนำให้ทุกคนถอนยอดคงเหลือที่ถอนได้ออกโดยเร็ว สื่อทั้ง Cointelegraph และ CoinDesk ระบุตรงกันว่าประกาศฉบับปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดของช่วงถอนเงินผ่านหน้าเว็บ ส่วนการถอนผ่าน API ซึ่งผู้ใช้สายบอทหรือระบบอัตโนมัติมักใช้ จะถูกปิดวันที่ 28 กันยายน
Parameter รายงานเพิ่มเติมว่าตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน การถอน USDT, USDC และ ETH จะจำกัดเฉพาะเครือข่าย Ethereum ซึ่งสอดคล้องกับประกาศของ BitMEX ที่ระบุว่าคำขอถอนที่หนาแน่นอาจถูกจำกัดเครือข่ายตามประเภทสินทรัพย์ นอกจากนี้ Parameter ระบุไทม์ไลน์ก่อนปิดว่า สัญญา Bitcoin และ Ethereum ถูกชำระราคาเมื่อวันที่ 16 กันยายน การเทรดสปอตหยุดวันที่ 21 กันยายน และบริการแปลงเหรียญหยุดวันที่ 22 กันยายน
ยอดที่ทิ้งไว้ ถูกหักค่าธรรมเนียมรายเดือน
ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) แล้วแต่ไม่ถอนเงินออก จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบัญชี BitMEX ระบุในประกาศทางการว่าเป็น "1% ต่อปี (เรียกเก็บรายเดือน) หรือเทียบเท่า 50 ดอลลาร์สำหรับบัญชีที่มียอดไม่เกินจำนวนดังกล่าว" ขณะที่ CoinDesk สรุปว่าเป็นอัตรา 1% ต่อปี หรือขั้นต่ำเทียบเท่า 50 ดอลลาร์ แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า และ BitMEX ระบุว่าค่าธรรมเนียมอาจปรับเพิ่มในอนาคตโดยจะแจ้งล่วงหน้า ด้วยเหตุนี้บัญชีที่มียอดน้อยจึงเสียหายสัดส่วนมากกว่า เพราะค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเรียกเก็บทุกเดือนไม่ว่ายอดจะเหลือเท่าไร
ทำไมถึงปิด และทำไมขายกิจการไม่สำเร็จ
HDR Global Trading Limited เจ้าของและผู้ดำเนินการ BitMEX ระบุว่าตัดสินใจปิดหลังทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจและภาพรวมอุตสาหกรรมคริปโต และยืนยันว่าการปิดครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายหรือกฎระเบียบ CoinDesk รายงานว่า BitMEX ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกสัญญา Perpetual Swap (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่มีวันหมดอายุ) กำลังเสียส่วนแบ่งในตลาดที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ทั้งที่ปริมาณซื้อขายอนุพันธ์บนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ทั้งตลาดสูงถึง 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว
Parameter รายงานว่า BitMEX พยายามหาผู้ซื้อกิจการมาราว 2 ปีที่มูลค่าใกล้ 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีกระดานเทรดคู่แข่งและผู้ให้บริการกระเป๋า Exodus อยู่ในกลุ่มที่มีการพูดคุย แต่ไม่ได้ข้อสรุป ขณะเดียวกัน CoinDesk ระบุว่า BitMart อีกหนึ่งกระดานเทรดก็ประกาศปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมหลังเปิดมา 9 ปี
ผู้ก่อตั้งและประวัติที่ผ่านมา
BitMEX ก่อตั้งเมื่อปี 2557 โดยอาร์เธอร์ เฮย์ส (Arthur Hayes), เบน เดโล (Ben Delo) และซามูเอล รีด (Samuel Reed) และเป็นที่รู้จักจากสัญญา Perpetual แบบ XBTUSD และการให้ใช้เลเวอเรจสูงสุด 100 เท่า Parameter รายงานว่าปริมาณซื้อขายรายเดือนของ BitMEX เคยเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2564 ก่อนลดลงต่อเนื่องในช่วงหลัง
ก่อนปิดตัว BitMEX ยังเผชิญคดีจากกองทรัพย์สินล้มละลายของ Celsius ที่ฟ้องบริษัทในเครือ BitMEX 5 แห่งเมื่อเดือนกันยายน เรียกคืน Bitcoin 6,360 BTC มูลค่าราว 490 ล้านดอลลาร์ ตามที่ Cointelegraph รายงาน จากข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับปิดสถานะลูกค้าในช่วงตลาดร่วงเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาในชั้นศาล ยังไม่มีคำตัดสิน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 BitMEX ประกาศปิดตัวถาวร หลังเปิดให้บริการมา 11 ปี มีผล 23 กันยายนนี้
👉 Celsius ฟ้อง BitMEX เรียกคืน 6,360 BTC มูลค่า 495 ล้านดอลลาร์ ก่อนปิดตัวถาวร 23 ก.ย.
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, CoinDesk, Parameter, ประกาศทางการของ BitMEX
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ทีมข่าวมองว่าจุดที่ผู้ใช้ควรใส่ใจที่สุดตอนนี้ไม่ใช่การเทรด แต่คือเงินที่ยังค้างอยู่ในบัญชี เพราะยอดที่ทิ้งไว้จะถูกหักค่าธรรมเนียมทุกเดือนและมีเส้นตายเรื่อง API วันที่ 28 กันยายน ใครที่เคยเปิดบัญชี BitMEX ไว้ ควรล็อกอินตรวจยอดและถอนออกไปเก็บในกระเป๋าที่ควบคุมเองหรือกระดานที่ได้รับใบอนุญาตในไทย เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนว่ากระดานเทรดแม้จะเคยใหญ่ระดับผู้สร้างมาตรฐานของตลาดก็ปิดตัวได้ การกระจายที่เก็บสินทรัพย์จึงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นปกติ ทั้งนี้เนื้อหาในข่าวนี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com