ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาด Bitcoin ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงความไม่แน่นอนก่อนการประชุม FOMC ส่งผลให้นักลงทุนหลายคนชะลอการซื้อขาย แต่ในความเงียบนี้กลับมีข้อมูลจาก CryptoQuant ที่ชี้ถึงพฤติกรรมที่น่าสนใจ: นักลงทุนระยะสั้น (Short-Term Holders หรือ STHs) เทขาย Bitcoin มากกว่า 15,000 BTC โดยยอมขาดทุน
ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่าเพียงวันจันทร์วันเดียวมีการโอน BTC จำนวน 959 เหรียญไปยังตลาดแลกเปลี่ยนในภาวะขาดทุน และตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 16,700 BTC ภายในวันพุธ ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาลดลงจาก $106,500 เหลือ $103,500

สิ่งนี้สะท้อนพฤติกรรมเดิมของกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น หรือที่หลายคนเรียกว่า "มืออ่อน" ซึ่งมักจะตื่นตระหนกและรีบขายเมื่อราคาตก ส่งผลให้เกิดแรงกดดันระยะสั้นต่อราคา
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมนี้มีผลในเชิงบวกในระยะยาว เพราะเหรียญที่มืออ่อนขายออกมานั้น มักจะถูกซื้อไปโดยนักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders หรือ LTHs) ที่มีความมั่นคงมากกว่า ทำให้เกิดการเปลี่ยนมือของเหรียญไปสู่ "มือแข็ง" ซึ่งช่วยสร้างฐานราคาที่แข็งแรงขึ้นในระยะยาว
สรุปประเด็นสำคัญ:
- นักลงทุนระยะสั้นขาย Bitcoin ขาดทุนมากกว่า 15,000 BTC ภายในสัปดาห์เดียว
- ราคาตกจาก $106,500 เหลือ $103,500
- นักลงทุนระยะยาวยังคงเข้าซื้อสะสมต่อเนื่อง
- ปริมาณ BTC ที่ถือโดยกลุ่มมืออ่อนลดลง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าใกล้ถึง “จุดต่ำสุด” ของราคาแล้ว
Bitcoin กำลังอยู่ใน “จุดอับ” – ต้องการแรงซื้อใหม่ดันราคา
ข้อมูลจาก Swissblock แพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาด บ่งชี้ว่า Bitcoin อยู่ในช่วง “blind spot” หรือจุดอับของตลาด แม้ราคาจะดีดกลับเล็กน้อย แต่แรงซื้อยังเบาบาง สวนทางกับแรงขายที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน

แม้แรงกดดันฝั่งขายจะเริ่มผ่อนคลาย แต่หากไม่มีแรงซื้อมาสนับสนุนเพิ่มเติม ก็อาจเห็นการย่อตัวอีกรอบก่อนที่ตลาดจะกลับตัวอย่างจริงจัง
จากข้อมูล on-chain ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้นอยู่ในช่วง $94,000–$97,000 ซึ่งอาจกลายเป็น “แนวรับสำคัญ” ของรอบนี้ และมีโอกาสสูงที่จะเป็นจุดกลับตัวของราคา หากมีแรงซื้อตอบรับในระดับนี้
บทสรุปโดยรวม:
- กลุ่มนักลงทุนมืออ่อนกำลังขายขาดทุน → ราคาอ่อนตัว
- เหรียญส่วนใหญ่ถูกซื้อโดยมือแข็ง → เสริมฐานระยะยาว
- แนวรับสำคัญที่น่าจับตา: $94,000–$97,000
- ตลาดยังขาดแรงซื้อมหาศาล → ต้องการดีมานด์ใหม่เพื่อเบรกอัป
หากราคาหลุด $100,000 ลงมาอีก อาจเป็นโอกาสสำหรับการเก็บของของนักลงทุนระยะยาว ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวและเบรกขึ้นรอบใหม่
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coindesk.com