นักวิเคราะห์เตือนแรง! หาก Bitcoin ยังไม่กันควอนตัมได้ภายในปี 2028 ราคาอาจหลุดต่ำกว่า $50,000
ประเด็น “ภัยคุกคามจาก Quantum Computing ต่อ Bitcoin” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง Charles Edwards ผู้ก่อตั้งกองทุนเชิงปริมาณ Capriole ออกมาเตือนว่า หากเครือข่าย Bitcoin ยังไม่สามารถอัปเกรดให้ Quantum-resistant ได้ทันภายในปี 2028 ราคา Bitcoin อาจร่วงลงไป “ต่ำกว่า $50,000” และมีแนวโน้มปรับลงต่อจนกว่าจะมีทางแก้
Edwards ยังเน้นย้ำว่า “ควรต้องเริ่มแก้ให้ทันในปี 2026” เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกระแทกต่อความเชื่อมั่นของตลาด
Quantum computing ทำให้ Bitcoin เสี่ยงตรงไหน?
แก่นของความกังวลคือ ในอนาคต หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมทรงพลังพอ อาจทำให้การเข้ารหัสบางรูปแบบที่ใช้อยู่ในโลกการเงิน/อินเทอร์เน็ตวันนี้ “ไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม” ซึ่งในฝั่งคริปโต มักถูกอธิบายว่าอาจนำไปสู่การ คาดเดากุญแจ (key) / ปลอมลายเซ็น (signature) / ย้ายเหรียญโดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่ข้อมูลบางอย่างถูกเปิดเผยบนเชน
หมายเหตุ: ภัยควอนตัมไม่ใช่ประเด็นของ Bitcoin อย่างเดียว—หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์และภาคการเงินทั่วโลกก็เร่งเตรียม “Post-Quantum Cryptography (PQC)” เช่นกัน

เส้นแบ่งความเห็น: “เรื่องไกลตัว” หรือ “ต้องรีบทำเดี๋ยวนี้”?
ฝั่งที่มองว่า “ยังไม่ใกล้” ให้เหตุผลว่า เทคโนโลยีควอนตัมระดับที่เจาะระบบเข้ารหัสได้จริงอาจยังต้องใช้เวลา และเป้าหมายใหญ่ ๆ อย่างธนาคาร/รัฐอาจโดนก่อน แต่ฝั่ง Edwards โต้ว่า Bitcoin อาจถูกจับตาเร็ว เพราะเป็นระบบเปิด ตรวจสอบได้ และบางกรณี “แก้/ย้อนธุรกรรม” ไม่ได้เหมือนระบบการเงินดั้งเดิม
ขณะเดียวกัน Michael Saylor (ฝั่ง Bitcoin bull) เคยลดทอนความกังวล โดยบอกว่ากระแส quantum threat เป็น “การตลาด” เพื่อปั่นโทเคนธีมควอนตัม และมองว่าเมื่อภัยใกล้จริง โปรโตคอลก็สามารถอัปเกรดได้
ทางแก้มีอะไรบ้าง? (และทำไม “เวลา” ถึงสำคัญ)
ภาพใหญ่ของทางออกคือการทำให้ Bitcoin สามารถย้ายไปใช้ ลายเซ็น/คริปโตกราฟีที่ทนควอนตัม ได้ในระดับโปรโตคอล ซึ่งเริ่มมีความพยายามเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น
มี Bitcoin Improvement Proposal (BIP) เสนอแผน “Post-Quantum Migration” และแนวทางลดบทบาทลายเซ็นแบบเดิม พร้อมโรดแมปไปสู่การเปลี่ยนผ่านในช่วงหลายปีข้างหน้า (ถูกพูดถึงในกรอบ “ภายในปี 2030”)
มาตรฐาน PQC ฝั่งโลกไซเบอร์ก็เริ่มชัดขึ้น หลัง NIST ออกมาตรฐานเข้ารหัสแบบ post-quantum ชุดแรก และผลักดันให้เริ่ม “เปลี่ยนผ่าน” ตั้งแต่วันนี้

ในมุมผู้ใช้งานรายย่อย มีข้อเสนอเชิงปฏิบัติการจาก Willy Woo ที่เคยแนะให้ย้าย BTC ไปถือใน SegWit เป็นเวลาหลายปีเพื่อ “ซื้อเวลา” ระหว่างรออัปเกรดใหญ่ แต่ประเด็นนี้ก็ถูกโต้กลับว่า SegWit ไม่ใช่โมเดลป้องกันควอนตัมอย่างแท้จริง และควรเร่งอัปเกรดเครือข่ายมากกว่า
ข่าวนี้กระทบตลาดยังไง?
สิ่งที่ Edwards สื่อคือ “ถ้าไม่เดินหน้าอัปเกรดให้ทันเวลา” ตลาดอาจเริ่มตีราคา “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” เข้าไปใน Bitcoin มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจสะท้อนผ่านความผันผวน/ความเชื่อมั่นในระยะยาว—โดยเฉพาะเมื่อโลกการเงินกำลังย้ายไปสู่ยุค post-quantum แบบจริงจัง
อ้างอิง : cointelegraph.com