ศึก “Bitcoin vs ทองคำ” เดือดอีกครั้ง! Peter Schiff ท้าเทียบแค่ 4 ปี ลั่น “BTC หมดยุคแล้ว”
ประเด็น “Bitcoin vs ทองคำ” กลับมาร้อนอีกครั้ง หลัง Adam Livingston นักเขียนและนักวิเคราะห์ ระบุว่า Bitcoin (BTC) ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าทองคำและเงินอย่างทิ้งห่าง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (นับตั้งแต่ปี 2015)
Livingston อ้างตัวเลขว่า ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา Bitcoin เพิ่มขึ้นราว 27,701% ขณะที่ Silver (เงิน) เพิ่มขึ้นราว 405% และ Gold (ทองคำ) เพิ่มขึ้นราว 283% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เขายังโต้เสียงวิจารณ์เรื่อง “เลือกช่วงเวลา” โดยบอกว่าแม้ตัดช่วงแรก ๆ ของการเกิด Bitcoin ออกไป ผลลัพธ์ก็ยังชี้ว่าทองและเงินตามไม่ทัน BTC

Peter Schiff โผล่ร่วมวง: “เทียบแค่ 4 ปีสิ”
ฝั่งผู้สนับสนุนทองคำอย่าง Peter Schiff ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักวิจารณ์ Bitcoin ที่แข็งกร้าว ได้ตอบกลับว่า ควรเปรียบเทียบในกรอบเวลาที่สั้นลง เช่น 4 ปีล่าสุด พร้อมกล่าวว่า “ยุคของ Bitcoin ผ่านไปแล้ว”
จุดนี้สะท้อนว่าความขัดแย้งหลักของสองฝั่งไม่ได้อยู่ที่ “ตัวสินทรัพย์อย่างเดียว” แต่คือ กรอบเวลาที่ใช้วัด (time horizon) ว่าใครเหมาะเป็น Store of Value กันแน่
ทำไมบางคนมองว่า Bitcoin ได้เปรียบ “เชิงโครงสร้าง”?
อีกมุมหนึ่ง Matt Golliher ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทบริหารความมั่งคั่งสาย Bitcoin อย่าง Orange Horizon Wealth อธิบายว่า สินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองและเงินมักมีแรง “ดึงกลับ” ระยะยาว เพราะเมื่อราคาขึ้น การผลิต/การขุดก็เพิ่ม ทำให้ซัพพลายเพิ่มและราคามีแนวโน้มปรับลงเข้าใกล้ “ต้นทุนผลิต” แต่กรณี Bitcoin มี “ซัพพลายจำกัด” ตามโปรโตคอล จึงต่างออกไป
เขายกตัวอย่างด้วยว่า เมื่อราคาทอง/เงินอยู่ระดับสูง แหล่งที่เคย “ขุดไม่คุ้ม” ในอดีต อาจกลับมาคุ้มค่าและถูกนำเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น
ทำไมปลายปี 2025 ประเด็นนี้ยิ่งเดือด? เพราะทอง-เงินพุ่ง แต่ BTC แผ่ว และดอลลาร์อ่อน
บทสนทนานี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาพตลาดที่ “สวนทางกัน” คือ ทองและเงินทำราคาพุ่งแรง ในขณะที่ Bitcoin ชะลอตัว และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลง
สื่อ Reuters รายงานว่าในปี 2025 ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าราว 9.9% เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน และถูกมองว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดในรอบยาวนาน

ด้าน Arthur Hayes มองว่า ดอลลาร์ที่อ่อนค่าและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย/เสี่ยงเงินเฟ้อ จะเป็นแรงหนุนต่อ “สินทรัพย์หายาก” (scarce assets) รวมถึง ทองคำ เงิน และ BTC
แล้วสรุป “Bitcoin vs ทองคำ” ควรมองยังไง?
ถ้าต้องสรุปให้เข้าใจง่าย:
ระยะยาวมาก (เช่น 10 ปี): ฝั่ง Bitcoin ชูตัวเลขผลตอบแทนที่ทิ้งห่าง
ระยะสั้นลง (เช่น 4 ปี): ฝั่งทองคำมักโต้ว่า BTC ผันผวนสูงและภาพเปลี่ยนได้
ฉากหลังมหภาค: ดอลลาร์อ่อน + นโยบายดอกเบี้ย/สภาพคล่อง มักทำให้ “สินทรัพย์หายาก” ถูกจับตาเพิ่ม
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptoslate.com