Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

BTC เสี่ยงปิดแท่งรายปีติดลบครั้งแรกใน “ปีหลัง Halving” หากไม่รีบรีบาวด์ 6.24% ใน 3 วัน
29 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

BTC เสี่ยงปิดแท่งรายปีติดลบครั้งแรกใน “ปีหลัง Halving” หากไม่รีบรีบาวด์ 6.24% ใน 3 วัน

ราคาของ Bitcoin (BTC) กำลังถูกจับตาอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้ายของปี หลังนักวิเคราะห์ระบุว่า Bitcoin ต้องปรับขึ้นอย่างน้อย 6.24% จากระดับปัจจุบัน เพื่อให้ “แท่งเทียนรายปี” ของปี 2025 ปิดเป็นสีเขียว หรือปิดปีด้วยผลตอบแทนเป็นบวก

 

จุดสำคัญอยู่ที่ ราคาเปิดปี (Yearly Open) ซึ่งอยู่ราว $93,374 หาก BTC ไม่สามารถกลับขึ้นไปเหนือระดับนี้ได้ก่อนสิ้นปี ก็มีโอกาสที่ ปี 2025 จะปิดแดง (ปิดต่ำกว่าต้นปี) และถูกมองว่าเป็น ปีหลัง Halving ที่ปิดลบครั้งแรก ตามมุมมองของนักวิเคราะห์รายดังกล่าว

 

019b66e8-b27e-7cda-b7ce-8d9f5be5bb07.jpg
แท่งเทียน Bitcoin ปี 2025 ขณะนี้อยู่ในแดนลบ โดยเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้นก่อนสิ้นปี ที่มา: Nic Puckrin

 

ทำไม “แท่งเทียนรายปี” ถึงสำคัญกับ Bitcoin?

 

สำหรับนักลงทุนสายเทคนิคและผู้ติดตามวัฏจักรของ Bitcoin ภาพใหญ่ระดับ “รายปี” มักสะท้อนแนวโน้มหลักของตลาดได้ดี การปิดปีเป็นบวกมักช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าเทรนด์ขาขึ้นยังไม่จบ ขณะที่การปิดปีเป็นลบอาจทำให้ตลาดเริ่มถกเถียงว่าโมเมนตัมกำลังเปลี่ยนหรือไม่

 

สรุปประเด็นสำคัญ

 

  • Bitcoin ต้อง ขึ้น 6.24% เพื่อกลับไปปิดเหนือ ราคาเปิดปี ~$93,374

  • นักวิเคราะห์ระบุว่า “เหลือเวลา 3 วัน” สำหรับการรีบาวด์ให้ปิดปีเป็นบวก

  • ตลาดกำลังโฟกัสปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะ นโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

 

จาก ATH เหนือ $125,000 สู่แรงย่อ ~30%: ตลาดเริ่มกังวล “จบรอบหรือยัง?”

 

ก่อนหน้านี้ Bitcoin เคยทำ จุดสูงสุดใหม่ (All-time High) เหนือ $125,000 ในเดือนตุลาคม แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดเผชิญแรงกระแทกจากความผันผวนครั้งใหญ่ ทำให้ราคาคริปโตร่วงพร้อมกันเป็นวงกว้าง

 

นับจากจุดสูงสุดดังกล่าว ราคา BTC ปรับตัวลงราว 30% และทำ “จุดต่ำระยะสั้น (local bottom)” แถว $80,000 ในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้เกิดการถกเถียงในหมู่นักวิเคราะห์ว่า

 

  • นี่เป็นแค่ “พักฐาน” ระหว่างทางของตลาดกระทิง (Bull market)
    หรือ

  • เป็นสัญญาณว่า “ตลาดหมี” (Bear market) อาจเริ่มต้นแล้ว

 

จับตา Fed และสภาพคล่อง: ดอกเบี้ยยังเป็นตัวแปรหลักของคริปโต

 

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ตลาดระวังตัว คือภาพของ “สภาพคล่อง” และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ซึ่งมีผลต่อสินทรัพย์เสี่ยง (risk-on) อย่างคริปโตโดยตรง

 

019b66eb-3e79-7241-9434-e9f1ba2d75f5.webp
ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วัน ซึ่งคงอยู่มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ที่มา: TradingView

 

แม้ในปี 2025 Fed จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ครั้งละ 25 bps แต่ในการประชุม FOMC เดือนธันวาคม Jerome Powell ส่งสัญญาณแบบก้ำกึ่ง โดยระบุว่า “ไม่มีเส้นทางนโยบายที่ไร้ความเสี่ยง” ทำให้ตลาดเริ่มไม่มั่นใจว่า Fed จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อทันทีหรือไม่

 

ข้อมูลจาก CME FedWatch ยังสะท้อนว่า นักลงทุนคาดการณ์โอกาส “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนมกราคมอยู่เพียง 18.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ฝั่งคริปโตต้องลุ้นมากขึ้น เพราะโดยทั่วไป ดอกเบี้ยขาลง มักเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการไหลเข้าของสภาพคล่องและการรีบาวด์ของสินทรัพย์เสี่ยง

 

สัญญาณเทคนิคที่ตลาดกังวล: หลุดแนวรับสำคัญและต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย

 

ด้านเทคนิคมีอีกจุดที่ถูกพูดถึง คือ Bitcoin ซื้อขาย ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 365 วัน (365-day moving average) มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งถูกมองว่าเป็น “โซนรับสำคัญ” และการหลุดระดับนี้อาจทำให้โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2023 สั่นคลอนในสายตานักเทรดบางกลุ่ม

 

อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่ยังเชื่อว่าตลาดกระทิงไม่จบ มองว่า “การแกว่งแรง” ในช่วงปลายปีอาจเป็นเพียงการรีเซ็ตความคาดหวัง และหากสภาพคล่องกลับมา (เช่น Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น) ก็มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวในปี 2026

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ coinjournal.net