Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Bitcoin Miners x AI: ผนึกกำลังคืนชีพ "พลังงานนิวเคลียร์" แก้วิกฤตขาดแคลนไฟฟ้า!
14 March 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

Bitcoin Miners x AI: ผนึกกำลังคืนชีพ "พลังงานนิวเคลียร์" แก้วิกฤตขาดแคลนไฟฟ้า!

อุตสาหกรรม AI และ Data Center กำลังทำให้ความต้องการไฟฟ้าในสหรัฐฯ พุ่งสูงจนยากจะรองรับ และพาพลังงานนิวเคลียร์กลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ นักขุด Bitcoin รู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการจับมือกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2021

 

AI คือชนวน แต่ไม่ใช่คนจุดไฟเป็นคนแรก

 

ตามรายงานของ Miner Weekly จาก TheEnergyMag การที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Amazon และ Meta Platforms ต่างแย่งกันทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาวจากโรงงานนิวเคลียร์ กำลังผลักดันให้สหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่สิ่งที่บรรดาผู้ให้บริการสาธารณูปโภครายใหญ่เรียกว่า "nuclear renaissance" (ยุคฟื้นฟูนิวเคลียร์)

 

พูดง่ายๆ ก็คือ เหล่า AI hyperscalers (ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ขนาดใหญ่) ไม่ได้ต้องการแค่ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องการ ไฟฟ้าสะอาดจริงๆ ตลอด 24 ชั่วโมง และนิวเคลียร์คือคำตอบที่ตรงที่สุด

 

แต่ก่อนที่ Google หรือ Microsoft จะหันมาสนใจ นักขุด Bitcoin คือกลุ่มแรกที่มองเห็นศักยภาพนี้

 

นักขุด Bitcoin : ผู้บุกเบิกที่ถูกมองข้าม

 

ในปี 2021 บริษัท TeraWulf (บริษัทขุด Bitcoin สัญชาติอเมริกัน) ได้จับมือกับ Talen Energy (บริษัทผลิตไฟฟ้าในรัฐเพนซิลเวเนีย) เพื่อพัฒนาโครงการ Nautilus Cryptomine ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Susquehanna โดยออกแบบมาให้ดูดไฟฟ้าจากโรงนิวเคลียร์โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านโครงข่ายสายส่งทั่วไป

 

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นการมองการณ์ไกลของอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าราคาถูก เสถียร และมีปริมาณมหาศาลตลอดเวลา

 

ตัวเลขไม่โกหก: นิวเคลียร์ในวงการขุด BTC เติบโตต่อเนื่อง

 

ข้อมูลจาก Cambridge Centre for Alternative Finance (CCAF) (สถาบันวิจัยที่ศึกษาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) เปิดเผยว่า:

 

  • ปี 2021: นิวเคลียร์คิดเป็นประมาณ 4% ของแหล่งพลังงานที่ใช้ขุด Bitcoin
  • ปี 2022: ตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น ~9%
  • ปัจจุบัน: ใกล้แตะ 10% แล้ว

 

และเมื่อนับรวมพลังงานสะอาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนิวเคลียร์ พลังน้ำ และลม ตอนนี้คิดเป็นกว่า 52.4% ของการใช้พลังงานในการขุด Bitcoin ทั่วโลก — ตัวเลขที่พิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่หลายคนคิด

 

SMR: เทคโนโลยีที่ทั้ง AI และ Bitcoin ต่างจับตา

 

อีกหนึ่งพัฒนาการที่น่าสนใจคือการเติบโตของ Small Modular Reactors หรือ SMR (เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ ที่สร้างและติดตั้งได้เร็วกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม) ซึ่งออกแบบมาให้ยืดหยุ่น ติดตั้งง่าย และนำไปวางไว้ใกล้ๆ กับโครงสร้างพื้นฐานที่กินไฟสูงอย่าง Data Center ได้เลย

 

ตามที่ Cointelegraph รายงาน Google ได้ลงนามในข้อตกลงพัฒนา SMR เพื่อรองรับ Data Center ในอนาคตแล้ว ซึ่งโมเดลนี้อาจขยายผลมาสู่ฟาร์มขุด Bitcoin ขนาดใหญ่ได้เช่นกัน

 

📎 อ่านเพิ่มเติม:👉 Bitcoin Miners Are Turning to Nuclear Power — Cointelegraph
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Miner Weekly Newsletter, TheEnergyMag / Cambridge Centre for Alternative Finance (CCAF)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict เรื่องนี้น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมันพลิกภาพลักษณ์เดิมๆ ของการขุด Bitcoin ที่ถูกมองว่า "กินไฟทำลายโลก" ออกไปอย่างสิ้นเชิง แท้จริงแล้ว นักขุดคือผู้บุกเบิกโมเดล High-Performance Computing + Clean Energy ที่ตอนนี้บริษัท AI ระดับโลกกำลังแข่งกันทำตาม การที่พลังงานสะอาดรวมทั้งนิวเคลียร์ครองสัดส่วนกว่า 52% ของการขุด Bitcoin คือสัญญาณที่ดีสำหรับภาพลักษณ์ระยะยาวของอุตสาหกรรมนี้ และยิ่งเทคโนโลยี SMR เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ก็ยิ่งเปิดประตูให้การขุด Bitcoin และโลก Blockchain เติบโตอย่างยั่งยืนได้มากขึ้น

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin Mining, พลังงานนิวเคลียร์, SMR, TeraWulf, AI Data Center, พลังงานสะอาดคริปโต, Nuclear Renaissance, Cambridge Centre for Alternative Finance

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

 

อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ theenergymag.com