Bitcoin หลุด $89K ท่ามกลางสภาพคล่องบาง–นักลงทุนรอผลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ–ดอกเบี้ยญี่ปุ่น
ราคาบิทคอยน์ (Bitcoin) อ่อนตัวลงต่ำกว่า $89,000 ในวันอาทิตย์ ท่ามกลางภาวะสภาพคล่องบางตามสไตล์วันหยุดสุดสัปดาห์ และบรรยากาศการลงทุนที่นักเทรดพยายามลดความเสี่ยง ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่มีทั้ง ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ และ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รออยู่
ณ เวลาประมาณ 19.40 น. ตามเวลาไทย Bitcoin เคลื่อนไหวแถว $89,600 ปรับตัวลงราว 0.9% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้จะยังบวกเล็กน้อยในภาพสัปดาห์ แต่ภาพรวมตลอด 1 เดือนยังติดลบราว 7.6% ขณะที่ Ether (ETH) เทรดใกล้ $3,104 อ่อนลงในวันเดียวกัน แต่ยังคงบวกมากกว่า 2% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ถือว่าทำผลงานดีกว่า Bitcoin เล็กน้อย
ตลาดคริปโตซึม Altcoin ร่วงยกแผง สะท้อนจิตวิทยา “ไม่อยากเสี่ยง”
ฝั่ง Altcoin หลักยังคงอ่อนแรงต่อเนื่อง
Solana (SOL), XRP, Dogecoin (DOGE), Cardano (ADA) ต่างปรับตัวลงในวันเดียวกัน
และยังมีผลตอบแทนติดลบ “เลขสองหลัก” เมื่อมองย้อนหลัง 1 เดือน
ดัชนี CoinDesk 20 (CD20) ซึ่งเป็นตะกร้า “เหรียญใหญ่” ของตลาดคริปโต ปรับตัวลงเกือบ 1% สะท้อนว่าแรงกดดันไม่ได้อยู่แค่ใน Bitcoin แต่ลามไปทั้งตลาด
มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมอยู่ที่ราว $3.15 ล้านล้าน ลดลงประมาณ 0.8% ใน 24 ชั่วโมง ขณะที่ปริมาณการซื้อขายหมุนเวียนอยู่ราว $89,000 ล้าน ซึ่งจัดว่าต่ำและเป็นภาพ “สภาพคล่องบาง” ที่มักเห็นในวันอาทิตย์
Bitcoin Dominance หรือสัดส่วนมูลค่าตลาดของ BTC เทียบกับตลาดคริปโตทั้งหมด ยังทรงตัวแถว 57% สื่อว่าขณะที่นักลงทุน “ไม่กล้าเสี่ยงกับ Altcoin” มากนัก ยังเลือกเกาะเหรียญใหญ่เป็นหลัก
แนวรับ $86K กลายเป็นจุดโฟกัสของเทรดเดอร์เทคนิค
บางนักวิเคราะห์เตือนว่า การแกว่งตัวในกรอบแคบของ Bitcoin ที่ระดับต่ำกว่า $90K อาจมีความเสี่ยง “ไหลลงต่อ” หากหลุดแนวรับสำคัญด้านล่าง
Ali Martinez นักวิเคราะห์คริปโตบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า
โซน $86,000 เป็นระดับสำคัญที่ Bitcoin ควรยืนให้ได้
หากราคาหลุดระดับดังกล่าว อาจเปิดทางให้เกิด “การย่อลึก” รอบใหม่ได้
มุมมองนี้สะท้อนว่า แม้ตลาดจะยังไม่ Panic หนัก แต่จิตวิทยาโดยรวมยังอยู่ในโหมด “ระวังตัวมากกว่าลุยต่อ”
สัปดาห์มหภาค: จ้างงาน–เงินเฟ้อสหรัฐ + การขึ้นดอกเบี้ย BOJ
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดคริปโตซึม และ Risk Appetite (ความอยากเสี่ยง) หายไป คือปัจจัยมหภาคที่กำลังจะเข้ามาพร้อมกันหลายดอกในสัปดาห์ถัดไป โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐและญี่ปุ่น
ฝั่ง สหรัฐฯ นักลงทุนกำลังรอดูชุดข้อมูลและสัญญาณจากเฟด ได้แก่
ตัวเลขด้าน ตลาดแรงงาน เช่น อัตราการว่างงาน, ข้อมูลจ้างงานจาก ADP และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ข้อมูล เงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายน
ตัวเลข ดัชนี PMI (Flash PMI) ที่สะท้อนภาวะภาคการผลิตและบริการ
สุนทรพจน์จากกรรมการเฟดอย่าง Stephen Miran และ Christopher J. Waller ซึ่งอาจให้สัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ยในปีหน้า
ขณะเดียวกัน ฝั่ง ญี่ปุ่น ก็ถูกจับตาไม่แพ้กัน เพราะตลาดคาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ ไประดับ 0.75% หลังจากผู้ว่าการ คาซูโอะ อูเอดะ (Kazuo Ueda) ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้ออยู่เหนือเป้าหมาย 2% มานานกว่าสามปี
แม้ดอกเบี้ยญี่ปุ่นจะยังต่ำเมื่อเทียบกับโลกตะวันตก แต่การ “ค่อย ๆ ขึ้นดอกเบี้ย” ย่อมมีโอกาสกระทบต่อ
Carry Trade ที่ใช้เงินเยนต้นทุนต่ำไหลออกไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ซึ่งรวมถึง ตลาดหุ้น–ตลาดคริปโต ที่เคยได้รับอานิสงส์จากสภาพคล่องส่วนนี้
อ้างอิง : coindesk.com