Coinbase ชี้ Bitcoin มีสิทธิ์รีบาวด์ ธ.ค. นี้ หนุนด้วย “เงินล้นระบบ–เฟดจ่อตัดดอกเบี้ย”
ในขณะที่บรรยากาศตลาดคริปโตยังถูกครอบด้วยความกลัว ทั้งจากแรงขายในเดือนก่อน และความไม่แน่นอนเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฝั่งสถาบันอย่าง Coinbase Institutional กลับมองว่าช่วงเดือนธันวาคมอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบใหม่ของ Bitcoin ได้ หาก “ลมหนุนทางมหภาค” เดินมาถูกทางตามที่คาดกันไว้
Coinbase ระบุในรายงานล่าสุดว่า สภาพคล่องโลกที่เริ่มดีขึ้น และโอกาสที่เฟดจะ “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมวันที่ 10 ธันวาคม อาจเป็นตัวจุดประกายให้เกิด December Recovery หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “Santa Rally” ในฝั่งคริปโต
ทำไม Coinbase ถึงมองว่า Bitcoin มีสิทธิ์ฟื้นตัวปลายปี?
Coinbase หยิบข้อมูลจากดัชนี Global M2 หรือปริมาณเงินในระบบทั่วโลกที่ตนสร้างขึ้นเอง โดยก่อนหน้านี้เคยประเมินไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมว่า

ช่วงก่อนปลายปี ตลาดคริปโตอาจเจอภาวะ “อ่อนแรง”
แต่มีโอกาสเกิด “December Reversal” เมื่อสภาพคล่องเริ่มกลับเข้าสู่ระบบการเงิน
ในรายงานล่าสุด Coinbase ระบุว่า ปัจจัยที่ช่วยหนุน BTC ในเดือนธันวาคม ได้แก่
สภาพคล่องโลกเริ่มฟื้น จากการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ ผ่อนเงื่อนไขด้านเงินมากขึ้น
ตลาดให้น้ำหนักโอกาสที่ เฟดจะลดดอกเบี้ยมากถึงประมาณ 92% (ข้อมูล ณ 4 ธ.ค.)
การสิ้นสุดหรือผ่อนเบาการทำ QT (ลดขนาดงบดุลเฟด) ซึ่งเท่ากับอัดสภาพคล่องกลับเข้าสู่ระบบมากขึ้น
เมื่อสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ที่มีจำกัดอย่าง Bitcoin มักจะได้รับความสนใจในฐานะ “ที่เก็บมูลค่า” อีกครั้ง โดยราคาปัจจุบันยังห่างจากจุดสูงสุดเดิมพอสมควร ทำให้มี “ช่องว่างให้ฟื้น” หากมีเงินใหม่ไหลเข้าจริง
แต่ทำไมตลาดยังดู “กลัว” อยู่?
แม้ตัวเลขฝั่งมหภาคจะเริ่มเป็นใจ แต่ Coinbase ชี้ว่า “ความรู้สึกของตลาด” ยังไม่ฟื้นตาม
ทั้งฝั่งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยยัง “ลังเล” ไม่กล้าเข้าตลาดเต็มตัว
กระแสเงินไหลเข้ากองทุนประเภท Spot Bitcoin ETF ยังไม่กลับมาคึกคักเท่าช่วงก่อนหน้า
บรรยากาศโดยรวมยังถูกครอบด้วยโหมด Risk-Off จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
นั่นทำให้ภาพตอนนี้เหมือนตลาดอยู่ “ระหว่างทาง” – ปัจจัยมหภาคเริ่มดีขึ้น แต่เม็ดเงินใหม่ยังไม่กล้าไหลเข้าเต็มที่
เฟดตัดดอกเบี้ย = Santa Rally จริงไหม?
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า หากเฟดลดดอกเบี้ยพร้อมยุติหรือผ่อนการทำ QT ในเดือนธันวาคม โอกาสเกิด Santa Rally ใน Bitcoin ก็มีสูง เพราะ
ดอกเบี้ยที่ต่ำลงทำให้การถือสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและคริปโต ดูน่าสนใจขึ้น
ความคาดหวังต่อสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น กระตุ้นให้คนกล้าเสี่ยงมากขึ้นชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม Nic Puckrin จาก Coin Bureau เตือนว่า สิ่งที่ตลาดจะจับตาไม่ใช่แค่ “ตัวเลขดอกเบี้ย” แต่คือ “คำพูดของ Jerome Powell” ในงานแถลงข่าวหลังประชุม เพราะถ้า Powell ส่งสัญญาณ เหยี่ยว หรือบอกใบ้ว่า ปี 2026 อาจไม่ได้ผ่อนดอกเบี้ยแรงมากอย่างที่ตลาดหวัง ก็อาจทำให้แรงขึ้นของ BTC ถูกกดเพดานเอาไว้ได้
ทำไมหลายคนมองว่ารอบนี้ “มหภาค” กำหนดทิศทางมากกว่าปัจจัยในวงการคริปโตเอง?
Chris Kim จากกองทุนเทรดเชิงปริมาณ Axis ให้ความเห็นว่า แรงกดดันในเดือนพฤศจิกายนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากปัจจัยเฉพาะในวงการคริปโต แต่เกิดจาก
ความผันผวนในภาพรวมตลาดโลก
ความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เขาระบุว่า ตลาด BTC ได้ “ทดสอบโซน ~80,000 ดอลลาร์” และเส้นค่าเฉลี่ย 100 สัปดาห์ไปแล้ว ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นสัญญาณบวกเล็ก ๆ เช่น
ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Vanguard เปิดให้เทรด ETF ที่เกี่ยวข้อง
กระแสคุยเรื่องเฟดผ่อนนโยบายการเงินในปี 2026
ทั้งหมดนี้ทำให้ Chris Kim มองว่า ภาพรวมเอนเอียงไปทาง “ฟื้นตัวมากกว่าลงแรงต่อ” หากฝั่งมหภาคไม่พลาดหนัก
มองข้ามธันวาคมไปถึงปี 2026: เฟดคนใหม่ สายผ่อนคลายกว่า?
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือกระแสคาดการณ์ว่า Kevin Hassett ผู้อำนวยการ National Economic Council อาจถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่ในต้นปี 2026
หากเป็นจริง นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเฟดยุคใหม่อาจมีแนวโน้ม “สายผ่อนคลาย” (Dovish) มากขึ้น
นั่นหมายถึงโอกาสเห็นนโยบายดอกเบี้ยต่ำหรือการอัดสภาพคล่องมากกว่าปัจจุบัน
ซึ่งโดยทฤษฎีแล้ว เป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยง ในระยะยาว
สรุปแล้ว รายงานของ Coinbase สะท้อนภาพว่า
ระยะสั้น: ช่วงธันวาคมมีโอกาสเห็น BTC ฟื้นตัวตาม “Santa Rally” หากเฟดลดดอกเบี้ยและส่งสัญญาณไม่เหยี่ยวเกินไป
ระยะกลางถึงยาว: ทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026 และตัวบุคคลที่มานั่งเก้าอี้ประธานเฟด อาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อ “Wave ถัดไป” ของ Bitcoin
สำหรับนักลงทุน การกลับมาโฟกัสทั้งฝั่ง มหภาค, นโยบายเฟด และกระแสเงิน ETF จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะรอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคริปโตล้วน ๆ แต่เป็นเกมใหญ่ของ “เงินราคาถูกหรือแพง” บนเวทีเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coinjournal.net