Bitcoin ดิ่งนรก! ล้างพอร์ตไปกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ใน 2 วัน ทำกำไรทั้งปีหายวับในพริบตา
สถานการณ์ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงต้นปี 2026 ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตอย่างหนัก เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนหลุดระดับ 88,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้กำไรที่สะสมมาทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีถูกลบหายไปจนหมดสิ้น ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่าในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ต (Liquidation) สูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท) โดยกว่า 93% เป็นสถานะฝั่ง Long หรือกลุ่มนักลงทุนที่คาดการณ์ว่าราคาจะขึ้น

ปัจจัยขับเคลื่อนวิกฤต: เมื่อนโยบาย Trump ปะทะวิกฤตพันธบัตรญี่ปุ่น
นักวิเคราะห์ระบุว่าการดิ่งลงของราคาในครั้งนี้เกิดจากสองปัจจัยหลักที่เข้ามาซ้ำเติมตลาดพร้อมกัน ประการแรกคือการประกาศนโยบายกำแพงภาษีระลอกใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดกระแสการเทขายสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า "Sell America"
วิกฤตพันธบัตรญี่ปุ่น: ชนวนเหตุทำลายสภาพคล่องโลก
อย่างไรก็ตาม แดน ทาพิเอโร (Dan Tapiero) ซีอีโอของ 50T Funds และ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กลับมองว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นถึง 19 basis points ภายใน 2 วัน ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในระดับที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (six-standard-deviation move)
สงครามเงินทุนและทิศทางของสินทรัพย์ปลอดภัย
เจฟฟ์ โก (Jeff Ko) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของ CoinEx Research ชี้ให้เห็นว่าการพุ่งขึ้นของพันธบัตรญี่ปุ่นเกิดจากความไม่แน่นอนทางการคลังก่อนการเลือกตั้งสายฟ้าแลบ สิ่งนี้กำลังบีบให้เกิดการยุติการทำ Carry Trade และทำให้สภาพคล่องทั่วโลกตึงตัวขึ้น
Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางวิกฤต
ในขณะที่ทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) ที่ 4,835 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ Bitcoin กลับถูกเทขายอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพคล่องสูง (Liquidity Sensitive) แม้ว่าในระยะยาวหลายคนจะมองว่า Bitcoin มีคุณลักษณะคล้ายทองคำดิจิทัลก็ตาม แต่ในระยะสั้น "สงครามเงินทุน" (Capital War) กำลังกดดันให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท
ปัจจุบัน มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมลดลงเหลือ 3.08 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และหาก Bitcoin ยังไม่สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (50-day EMA) ได้สำเร็จ โอกาสที่จะเห็นการพักฐานที่ลึกกว่าเดิมก็มีความเป็นไปได้สูงมาก
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coinspeaker.com
รู้ก่อนใครในคลิกเดียว ทันโลกคริปโตที่เดียวกับ Bitcoin Addict
Tag : Bitcoin โดนัลด์ ทรัมป์