แรงซื้อกลับมา! Stablecoin ไหลเข้า Binance ทะลุ $1.6B นักวิเคราะห์มองเป็นสัญญาณดีรอบใหม่
Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก กลับมาเป็นจุดโฟกัสของนักลงทุนอีกครั้ง หลังมีการฝาก Stablecoin กว่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ (ราว 60,000 ล้านบาท) เข้ามายังแพลตฟอร์ม ปริมาณการฝากดังกล่าวมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อคริปโตเคอร์เรนซีรอบใหม่ โดยเฉพาะหลังจากตลาดเพิ่งเผชิญแรงขายรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
กระแสเงินเข้า–ออกบน Binance
การฝาก Stablecoin ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นพร้อมกับการถอน ETH มูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ ออกจาก Binance ตามข้อมูลจากผู้ให้บริการวิเคราะห์ On-chain อย่าง CryptoQuant ซึ่งสะท้อนว่ามีนักลงทุนย้ายสินทรัพย์ออกไปเก็บรักษาในกระเป๋าส่วนตัวมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและถือสะสมระยะยาว

Amr Taha นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant อธิบายว่า การที่ Stablecoin ไหลเข้าสู่ Binance มากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ถึง 2 ครั้งในเดือนเดียว ถือเป็นหลักฐานสำคัญของ “เงินทุนใหม่ที่กำลังเข้ามาในตลาด Spot” และกำลังสร้างแรงหนุนต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
Binance ครองตลาดคริปโตโลก
ในวันอังคารที่ผ่านมา Binance ประมวลผลการซื้อขายกว่า 29.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าอันดับสองอย่าง Bybit ถึงเกือบ 6 เท่า ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap การครองสัดส่วนตลาดที่สูงเช่นนี้ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของ Binance มักถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะสะท้อนกระแสภาพรวมของตลาดคริปโตได้ชัดเจน
ทำไม Stablecoin จึงสำคัญ?
Stablecoin ถูกใช้เป็น “เงินทุนหลัก” ของนักเทรดคริปโต เนื่องจากมีความคงที่ของมูลค่าและพร้อมแปลงเป็นคริปโตสกุลต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา การไหลเข้า Binance ในระดับสูงเช่นนี้จึงถูกตีความว่า นักลงทุน เตรียมพร้อมเข้าสะสมคริปโต และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาตลาดในอนาคต
ความสัมพันธ์ BTC–M2 โลก
สิ่งที่น่าจับตาคือ การร่วงของ Bitcoin รอบนี้ทำให้ราคาของมัน เบี่ยงเบนมากที่สุดในรอบ 2 ปี จากความสัมพันธ์ที่เคยสอดคล้องกับ M2 Money Supply หรือปริมาณเงินหมุนเวียนทั่วโลก
ตั้งแต่ยุคโควิดเป็นต้นมา Bitcoin มักเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับ M2 โดยมีระยะเวลา Lag ประมาณ 2–3 เดือน ทำให้นักลงทุนจำนวนมากใช้ M2 เป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มระยะสั้น อย่างไรก็ตาม Raoul Pal ผู้ก่อตั้ง Real Vision มองว่า ความสัมพันธ์ระยะยาวจริง ๆ ของ Bitcoin นั้นแนบแน่นกับ Global Liquidity (สภาพคล่องโลก) มากกว่า M2 เพียงอย่างเดียว

การที่ Stablecoin ไหลเข้า Binance ระดับพันล้านดอลลาร์ บวกกับการถอน ETH จำนวนมหาศาลออกจากกระดานซื้อขาย แสดงถึงพฤติกรรมสะสมระยะยาวของนักลงทุน ซึ่งอาจกลายเป็น ตัวจุดประกายการฟื้นตัวรอบใหม่ ของตลาดคริปโตในช่วงต่อไป
อ้างอิง : cointelegraph.com