Binance กระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก เริ่มดำเนินการตามแผนเปลี่ยนสินทรัพย์ในกองทุนคุ้มครองผู้ใช้งาน หรือ Secure Asset Fund for Users (SAFU) จากเดิมที่ถือครองในรูปแบบ Stablecoin ให้กลายเป็น Bitcoin (BTC) ทั้งหมด โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมา Binance ได้ประเดิมช้อนซื้อ Bitcoin ชุดแรกมูลค่ารวม 101 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่กำลังผันผวนอย่างหนัก
การซื้อในครั้งนี้ครอบคลุมจำนวน Bitcoin ทั้งสิ้น 1,315 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 77,409.89 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการเปลี่ยนถ่ายเงินสำรองที่เหลืออีกราว 900 ล้านดอลลาร์ให้กลายเป็น Bitcoin ภายในระยะเวลา 27 วันต่อจากนี้

ทำความรู้จักกองทุน SAFU และเหตุผลของการเปลี่ยนเป็น Bitcoin
กองทุน SAFU ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินในการคุ้มครองทรัพย์สินของผู้ใช้งานในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือความเสียหายร้ายแรง ซึ่งเงินทุนเหล่านี้มาจากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการซื้อขายของแพลตฟอร์มเอง
ในอดีต Binance เคยปรับเปลี่ยนสัดส่วนสินทรัพย์ใน SAFU มาแล้วหลายครั้ง เช่น ในปี 2024 ที่มีการเปลี่ยนจาก BUSD มาเป็น USDC เพื่อรักษาเสถียรภาพและสภาพคล่องที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจย้ายออกจาก Stablecoin มาถือครอง Bitcoin ทั้งหมดในครั้งนี้ สะท้อนถึงมุมมองของ Binance ที่มีต่อมูลค่าระยะยาวของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองที่แข็งแกร่ง
สัญญาณ "ช้อนซื้อ" ท่ามกลางตลาดสีเลือด
ความเคลื่อนไหวของ Binance เกิดขึ้นในช่วงที่ราคา Bitcoin ร่วงลงชั่วคราวต่ำกว่าระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) แห่งบริษัท Strategy ส่งสัญญาณเข้าช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมหลังจากราคามีการปรับฐานครั้งใหญ่
โฆษกของ Binance ยืนยันว่ากองทุน SAFU จะยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานเช่นเดิม แม้จะเปลี่ยนรูปแบบการถือครองสินทรัพย์ไป การขยับตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยง แต่ยังเป็นการแสดงจุดยืนที่เชื่อมั่นในระบบนิเวศของ Bitcoin อย่างเต็มตัวในฐานะผู้นำตลาด
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptorank.io
ข่าวไวเพื่ออนาคตที่ดีกว่าที่ Bitcoin Addict