Bloomberg รายงานว่า Binance กำลังพิจารณากลยุทธ์ใหม่เพื่อ “เสริมความแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ” ซึ่งอาจรวมถึงการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้ สัดส่วนการถือหุ้นของ Changpeng “CZ” Zhao ลดลงจากระดับควบคุมบริษัทในปัจจุบัน (ยังไม่มีประกาศแผนที่ชัดเจน และการหารือยัง “เปลี่ยนได้ตลอด”)
รายงานระบุว่า “การถือหุ้นแบบควบคุม” ของ CZ ถูกมองเป็น อุปสรรคสำคัญ ต่อการขยายไปยัง “รัฐยุทธศาสตร์” ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อการเข้าถึงสภาพคล่องและฐานผู้ใช้
เล็งพาร์ตเนอร์ในสหรัฐฯ: BlackRock และ WLFI ถูกกล่าวถึง
Bloomberg ยังชี้ว่า Binance กำลังพิจารณาความร่วมมือกับบริษัทในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มรอยเท้าในประเทศ โดยมีชื่ออย่าง BlackRock และ World Liberty Financial (WLFI) ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกพูดถึงในรายงานข่าวด้วย
ทำไม “กลับสหรัฐฯ” ถึงไม่ง่าย: โครงสร้าง Binance.US และประวัติแรงกดดันกำกับดูแล
Binance หยุดให้บริการผู้ใช้สหรัฐฯ ในปี 2019 และต่อมามีการตั้ง Binance.US ภายใต้ผู้ดำเนินการคือ BAM Trading Services เพื่อให้บริการที่สอดคล้องกฎระเบียบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Binance.US ถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ ขอบเขตบริการจำกัดกว่า (เช่น ไม่มีฟีเจอร์อนุพันธ์บางประเภท) และแยกการดำเนินงานจาก Binance.com ในหลายมิติ
ในอดีต SEC เคยยื่นฟ้อง Binance, BAM และ CZ เมื่อปี 2023 ก่อนที่คดีแพ่งของ SEC จะถูก “ยกฟ้องแบบมีผลผูกพัน” ตามการอัปเดตของ SEC ในภายหลัง
กระแส “กลับมา” ดังขึ้นหลัง Trump อภัยโทษ CZ
ข่าวลือเรื่อง Binance หาทางกลับมารุกสหรัฐฯ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในเดือนตุลาคม หลัง ทรัมป์ออกคำสั่งอภัยโทษให้ CZ (สื่อต่างประเทศรายงานในวันที่ 23 ตุลาคม 2025) และ CZ โพสต์ท่าทีสนับสนุนภาพ “อเมริกาศูนย์กลางคริปโต”

แต่ในเชิงการเมือง การอภัยโทษดังกล่าวก็มีแรงต้านจากฝั่งเดโมแครต เช่น Maxine Waters ที่วิจารณ์ว่าเป็นลักษณะ “pay-to-play” และ Elizabeth Warren ที่โจมตีว่าเป็น “คอร์รัปชัน” ตามรายงานข่าว
ทำไมสหรัฐฯ ถึงเป็นตลาดที่ Binance อยากได้
Chainalysis ระบุว่าสหรัฐฯ อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกด้านการยอมรับคริปโตในดัชนีปี 2025 (ถูกอ้างถึงอย่างแพร่หลายว่าอยู่ระดับท็อปของโลก) ทำให้การ “ยึดพื้นที่” ในสหรัฐฯ มีความหมายทั้งในแง่สภาพคล่องและการเติบโตเชิงสถาบัน

อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ theblock.co