Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

โพลเผยเศรษฐีเอเชีย หันถือ Bitcoin–Ether–Solana หนุนคริปโตเป็นเครื่องมือกระจายพอร์ตระยะยาว
11 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

โพลเผยเศรษฐีเอเชีย หันถือ Bitcoin–Ether–Solana หนุนคริปโตเป็นเครื่องมือกระจายพอร์ตระยะยาว

ภาพของคริปโตในสายตา “คนมีเงิน” ในเอเชียกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ถูกมองเป็น สินทรัพย์สายลุ้นรวยเร็ว วันนี้กำลังกลายเป็น เครื่องมือบริหารความมั่งคั่งระยะยาว และวางแผนมรดกระหว่างเจเนอเรชัน

 

รายงาน Sygnum’s APAC HNWI Report 2025 สำรวจนักลงทุนกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ในเอเชีย พบว่า

 

  • 6 ใน 10 ของเศรษฐีเอเชีย วางแผนจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในคริปโตภายใน 2–5 ปีข้างหน้า

  • เศรษฐีเอเชียกว่า 87% มีคริปโตอยู่ในพอร์ตแล้ว

  • สัดส่วนการถือคริปโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า คริปโตไม่ใช่ของเล่นข้างสนามอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกการลงทุนกระแสหลักในกลุ่มคนรวยเอเชีย

 

ใครอยู่ในแบบสำรวจ? – เศรษฐีเอเชียระดับ $1 ล้านขึ้นไป

 

รายงานฉบับนี้สำรวจนักลงทุนจำนวน 270 คน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) โดยมีคุณสมบัติดังนี้

 

  • มีทรัพย์สินพร้อมลงทุน (investable assets) ตั้งแต่ $1 ล้านขึ้นไป

  • เป็นนักลงทุนมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

  • กระจายตัวใน 10 ประเทศ APAC โดยเน้นที่

    • สิงคโปร์

    • ฮ่องกง

    • อินโดนีเซีย

    • เกาหลีใต้

    • ไทย

 

กล่าวง่าย ๆ คือ นี่คือเสียงของ นักลงทุนตัวจริงที่มองดีลเป็น “สิบปี” ไม่ใช่แค่ “สิบวัน”

 

90% ของเศรษฐีเอเชีย: คริปโตคือ “ตัวช่วยเก็บความมั่งคั่งและส่งต่อมรดก”

 

หนึ่งในผลสำคัญของการสำรวจ คือ

 

กว่า 90% ของ HNWIs ในเอเชียมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัล “สำคัญต่อการรักษาความมั่งคั่งระยะยาว และการวางแผนมรดก” ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร

 

Gerald Goh ผู้ร่วมก่อตั้งและ APAC CEO ของ Sygnum ให้ความเห็นว่า

 

  • สินทรัพย์ดิจิทัล ถูกฝังตัวเป็นส่วนหนึ่งของ ecosystem ความมั่งคั่งเอกชนใน APAC แล้ว

  • แม้บรรยากาศมหภาคจะยังมีความไม่แน่นอน

  • แต่กระแสการยอมรับกลับ เดินหน้าเร็วขึ้น โดยมีปัจจัยหลัก ได้แก่

    • การกระจายพอร์ต (portfolio diversification)

    • การวางแผนความมั่งคั่งข้ามรุ่น (intergenerational wealth)

    • ความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับสถาบัน (institutional-grade products)

 

นี่คือการขยับจากภาพคริปโตยุค 2017 ที่เน้น “เสี่ยงแล้วรวย” ไปสู่บทบาทใหม่ในแบบ สินทรัพย์สำหรับคนที่คิดยาว 10–20 ปี

 

ตัวเลขที่น่าจับตา: พอร์ตคริปโตเฉลี่ย 17% และมากกว่าครึ่งถือเกิน 10%

 

รายละเอียดจากรายงานยังเผยว่า

 

  • 87% ของ HNWIs ในเอเชียมีคริปโตในพอร์ตอยู่แล้ว

  • ประมาณ ครึ่งหนึ่ง มีสัดส่วนคริปโต มากกว่า 10% ของพอร์ต

  • และเมื่อเฉลี่ยทั้งหมด สัดส่วนคริปโตในพอร์ตอยู่ที่ราว 17%

 

สำหรับนักลงทุนทั่วไป ตัวเลขนี้สะท้อนว่า

 

กลุ่มคนรวยไม่ได้มองคริปโตเป็นแค่ “ของแถมเล็ก ๆ ในพอร์ต” แต่ให้สัดส่วนที่ถือว่ามีน้ำหนักจริงในทรัพย์สินรวม

 

เมื่อถามถึงประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถืออยู่

 

  • 80% ของผู้ลงทุนคริปโตในกลุ่มนี้ถือโทเคนระดับโปรโตคอล เช่น

    • Bitcoin (BTC)

    • Ether (ETH)

    • Solana (SOL)

 

019b06d0-4ede-75d0-9fa9-f6411b863935.jpg
เกือบครึ่งหนึ่งของพอร์ตการลงทุนถือครองคริปโตเคอร์เรนซีมากกว่า 10% ที่มา: Sygnum

 

และเหตุผลหลักที่เลือกลงทุน ตามคำตอบของ 56% ของผู้ตอบแบบสอบถาม คือ

 

การ กระจายพอร์ตการลงทุน (portfolio diversification) ไม่ใช่แค่ตามกระแส

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือ 87% ของนักลงทุนเหล่านี้บอกว่า หากธนาคารเอกชนหรือที่ปรึกษาการเงินของตนมีบริการคริปโตผ่านพาร์ตเนอร์ที่ได้รับกำกับดูแลอย่างชัดเจน

 

พวกเขาพร้อมจะ ขอเพิ่มบริการคริปโตเข้าในแพ็กเกจการลงทุนทันที

 

จาก “ลุ้นรวยเร็ว” สู่ “แผนความมั่งคั่ง 10–20 ปี”

 

Goh อธิบายเพิ่มเติมว่า สัดส่วนคริปโตเฉลี่ยที่ 17% ของพอร์ต สะท้อนว่าเศรษฐีเอเชียมี “กรอบคิด” ต่างจากช่วงกระแสคริปโตปี 2017 อย่างชัดเจน

 

  • ไม่ใช่ Mindset “จะรวยให้ไวแล้วหนี”

  • แต่เป็นมุมมองของนักลงทุนที่คิดถึง

    • เวลา 10–20 ปี

    • การส่งต่อสินทรัพย์ให้รุ่นลูก–รุ่นหลาน

    • และบทบาทของคริปโตในฐานะส่วนหนึ่งของ “มรดกการลงทุน”

 

กล่าวอีกแบบคือ

 

ผู้เล่นกลุ่มนี้ไม่ได้มองคริปโตเป็นตั๋วลอตเตอรี่ แต่เป็น “อีกหนึ่งสินทรัพย์หลัก” ในกรอบ Asset Allocation ระยะยาว

 

ทำไมเอเชียกลายเป็นที่หมายของ HNWIs ด้านคริปโต? – กฎเข้ม แต่ชัด และเล่นได้จริง

 

เมื่อถูกถามว่ากฎคริปโตในเอเชีย “เข้มเกินไปไหม” Goh มองว่า

 

  • กฎในเอเชียไม่ได้ “กด” คริปโตทิ้ง

  • แต่เป็น กฎที่ “เฉพาะเจาะจงและตั้งใจ” มากกว่าหลายภูมิภาค

 

โดยเฉพาะในสิงคโปร์ ภายใต้การกำกับของ MAS (Monetary Authority of Singapore)

 

  • มีการ เข้มงวดเรื่องใบอนุญาตและทุนสำรอง

  • จำกัดการเข้าถึงของรายย่อยมากกว่าเดิม

  • แต่ในอีกด้าน ก็สร้าง ความชัดเจนในหลายเรื่อง เช่น

    • มาตรฐานการดูแลสินทรัพย์ (custody standards)

    • ข้อกำหนดการดำเนินงาน (operational requirements)

    • การคุ้มครองนักลงทุน (investor protections)

 

Goh มองว่า สิ่งที่คนบางส่วนมองว่า “ดูเข้ม–ดูจำกัด” จริง ๆ แล้วคือ กระบวนการสร้างสถาบัน (institution-building)

 

ผลคือ ผู้ให้บริการอาจเหลือน้อยลง แต่คนที่ผ่านเกณฑ์ จะเป็นผู้เล่นที่แข็งแรงแบบ “ระดับสถาบัน” จริง ๆ

 

เขาเสริมว่า ฮ่องกง ก็กำลังเดินในเส้นทางคล้ายกัน โดยใช้กฎที่ชัดเจนเพื่อดึงดูดผู้เล่นสถาบัน ที่ต้องการกรอบกฎหมายที่ไม่น่าเบื่อหน่าย แต่พอคาดเดาได้

 

ในบริบทของเอเชียที่กำลังโตทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และฐานคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจดิจิทัล

 

การที่คนมีเงินในภูมิภาคนี้หันมามองคริปโตแบบจริงจัง อาจเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในทศวรรษหน้า

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ outlookmoney.com