นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในแนวโน้มขาขึ้นของ Bitcoin แม้สัญญาณเศรษฐกิจโดยรวมยังดูดี
Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $100,000 เมื่อวันจันทร์ หลังเกิดเหตุอิหร่านยิงถล่มฐานทัพสหรัฐในกาตาร์ แต่ราคากลับดีดกลับคืนเป็น $108,000 ภายในพุธ อย่างไรก็ตาม ตลาดอนุพันธ์ Bitcoin (derivatives) กลับส่งสัญญาณความกังวลมากขึ้น:
- Funding rate ของสัญญา perpetual ติดลบ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ ถึงแม้ราคา Bitcoin จะยกราคา แต่นี่เป็นสัญญาณว่าผู้ลงทุนไม่มั่นใจในแนวโน้มขาขึ้น และอาจดึงทุนออก

สาเหตุที่ควรรู้
- สงครามการค้าระลอกใหม่
สหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขภาษีกับยุโรปอีกครั้ง หลังข้อตกลงหยุดยิงใกล้หมดอายุในวันที่ 9 ก.ค. ความไม่แน่นอนนี้กลายเป็นปัจจัยใหญ่ที่ฉุดความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin - เศรษฐกิจสหรัฐฯ ร่วง
GDP ไตรมาสแรกลดลง 0.5% เมื่อเทียบปีต่อปี อันเป็นผลจากการขาดดุลการค้า รายงานข่าวจากซีเอ็นเอ็น(อังกฤษ) ระบุว่าธุรกิจในอเมริกาเก็บสต็อกเพื่อรับมือภาษีที่อาจเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ - หุ้นขนาดเล็กกลับฟื้น แต่ Bitcoin ยังไม่แรง
ดัชนี Russell 2000 พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน นักลงทุนมองว่า Bitcoin ยังไม่สะท้อนแรงซื้อที่ริเริ่มมาจากรายย่อย อาจเพราะนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจกลไก AI ว่าจะโตจริงหรือถูกเก็งกำไรเฉยๆ - AI ยังเป็นแค่กระแส
Gartner วิเคราะห์ว่าโครงการ AI ส่วนใหญ่ยังเป็นแค่ต้นแบบหรือทดลอง ซึ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตัวจริง จึงไม่เสริมความเชื่อมั่นในคริปโตอย่างยั่งยืน - นักขุด Bitcoin เริ่มหันเทขาย
Bit Digital ประกาศขายเครื่องขุดและ Bitcoin เพื่อไปซื้อ Ether แทน ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่าอาจมีบริษัทขุดรายอื่นทำตาม เนื่องจากรายได้จากการขุดอยู่ในระดับต่ำสุดของช่วงสองเดือนที่ผ่านมา

มุมมองต่ออนาคต: ฟองตอนนี้ยังไม่แตก แต่ใหญ่มาแน่
- แรงหนุนจากนโยบายการเงินโลก: ธนาคารกลางหลายแห่งยังเดินหน้าอัดฉีดสภาพคล่อง ซึ่งเป็นแนวโน้มบวกต่อ Bitcoin
- ควรระวังก่อนกลับขึ้นอีกครั้ง: หากสถานการณ์เศรษฐกิจ-ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย ราคามีโอกาสปรับฐานอีกครั้งต่ำกว่า $100,000 ก่อนจะกลับไปยืนเหนือระดับจิตวิทยา ได้แก่ 105,000–108,000 ดอลลาร์
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ financemagnates.com