Altcoin คืออะไร เหรียญคริปโตแบ่งเป็นกี่ประเภท (อัปเดต 2026)
ความรู้พื้นฐานโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Altcoin คืออะไร เหรียญคริปโตแบ่งเป็นกี่ประเภท (อัปเดต 2026)

Altcoin คือเหรียญคริปโตทุกตัวที่ไม่ใช่ Bitcoin แบ่งได้ 7 ประเภทตามหน้าที่การใช้งาน พร้อมสถิติความเสี่ยงจริงว่าทำไม Altcoin ส่วนใหญ่ไม่รอดในระยะยาว

เวลาคนคนหนึ่งเปิดกระเป๋าคริปโทฯ เป็นครั้งแรกในชีวิตแล้วลองซื้อเหรียญเหรียญแรกจริงจัง เหรียญนั้นมักไม่ใช่ Bitcoin เหตุผลไม่ใช่เพราะ Bitcoin แพงเกินเอื้อม เพราะซื้อเป็นเศษส่วนได้อยู่แล้ว แต่เพราะ Bitcoin เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจยากกว่าที่คิด ต้องอาศัยพื้นฐานเรื่องระบบการเงินที่ไม่ได้สอนกันในตำราเศรษฐศาสตร์ทั่วไป ในขณะที่เหรียญอื่นๆ จำนวนมากถูกนำเสนอในลักษณะที่คุ้นเคยกว่า คล้ายกับหุ้นเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่มีทีมพัฒนา มีแผนงาน มีการตลาด เข้าใจง่ายกว่าสำหรับคนที่มาจากโลกการลงทุนทั่วไป

นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนหน้าใหม่จำนวนมากในตลาดคริปโทฯ มักเริ่มต้นจากเหรียญที่ไม่ใช่ Bitcoin ก่อน ซึ่งเหรียญเหล่านั้นถูกเรียกรวมกันว่า Altcoin และในโลกคริปโทฯ ทุกวันนี้มีเหรียญที่ซื้อขายได้จริงหลายพันสกุล ซึ่งเกือบทั้งหมดในจำนวนนั้นคือ Altcoin ไม่ใช่ Bitcoin คำถามที่ตามมาคือ Altcoin คืออะไรกันแน่ มันมาจากไหน แบ่งเป็นประเภทอะไรบ้าง และทำไมนักลงทุนถึงต้องระวังกับมันมากกว่าที่คิด

Altcoin คืออะไร มาจากไหน

Altcoin ย่อมาจาก Alternative Coin แปลตรงตัวว่า "เหรียญทางเลือก" นิยามของมันตรงไปตรงมามาก คือเหรียญ Cryptocurrency อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Bitcoin ไม่ว่าเหรียญนั้นจะมีมูลค่าตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับสองของโลกอย่าง Ethereum หรือเป็นเหรียญเล็กจิ๋วที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวานนี้ ตราบใดที่ไม่ใช่ Bitcoin เหรียญนั้นถูกจัดเป็น Altcoin ทั้งหมด

จุดที่ทำให้ Altcoin แตกต่างจากสินทรัพย์ประเภทอื่นอย่างหุ้นคือความอิสระในการออกแบบ หุ้นแต่ละตัวแม้จะมีธุรกิจพื้นฐานต่างกัน แต่ในแง่โครงสร้างคุณสมบัติแล้วค่อนข้างคล้ายกันไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน มีกฎเกณฑ์ควบคุมชัดเจนจากตลาดหลักทรัพย์ แต่ Cryptocurrency ไม่มีข้อกำหนดตายตัวแบบนั้น ผู้สร้างเหรียญแต่ละคนสามารถออกแบบให้เหรียญของตัวเองทำหน้าที่อะไรก็ได้ บางเหรียญอาจถูกออกแบบให้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนอย่างเดียว บางเหรียญทำได้ทั้งใช้งานในแพลตฟอร์ม โหวตการเปลี่ยนแปลงของโครงการ และรับส่วนแบ่งรายได้ ในเหรียญเดียวกันด้วยซ้ำ

ผู้สร้างเหรียญแต่ละคนออกแบบให้เหรียญของตัวเองทำหน้าที่อะไรก็ได้ เหรียญเดียวอาจทำได้หลายหน้าที่พร้อมกัน

ภาพ: แสดงว่า Bitcoin เป็นศูนย์กลางที่ Altcoin หลากประเภทแตกแขนงออกไปทำหน้าที่ต่างกัน สะท้อนความอิสระในการออกแบบที่ Cryptocurrency ไม่มีข้อกำหนดตายตัวแบบหุ้น

ทำไมโลกคริปโทฯ ถึงมีเหรียญเป็นพันเป็นหมื่นสกุล

ความอิสระในการออกแบบข้างต้นคือคำตอบส่วนหนึ่งว่าทำไมโลกคริปโทฯ ถึงมีเหรียญมากมายขนาดนี้ เพราะแทบไม่มีอะไรมาจำกัดว่าใครจะสร้างเหรียญใหม่ได้หรือไม่ได้ ต่างจากการออกหุ้นใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเข้มงวด การสร้างโทเคนใหม่บนเครือข่ายบล็อกเชนที่มีอยู่แล้วอย่าง Ethereum ใช้เวลาไม่นานและต้นทุนต่ำมาก ไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลใดๆ ก่อน

อีกส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติของอุตสาหกรรมที่ยังใหม่มาก เมื่อเทียบกับตลาดการเงินดั้งเดิมที่มีอายุหลายร้อยปี คริปโทเคอร์เรนซีเพิ่งถือกำเนิดมาไม่ถึงสองทศวรรษ ทุกครั้งที่มีแนวคิดใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาความเร็วธุรกรรม การเพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือการผูกกับสินทรัพย์โลกจริง มักจะมีทีมพัฒนาใหม่กระโดดเข้ามาสร้างเหรียญของตัวเองเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด บางครั้งก็เป็นการต่อยอดจากแนวคิดเดิม บางครั้งก็เป็นแนวคิดใหม่ทั้งหมดที่ยังไม่เคยมีเหรียญไหนเป็นแบบนั้นมาก่อน ทำให้ประเภทของ Altcoin ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว และบางครั้งก็มีเหรียญแนวคิดใหม่เกิดขึ้นจนกลายเป็นหมวดหมู่ใหม่ไปเลยด้วยซ้ำ

แบ่งประเภท Altcoin ตามหน้าที่การใช้งาน

แม้จะไม่มีเกณฑ์ตายตัวในการแบ่งประเภท แต่การแบ่ง Altcoin ตามหน้าที่หลักที่มันถูกออกแบบมาให้ทำ ก็ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้เข้าใจภาพรวมของตลาดได้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้คือหมวดหมู่หลักที่ควรรู้จัก

Store of Value เหรียญเก็บรักษามูลค่า

Bitcoin เป็น Cryptocurrency เพียงตัวเดียวที่อยู่ในหมวดหมู่นี้ หรือจะมองว่ามันคือทองคำดิจิทัลก็ได้ เหตุผลที่ไม่มี Altcoin ตัวไหนเข้ามาแทนที่ตำแหน่งนี้ได้เลยมาจากคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ประกอบกันหลายอย่าง ทั้งจำนวนจำกัดตายตัว ความเป็น Decentralized ในระดับที่ไม่มีเหรียญใดเทียบได้ และจุดกำเนิดที่ไม่มีการทำการตลาดหรือเก็บเหรียญจำนวนมากไว้เป็นค่าใช้จ่ายของโครงการตั้งแต่แรก เพราะ Bitcoin ถือกำเนิดขึ้นมาในวันที่แทบไม่มีใครสนใจมันเลย แม้จะมีความพยายามสร้างเหรียญที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันออกมามากมาย แต่ก็ยังไม่มีตัวไหนแทนที่ตำแหน่งนี้ได้

เทียบตำแหน่ง Store of Value ที่มีเพียง Bitcoin ครองอยู่ตัวเดียว กับกลุ่ม Altcoin ประเภทอื่นที่ทำหน้าที่ต่างออกไป

ภาพ: เทียบตำแหน่ง Store of Value ที่มีเพียง Bitcoin ครองอยู่ตัวเดียว กับกลุ่ม Altcoin ประเภทอื่นที่ถูกออกแบบมาทำหน้าที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

Smart Contract Platform เหรียญแพลตฟอร์ม

หมวดนี้เป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกคริปโทฯ เพราะมันคือความพยายามสร้างแพลตฟอร์มให้ Decentralized Application ต่างๆ มาสร้างต่อยอดบนตัวมัน คล้ายคลึงกับยุคเริ่มต้นของโลกดิจิทัลที่มีการแข่งขันกันสร้างระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และเว็บเบราว์เซอร์ ปัจจุบันโครงการที่มูลค่าสูงสุดในหมวดนี้คือ Ethereum และยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Binance Chain, Solana, Avalanche, Near และ Cosmos เหตุผลที่หมวดนี้มีความสำคัญมากกว่าที่ชื่อฟังดูคือ Altcoin หลายประเภทที่กล่าวถึงในบทความนี้ ทั้ง Governance Token และ Stablecoin บางส่วน ล้วนถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อีกทอดหนึ่ง ทำให้ Smart Contract Platform กลายเป็นเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่ Altcoin ประเภทอื่นต้องพึ่งพาอยู่เบื้องหลัง

Exchange Token เหรียญประจำกระดานเทรด

Exchange Token เป็น Utility Token ประเภทหนึ่งที่กระดานแลกเปลี่ยนขนาดใหญ่ระดับโลกออกมาเป็นของตัวเอง คุณสมบัติทั่วไปที่พบเห็นได้บ่อยคือนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด ได้สิทธิพิเศษบางอย่างเช่นสิทธิ์ในการรับ Airdrop และหลายโครงการจะนำรายได้จากกระดานเทรดมาซื้อเหรียญของตัวเองคืนเป็นระยะ ตัวอย่างเหรียญในกลุ่มนี้เช่น BNB, KuCoin Token และ OKB

เปรียบเทียบ 3 ประเภท Altcoin สายแพลตฟอร์ม Smart Contract Platform, Exchange Token และ Governance Token

ภาพ: เปรียบเทียบ 3 ประเภท Altcoin สายแพลตฟอร์มและยูทิลิตี้ ตั้งแต่ Smart Contract Platform ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้หมวดอื่นสร้างต่อ ไปจนถึง Exchange Token และ Governance Token พร้อมตัวอย่างเหรียญจริงของแต่ละกลุ่ม

Stablecoin เหรียญมูลค่าคงที่

Stablecoin ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์เพื่อใช้เป็นคู่ซื้อขายของเหรียญอื่นๆ วิธีสร้าง Stablecoin มีหลายรูปแบบ แต่แบบที่ได้รับความนิยมที่สุดคือแบบ Asset-Backed ซึ่งนำสินทรัพย์ต่างๆ เช่น พันธบัตร มาค้ำประกันเพื่อออกเหรียญ อย่างไรก็ตาม Stablecoin กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเหรียญที่ถูกควบคุมจากตัวกลางและสามารถถูกอายัดได้ ตัวอย่างเหรียญประเภทนี้เช่น USDT, USDC และ TUSD หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ Stablecoin กลุ่มนี้คือคิดว่ามันมีเงินดอลลาร์สดรองรับอยู่โดยตรง แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ค้ำประกันอยู่มักเป็นสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ใช่เงินดอลลาร์ตรงๆ ส่วน DAI แม้จะพยายามตรึงมูลค่าไว้ที่ 1 ดอลลาร์เหมือนกัน แต่ใช้กลไกคนละแบบ คือค้ำประกันด้วยสินทรัพย์คริปโตผ่านระบบกระจายศูนย์ของ MakerDAO ไม่ได้มีบริษัทเดียวถือเงินสำรองและมีอำนาจสั่งอายัดกระเป๋าผู้ใช้โดยตรงแบบ USDT หรือ USDC จึงไม่ควรเหมารวมเข้ากลุ่ม "ถูกควบคุมจากตัวกลาง" แบบเดียวกัน

เทียบ Stablecoin ที่ออกแบบให้มูลค่าคงที่ผูกกับดอลลาร์ กับ Privacy Coin ที่เน้นซ่อนที่มาที่ไปของธุรกรรม

ภาพ: เทียบ Stablecoin ที่ออกแบบให้มูลค่าคงที่ผูกกับดอลลาร์ กับ Privacy Coin ที่เน้นซ่อนที่มาที่ไปของธุรกรรม พร้อมตัวอย่างเหรียญของแต่ละประเภท

Privacy Coin เหรียญเน้นความเป็นส่วนตัว

Privacy Coin ถูกออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า Cryptocurrency ทั่วไป โดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Coinjoin หรือ Zero Knowledge Proof ทำให้การติดตามที่มาที่ไปของธุรกรรมเป็นไปได้ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยคุณสมบัตินี้เอง เหรียญกลุ่มนี้จึงมักถูกต่อต้านในแง่การกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐหลายประเทศ ตัวอย่างเหรียญในกลุ่มนี้เช่น Monero, Firo และ Mimble

Governance Token เหรียญสิทธิ์โหวต

Governance Token เป็นเหรียญที่ใช้ในการโหวตเพื่อกำหนดทิศทางความเปลี่ยนแปลงของโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับ DeFi หรือ DApp บางเหรียญให้ผลตอบแทนในลักษณะ Yield จากโครงการได้ด้วย แต่บางเหรียญก็เป็นเพียง Utility ในการใช้งานเท่านั้น ตัวอย่างเหรียญในกลุ่มนี้เช่น Compound, Uniswap และ AAVE

Memecoin เหรียญมีม

Memecoin คือเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความตลกขบขันหรือความพยายามสร้างวัฒนธรรมบางอย่างขึ้นมา แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ แต่มันกลับสามารถมีมูลค่าได้จริงในโลกคริปโทฯ ตัวอย่างเหรียญในกลุ่มนี้เช่น Dogecoin, Pepe และ Bonk อย่างไรก็ตาม เหรียญประเภทนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาวต่ำมาก

ความเสี่ยงที่มือใหม่มักมองข้าม Altcoin ส่วนใหญ่ไม่รอด

การเห็นเหรียญ Altcoin บางตัวพุ่งขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในช่วงตลาดกระทิงทำให้หลายคนมองข้ามความเสี่ยงที่แท้จริงของมันไป สถิติจากรอบตลาดที่ผ่านมาชี้ให้เห็นภาพที่ชัดเจนกว่านั้นมาก ในทุกรอบของตลาดหมี เหรียญ Altcoin ราว 70% จะหายไปจากทำเนียบเหรียญ Top 30 ของตลาดคริปโทฯ ไม่เว้นแม้แต่ Altcoin ที่เคยเป็นกระแสและถูกพูดถึงอย่างมากในยุคของมัน อย่าง Monero, Vertcoin, Icon, Qtum หรือ Neo ก็เคยร่วงลงจากจุดสูงสุดได้มากถึง 95% ขณะที่ Bitcoin ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ของตลาดได้เสมอมา

กราฟแท่งเทียบว่าช่วงตลาดขาลงเดียวกัน Bitcoin มักลงราว 20% แต่ Altcoin มักลงแรงกว่าถึง 40-50%

ภาพ: กราฟแท่งเทียบว่าช่วงตลาดขาลงเดียวกัน Bitcoin มักลงราว 20% แต่ Altcoin มักลงแรงกว่าถึง 40-50% สะท้อนว่าความผันผวนของ Altcoin สูงกว่า Bitcoin ชัดเจนในเชิงตัวเลข

ความผันผวนของ Altcoin ยังสูงกว่า Bitcoin อย่างชัดเจนในเชิงตัวเลข หากราคา Bitcoin ปรับตัวลง 20% นักลงทุนอาจเห็นเหรียญ Altcoin ที่ตัวเองถืออยู่ลดลงถึง 40-50% เมื่อมองในภาพรวมทั้งตลาด แต่ละรอบของวัฏจักรตลาดคริปโทฯ เหรียญ Altcoin ราว 80-90% จะเสียมูลค่าเกิน 90% จากจุดสูงสุดของมัน พูดง่ายๆ คือถ้าเห็นเหรียญตัวไหนกำลังมีมูลค่าสูงมากในตอนนี้ แต่ผ่านไปสองสามปีกลับไม่มีใครพูดถึงมันอีกแล้ว นั่นคือเรื่องธรรมดามากในโลกคริปโทฯ

ในทางกลับกัน ช่วงที่ Altcoin กำลังเป็นกระแส บางเหรียญก็เคยสร้างผลตอบแทนสูงถึง 500-5000% ในบางกรณี ซึ่งเป็นตัวเลขระดับเหรียญที่โชคดีที่สุดในช่วงกระแสแรงที่สุด ไม่ใช่ผลตอบแทนเฉลี่ยของ Altcoin ทั้งตลาด แต่ก็มากพอที่จะอธิบายได้ว่าทำไมนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงในเวลาสั้นถึงยังเข้ามาเล่นกลุ่มนี้อยู่เสมอ ทั้งที่ความเสี่ยงก็สูงตามที่อธิบายไปข้างต้น เม็ดเงินในตลาดคริปโทฯ มักไหลเป็นลำดับขั้น เริ่มจาก Bitcoin ก่อน แล้วค่อยไหลไปยัง Altcoin มูลค่าตลาดใหญ่ ตามด้วย Altcoin มูลค่าตลาดเล็ก และมักปิดท้ายรอบด้วยเหรียญ Memecoin แม้รูปแบบนี้จะไม่ได้เกิดซ้ำเหมือนเดิมทุกรอบเป๊ะๆ ก็ตาม แต่ละยุคของตลาดก็มักมีกลุ่มเหรียญที่เป็นกระแสต่างกันไปตามแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจในช่วงนั้น เช่นช่วงปี 2014-2016 ที่กระแสอยู่ที่การขุดและความเป็นส่วนตัว เหรียญอย่าง Dogecoin, Litecoin และ Monero จึงได้รับความสนใจไปด้วย ก่อนที่ปี 2017 กระแส Smart Contract จะเข้ามาแทนที่ ทำให้เหรียญอย่าง Icon, Qtum, EOS และ Neo กลายเป็นกระแสในเวลานั้น

Altcoin ต่างจาก Bitcoin ยังไงในแง่ risk profile

ถ้ามองในภาพกว้าง Bitcoin เปรียบได้กับทองคำดิจิทัลที่เน้นความมั่นคงและการรักษามูลค่าในระยะยาว ส่วน Altcoin อื่นๆ มีความคล้ายคลึงกับหุ้นเทคโนโลยีทั่วไปมากกว่า เพราะมีทีมพัฒนา มีแผนงาน (Roadmap) และมีการแข่งขันกันแย่งส่วนแบ่งตลาดในหมวดหมู่เดียวกัน เช่นเดียวกับที่บริษัทเทคโนโลยีแข่งขันกันแย่งส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจของตัวเอง

เทียบ risk profile ระหว่าง Bitcoin ที่เหมือนทองคำดิจิทัลเน้นความมั่นคง กับ Altcoin ที่ผันผวนกว่าเหมือนหุ้นเทคโนโลยี

ภาพ: เทียบ risk profile ระหว่าง Bitcoin ที่เหมือนทองคำดิจิทัลเน้นความมั่นคง กับ Altcoin ที่มีลักษณะใกล้เคียงหุ้นเทคโนโลยีที่ผันผวนกว่าเพราะแข่งขันกันแย่งส่วนแบ่งตลาด

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) Bitcoin มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่า Altcoin แทบทุกตัวหลายเท่า ทำให้การจะขยับราคาของมันต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ในขณะที่ Altcoin จำนวนมากมีมูลค่าตลาดเล็กกว่ามาก การเข้าซื้อหรือเทขายด้วยเม็ดเงินไม่มากก็สามารถส่งผลต่อราคาได้อย่างรุนแรง นี่คือสาเหตุที่ Altcoin มีความอ่อนไหวต่อความเคลื่อนไหวของ Bitcoin สูงกว่ามาก เวลาตลาดโดยรวมแข็งแรง Altcoin มักขึ้นแรงกว่า Bitcoin แต่เวลาตลาดอ่อนแอ มันก็ร่วงแรงกว่า Bitcoin เช่นกัน เป็นสินทรัพย์ที่ขยายทั้งกำไรและขาดทุนในอัตราที่สูงกว่าเสมอ

โครงสร้างตลาดคริปโทฯ ไม่ต่างจากตลาดหุ้นไทยที่มีทั้งหุ้นหลักและหุ้นเก็งกำไร

ภาพนี้ไม่ได้ไกลตัวคนไทยเลย ใครก็ตามที่เคยเปิดแอปกระดานเทรดคริปโทฯ ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย จะเห็นได้ทันทีว่ารายชื่อเหรียญที่เปิดให้ซื้อขายมีเป็นร้อยสกุล และมีเพียงเหรียญเดียวเท่านั้นที่เป็น Bitcoin ที่เหลือทั้งหมดคือ Altcoin ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากที่อธิบายไปข้างต้น

แสดงสัดส่วนบนหน้าจอกระดานเทรดจริงที่มีเหรียญ Altcoin เปิดให้ซื้อขายเป็นร้อยสกุล มีเพียงเหรียญเดียวที่เป็น Bitcoin

ภาพ: แสดงสัดส่วนบนหน้าจอกระดานเทรดจริงที่มีเหรียญ Altcoin เปิดให้ซื้อขายเป็นร้อยสกุล ขณะที่มีเพียงเหรียญเดียวเท่านั้นที่เป็น Bitcoin

โครงสร้างแบบนี้จริงๆ แล้วคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยไม่น้อย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีทั้งหุ้นบลูชิพในดัชนี SET50 ที่พื้นฐานธุรกิจมั่นคง เหมาะกับการถือระยะยาว และหุ้นตัวเล็กที่มูลค่าตลาดไม่สูงนัก ซึ่งนักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยเลือกนำมาเก็งกำไรระหว่างวันเพราะราคาสามารถขยับแรงในเวลาสั้นๆ ได้มากกว่าหุ้นบลูชิพหลายเท่า ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับ Altcoin ในตลาดคริปโทฯ ก็มีลักษณะไม่ต่างกันมากนัก เหรียญที่มั่นคงที่สุดมักถูกใช้เป็นฐานอ้างอิงของตลาด ในขณะที่เหรียญเล็กจำนวนมากถูกซื้อขายด้วยความหวังจะได้ผลตอบแทนที่เร็วและแรงกว่า พร้อมความเสี่ยงที่จะขาดทุนหนักในระดับเดียวกัน เป็นทางเลือกที่นักลงทุนแต่ละคนชั่งน้ำหนักกันเอง ไม่มีฝั่งไหนถูกหรือผิดตายตัว

Altcoin ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องรู้ว่ากำลังเสี่ยงอะไรอยู่

การลงทุนใน Altcoin ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพียงแต่มันอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีพื้นความรู้มากพอ เพราะไม่ว่า Altcoin ตัวนั้นจะฟังดูมีพื้นฐานหรืออนาคตดีแค่ไหน ความจริงคือมันมักมีมูลค่าตลาดต่ำและอ่อนไหวต่อความเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมมากกว่า Bitcoin เสมอ การเข้าใจว่าเหรียญที่กำลังพิจารณาอยู่ในหมวดหมู่ไหน ทำหน้าที่อะไร และมีความเสี่ยงเฉพาะตัวแบบไหน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่าการไล่ตามราคาที่กำลังพุ่งขึ้นในกระแสขณะนั้น

สรุปภาพรวม 7 ประเภท Altcoin ตามหน้าที่การใช้งานที่อธิบายไว้ทั้งหมดในบทความนี้รวมไว้ในแผนภาพเดียว

ภาพ: สรุปภาพรวม 7 ประเภท Altcoin ตามหน้าที่การใช้งานที่อธิบายไว้ทั้งหมดในบทความนี้รวมไว้ในแผนภาพเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Altcoin คืออะไร

Altcoin ย่อมาจาก Alternative Coin หมายถึงเหรียญ Cryptocurrency ทุกตัวที่ไม่ใช่ Bitcoin ไม่ว่าจะมีมูลค่าตลาดสูงหรือต่ำแค่ไหนก็ตาม

Altcoin แบ่งเป็นกี่ประเภท

แบ่งตามหน้าที่การใช้งานหลักได้เป็น 7 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Store of Value, Smart Contract Platform, Exchange Token, Stablecoin, Privacy Coin, Governance Token และ Memecoin โดยบางเหรียญอาจทำหน้าที่ทับซ้อนกันมากกว่าหนึ่งประเภทได้ในตัวเดียว

Altcoin เสี่ยงกว่า Bitcoin แค่ไหน

ในทุกรอบตลาดหมี Altcoin ราว 70% จะหายไปจาก Top 30 ของตลาด และราว 80-90% ของ Altcoin ทั้งหมดจะเสียมูลค่าเกิน 90% จากจุดสูงสุด หาก Bitcoin ลง 20% Altcoin มักลงแรงกว่าที่ 40-50%

ควรเริ่มลงทุนจาก Bitcoin หรือ Altcoin ก่อนดี

เป็นคำถามที่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจความเสี่ยงของแต่ละคน สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจคือ Bitcoin มีมูลค่าตลาดใหญ่และผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Altcoin ส่วนใหญ่ ในขณะที่ Altcoin ให้โอกาสผลตอบแทนที่สูงกว่าในบางช่วง แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะสูญมูลค่าเกือบทั้งหมดที่สูงกว่ามากเช่นกัน


📖 เรื่องนี้ผู้เขียนอธิบายไว้ละเอียดกว่านี้ในหนังสือ Bitcoin & Blockchain 101 เงินดิจิทัลเปลี่ยนโลก (ฉบับ UPDATE 2024) หาซื้อฉบับเต็มได้ที่นี่

บทความทั้งหมด