
EVM (Ethereum Virtual Machine) คืออะไร? สรุปครบจบที่เดียว
ทำความรู้จัก EVM (Ethereum Virtual Machine) ระบบที่เปรียบเสมือนสมองกลเสมือนบนเครือข่าย Ethereum ข้อดีข้อเสียและอนาคตของ EVM
สรุปสั้น ๆ
EVM หรือ Ethereum Virtual Machine คือเครื่องยนต์ประมวลผลแบบกระจายศูนย์ที่ขับเคลื่อน Smart Contract บนเครือข่าย Ethereum และไม่ได้จำกัดแค่ Ethereum เท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้โดยบล็อกเชนชั้นนำอย่าง Polygon, Arbitrum และ Avalanche อีกด้วย พูดง่าย ๆ คือ EVM คือ "ระบบปฏิบัติการ" ของโลก Web3 ไม่มี EVM ก็ไม่มี DeFi, NFT, GameFi หรือ Web3 ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
ก่อนจะเข้าใจ EVM ต้องเข้าใจปัญหาที่มันแก้ก่อน

ลองย้อนกลับไปยุคก่อน Ethereum จะถือกำเนิด
ตอนนั้นโลกบล็อกเชนมีแค่ Bitcoin และ Bitcoin ทำได้แค่ "โอนเงิน" เท่านั้น ไม่ต่างอะไรจากโทรศัพท์ปุ่มกดที่โทรออกได้อย่างเดียว ไม่มีแอป ไม่มีเกม ไม่มีอะไรทั้งนั้น
Vitalik Buterin คิดว่า แล้วถ้าบล็อกเชนมันทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์จริง ๆ ล่ะ? คนจะเอาโค้ดมาวางไว้บนนั้น แล้วโค้ดนั้นก็รันเองอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัท รัฐบาล หรือคนกลางใด ๆ
ความคิดนั้นกลายเป็น EVM และมันเปลี่ยนโลกคริปโตไปตลอดกาล
EVM คืออะไร? อธิบายให้เข้าใจใน 1 นาที
คิดง่าย ๆ ว่า EVM คือระบบปฏิบัติการ (Operating System) ของ Ethereum เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ที่ Smart Contract หรือสัญญาอัจฉริยะถูกสร้าง ติดตั้ง และรันอยู่
เปรียบเทียบแบบนี้จะเข้าใจชัดขึ้น
| ของจริง | เทียบกับ Ethereum |
|---|---|
| สมาร์ทโฟน | เครือข่าย Ethereum |
| ระบบปฏิบัติการ (Android / iOS) | EVM |
| แอปพลิเคชัน (LINE, TikTok, GrabFood) | Smart Contract / dApp |
| ค่าไฟฟ้าของมือถือ | Gas Fee |
ข้อที่ต่างจาก Android คือ EVM ไม่ได้รันบนเครื่องเดียว แต่รันพร้อมกันบนโหนด (คอมพิวเตอร์) ทุกตัวในเครือข่าย Ethereum ทั่วโลก และทุกโหนดต้องได้ผลลัพธ์ตรงกัน ถ้าไม่ตรง ธุรกรรมนั้นถือว่าไม่ผ่าน ไม่มีใครโกงได้
EVM ทำงานอย่างไร? แบบ Step by Step

กระบวนการทำงานของ EVM เริ่มตั้งแต่การรับ Transaction จากผู้ใช้ คำนวณ Gas ที่ต้องใช้ รัน Bytecode ทีละ Opcode อัปเดต State บนบล็อกเชน และสุดท้ายชำระค่า Gas จริงที่ใช้ไป
อธิบายแบบชีวิตจริงได้ดังนี้
🔵 ขั้นที่ 1 นักพัฒนาเขียน Smart Contract
นักพัฒนาเขียนโค้ดด้วยภาษา Solidity (ภาษาโปรแกรมมิ่งที่ออกแบบมาสำหรับ Ethereum โดยเฉพาะ ไวยากรณ์คล้าย JavaScript) โดยระบุว่า "ถ้าเงื่อนไข A เกิดขึ้น ให้ทำ B โดยอัตโนมัติ" เช่น ถ้าผู้ใช้ฝาก ETH เข้ามา ให้คืนดอกเบี้ยอัตโนมัติทุกวัน
🔵 ขั้นที่ 2 โค้ดถูกแปลงเป็น Bytecode แล้ว Deploy ขึ้นบล็อกเชน
โค้ด Solidity ถูก Compile แปลงเป็น Bytecode (ภาษาเครื่องของ EVM) แล้วส่งขึ้นบล็อกเชน ณ จุดนี้โค้ดจะถูกเผยแพร่ไปยังทุกโหนดทั่วโลก ไม่มีใครแก้ไขหรือลบได้อีก
🔵 ขั้นที่ 3 ผู้ใช้เรียกใช้ Smart Contract
เมื่อผู้ใช้กด Swap บน Uniswap, mint NFT, หรือ Stake เหรียญ EVM ของทุกโหนดในเครือข่ายจะรันโค้ดพร้อมกัน ยืนยันผลลัพธ์ร่วมกัน แล้วบันทึกลงบล็อกเชนถาวร
🔵 ขั้นที่ 4 State ของบล็อกเชนเปลี่ยน
Ethereum ทำงานเหมือน Distributed State Machine สถานะของทั้งระบบ (ยอดเงินในทุกบัญชี, ข้อมูลใน Smart Contract ทุกตัว) จะเปลี่ยนจากบล็อกสู่บล็อกตามกฎที่ EVM กำหนดไว้ พูดง่าย ๆ คือหลังกด Swap แล้ว เหรียญในกระเป๋าเปลี่ยน, Liquidity Pool เปลี่ยน, ทั้งหมดนี้คือ State ที่ถูกบันทึกลงบล็อกเชนถาวร
องค์ประกอบภายใน EVM แยกย่อยให้เห็นชัด
EVM มีสถาปัตยกรรมแบบ Stack-Based ทำงานกับ Word Size ขนาด 256 bits และมีส่วนประกอบข้อมูลหลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน
เปรียบกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ดังนี้
| องค์ประกอบ EVM | เปรียบได้กับ | หน้าที่ |
|---|---|---|
| Program Counter | CPU | ชี้ว่าตอนนี้รันถึงคำสั่งที่เท่าไหร่แล้ว |
| Stack | RAM | เก็บข้อมูลชั่วคราวระหว่างคำนวณ |
| Memory | Cache | เก็บข้อมูลระหว่าง Transaction หนึ่ง ๆ |
| Storage | Hard Drive | เก็บข้อมูลถาวรบนบล็อกเชน |
| Opcode | Machine Language | คำสั่งระดับล่างที่ EVM เข้าใจได้โดยตรง |
| Gas | ค่าไฟฟ้า | วัดปริมาณงานที่ต้องใช้ทรัพยากร |
📸 แนะนำรูปที่ 4: Diagram แสดงภายใน EVM เหมือน "เครื่องยนต์" ตัดขวาง มี Stack, Memory, Storage, Program Counter อยู่ใน Box เดียวกัน มีลูกศรแสดงการไหลของข้อมูล
Gas คืออะไร? ทำไมบางทีแพงมาก?

Gas คือระบบที่ทำให้ EVM ทำงานได้อย่างยุติธรรมและปลอดภัย เปรียบเหมือน ค่ามิเตอร์แท็กซี่ ยิ่งเส้นทางไกล (คำสั่งซับซ้อน) ยิ่งแพง ยิ่งรถติด (เครือข่ายแออัด) ยิ่งต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ถึงก่อน
Gas ทำหน้าที่สำคัญ 3 อย่างพร้อมกัน
1. วัดปริมาณงาน คำสั่งง่าย เช่น บวกเลข ใช้ Gas น้อย แต่การเขียนข้อมูลลง Storage ใช้ Gas มากกว่าหลายร้อยเท่า
2. จ่ายค่าตอบแทนให้โหนด Validator ที่ช่วยยืนยันธุรกรรมได้รับ Gas เป็นรางวัล เป็นแรงจูงใจให้ทุกคนช่วยกันรักษาเครือข่าย
3. ป้องกันการโจมตี ทุก Operation ใน EVM ต้องใช้ Gas ทำให้การโจมตีระบบด้วยการส่ง Transaction ซ้ำ ๆ มีต้นทุนสูงมากจนไม่คุ้มทำ
ตัวอย่างในชีวิตจริง: ช่วง NFT Hype ปี 2021 ค่า Gas ของ Ethereum พุ่งสูงถึง 200-500 Gwei บางครั้ง Mint NFT ราคา 0.08 ETH แต่ต้องจ่าย Gas เพิ่มอีก 0.05 ETH แพงจนเกือบครึ่งราคา นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ Layer 2 บูม
3 คุณสมบัติเด็ดของ EVM ที่ทำให้มันครองโลก
1. Deterministic ผลลัพธ์แน่นอน 100% ทุกที่บนโลก
ไม่ว่าจะรัน Smart Contract เดิมที่ไหนในโลก ทุกโหนดต้องได้ผลลัพธ์เหมือนกันเสมอ คุณสมบัตินี้ทำให้เครือข่ายสามารถบรรลุ Consensus (ความเห็นพ้อง) ได้อย่างน่าเชื่อถือ
เหมือนเครื่องคิดเลขทุกเครื่องในโลก กด 2+2 ที่ไหนก็ได้ 4 เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไทย ญี่ปุ่น หรืออเมริกา
2. Isolated ปลอดภัยแบบ Sandbox
EVM ทำงานเป็นระบบปิด สามารถเข้าถึงและแก้ไขได้เฉพาะ State ของตัวเองเท่านั้น ทำให้มีความเป็น Isolation ที่รับประกันความปลอดภัยและความแน่นอนในการรัน Contract
โค้ดที่รันใน EVM ไม่สามารถแอบเข้าถึงข้อมูลของ Smart Contract อื่น หรือทำลายโหนดที่รันมันอยู่ได้เลย
3. Terminable หยุดได้ด้วย Gas ไม่มี Infinite Loop
ถ้านักพัฒนาเขียนโค้ดผิดพลาดจนเกิดการวนลูปไม่รู้จบ Gas จะหมดก่อน และ EVM จะหยุดทำงานทันที ระบบจะคืนสถานะกลับเป็นก่อนหน้า โดยไม่มีอะไรถูกบันทึกลงบล็อกเชน ป้องกันไม่ให้โค้ดขยะทำลายทั้งเครือข่าย
ข้อดีและข้อเสียที่ต้องรู้จริง
✅ ข้อดี
- ไม่มีคนกลาง Smart Contract รันเองอัตโนมัติ ไม่ต้องพึ่งธนาคาร ทนายความ หรือบริษัทใด ๆ
- โปร่งใส 100% ใครก็ตรวจสอบโค้ดและประวัติธุรกรรมได้
- Turing-Complete สร้างแอปได้ทุกประเภทที่คอมพิวเตอร์ทำได้ ตั้งแต่ DeFi, NFT, DAO ไปจนถึง GameFi
- ชุมชนนักพัฒนาใหญ่ที่สุดในโลก เครื่องมือ, Tutorial, Library พร้อมสรรพ
- Interoperability ข้ามเชน นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดครั้งเดียวแล้ว Deploy ข้ามบล็อกเชนที่รองรับ EVM ได้โดยแทบไม่ต้องแก้ไขอะไร
❌ ข้อเสีย
- ค่า Gas แพงในช่วงแออัด Ethereum Mainnet ยังมีปัญหาเรื่อง Scalability ในช่วง Traffic สูง
- โค้ดแก้ไขไม่ได้หลัง Deploy ถ้าเขียนผิด เงินอาจหายถาวร เช่น กรณี The DAO Hack ปี 2016 ที่สูญเสียเงินกว่า 60 ล้านดอลลาร์จากช่องโหว่ใน Smart Contract
- ช้ากว่าระบบรวมศูนย์ เพราะต้องรอ Consensus จากทุกโหนดก่อน
- ความซับซ้อนในการพัฒนา นักพัฒนาต้องเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับสูง เพราะช่องโหว่ใน Smart Contract อาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินถาวร
🔥 รายชื่อบล็อกเชนที่ใช้ EVM ครบทุกเชน
บล็อกเชนชั้นนำอย่าง Avalanche, BNB Chain, Fantom และ Polygon ต่างเลือกนำ EVM มาใช้เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่า EVM คือมาตรฐานที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Blockchain
💡 ทำไม Address ของ Ethereum, BNB Chain และ Polygon ถึงหน้าตาเหมือนกันทุกตัว? เพราะทั้งสามเชนใช้ EVM ซึ่งสร้าง Address ด้วยระบบเดียวกัน (ECDSA บน secp256k1) นั่นคือทำไมกระเป๋าอย่าง MetaMask ถึงใช้ Address เดียวกันได้บนหลายเชน
🏛️ Layer 1 บล็อกเชนหลักที่รองรับ EVM
| บล็อกเชน | Token | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Ethereum | ETH | ปลอดภัยสูงสุด, ชุมชนใหญ่สุด, TVL สูงสุด | DeFi ระดับสถาบัน, NFT High Value |
| BNB Chain | BNB | Gas ถูก, ธุรกรรมเร็ว, รองรับ Binance ecosystem | เทรดเดอร์ทั่วไป, DeFi ราคาประหยัด |
| Polygon PoS | POL | Gas ถูกมาก, Fast Finality, Sidechain ของ ETH | NFT, Gaming, dApp สำหรับคนทั่วไป |
| Avalanche | AVAX | Sub-second Finality, Subnet architecture | DeFi, Enterprise Blockchain |
| Fantom | FTM | ค่าธรรมเนียมต่ำมาก, ยืนยันเร็วเป็นวินาที | DeFi ความเร็วสูง |
| Cronos | CRO | EVM บน Cosmos SDK | ผู้ใช้ Crypto.com |
| Celo | CELO | Mobile-First, รองรับการชำระเงินผ่านมือถือ | DeFi ตลาดเกิดใหม่ |
| Moonbeam | GLMR | EVM บน Polkadot | Cross-chain dApp |
| Harmony | ONE | Sharding + EVM | dApp ความเร็วสูง |
| Klaytn | KLAY | พัฒนาโดย Kakao Corp. | ผู้ใช้เอเชียตะวันออก |
| Astar | ASTR | EVM + WASM บน Polkadot | นักพัฒนาญี่ปุ่น |
⚡ Layer 2 Scaling Solutions บน Ethereum
Layer 2 ที่เป็น EVM-Equivalent นั้นก้าวไปอีกขั้น โดย copy โค้ด EVM ทั้งหมดมาใช้เลย ทำให้นักพัฒนาสามารถ copy-paste โค้ด dApp จาก Ethereum ไปได้โดยตรง ต่างจาก EVM-Compatible ธรรมดาที่อาจต้องปรับโค้ดเพิ่มเติม
Optimistic Rollup (รอยืนยัน 7 วันในกรณี Withdraw กลับ Mainnet แต่ Transaction ทั่วไปเร็วมาก)
| บล็อกเชน | ผู้พัฒนา | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Arbitrum One | Offchain Labs | L2 ที่มี TVL สูงที่สุด, Gas ถูกกว่า ETH 10-50x |
| Arbitrum Nova | Offchain Labs | เหมาะกับ Gaming และ Social App ที่ Transaction ถี่ |
| Optimism (OP Mainnet) | OP Labs | ความปลอดภัยสูง, ฐาน OP Stack ที่เชนอื่นนำไปต่อยอด |
| Base | Coinbase | ผู้ใช้ Coinbase กว่า 100 ล้านคนเข้าถึง Web3 ได้ง่าย |
| Mode | - | ต่อยอดจาก OP Stack เน้น DeFi |
ZK-Rollup (ยืนยันทันทีด้วย Zero-Knowledge Proof ปลอดภัยกว่าทางคณิตศาสตร์)
| บล็อกเชน | ผู้พัฒนา | จุดเด่น |
|---|---|---|
| zkSync Era | Matter Labs | ZK-EVM ที่มีผู้ใช้มากที่สุด |
| Polygon zkEVM | Polygon Labs | ผสม Polygon ecosystem + ZK Proof |
| Scroll | Scroll Foundation | อ้างว่าเป็น ZK-EVM ที่สมบูรณ์ที่สุด |
| Linea | ConsenSys | พัฒนาโดยทีมเดียวกับ MetaMask |
| Starknet | StarkWare | ใช้ STARK Proof ความปลอดภัยระดับสูงสุด |
🌐 บล็อกเชนอื่น ๆ ที่รองรับ EVM
บล็อกเชนกลุ่มนี้มาจาก Ecosystem อื่น แต่เลือกเพิ่ม EVM Compatibility เพื่อดึงนักพัฒนา Ethereum เข้ามา
| บล็อกเชน | Ecosystem หลัก | เหตุผลที่เพิ่ม EVM |
|---|---|---|
| Aurora | NEAR Protocol | ให้ dApp Ethereum รันบน NEAR ได้ |
| Evmos | Cosmos | EVM บน Cosmos IBC |
| Metis | Ethereum L2 | Fork จาก Optimism, เน้น DAO |
| Kava | Cosmos + EVM | Bridge ระหว่าง Cosmos และ EVM world |
| Gnosis Chain | Ethereum Sidechain | เดิมชื่อ xDai, Gas ถูกมาก |
| Palm Network | NFT-Focused | EVM สำหรับ NFT ค่าธรรมเนียมต่ำ |
❌ บล็อกเชนที่ไม่ใช้ EVM มีระบบของตัวเอง
| บล็อกเชน | ระบบของตัวเอง | เหตุผลที่ไม่ใช้ EVM |
|---|---|---|
| Solana (SOL) | Rust / BPF | ออกแบบเพื่อความเร็วสูงสุด สถาปัตยกรรมต่างกันสิ้นเชิง |
| Bitcoin (BTC) | Bitcoin Script | ออกแบบให้เรียบง่าย ปลอดภัยสูงสุด ไม่ต้องการความซับซ้อน |
| Cardano (ADA) | Plutus (Haskell) | เน้น Formal Verification ความถูกต้องทางคณิตศาสตร์ |
| Sui | Move Language | สถาปัตยกรรมใหม่ Object-Centric |
| Aptos | Move Language | พัฒนาโดยทีม Meta / Diem |
| TON | FunC / Tact | ออกแบบมาเพื่อ Telegram ecosystem |
📸 แนะนำรูปที่ 10: World Map ของ Blockchain Ecosystem แบ่งออกเป็น 2 "ทวีป" คือ EVM World (สีม่วง, ใหญ่กว่า) และ Non-EVM World (สีส้ม) พร้อมโลโก้เชนต่าง ๆ กระจายอยู่
🆕 เชน EVM ที่มาแรงในปี 2026 (อัปเดตล่าสุด)
นอกจากเชนที่อยู่มานานในตารางด้านบน ปี 2026 มีเชน EVM หน้าใหม่ที่เปิด Mainnet จริงและมีคนใช้งานจริงเพิ่มเข้ามาอีกกลุ่ม โดยเน้นแก้จุดที่ EVM ดั้งเดิมยังทำได้ไม่ดี นั่นคือความเร็วในการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Execution)
| เชน | เปิด Mainnet | จุดขาย | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Monad | 24 พ.ย. 2025 | เป้าหมาย 10,000+ TPS ด้วย Parallel Execution เต็มรูปแบบ แต่ยังเข้ากันได้กับ EVM 100% | ระดมทุนผ่าน ICO บน Coinbase กว่า 269 ล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดตัว |
| MegaETH | 2026 | เน้นความเร็วระดับมิลลิวินาที แยกบทบาท Sequencer/Prover/Full Node ออกจากกันเพื่อลดคอขวด | ยังเป็นเชนที่นักพัฒนาต้องจับตา ปริมาณการใช้งานจริงยังน้อยกว่า Layer 2 หลัก |
| HyperEVM | 2025 | ฝัง EVM เข้าไปในเชน Hyperliquid โดยตรง ให้ Smart Contract คุยกับ Orderbook ของ Hyperliquid ได้เลย | จุดขายคือเชื่อม DeFi แบบ on-chain orderbook เข้ากับเครื่องมือ EVM เดิม |
| Unichain | 2025 | Layer 2 ของ Uniswap Labs เอง เน้นสภาพคล่องข้ามเชนและค่าธรรมเนียมต่ำ | ได้แรงหนุนจาก Volume ของ Uniswap ซึ่งเป็น DEX ที่ใหญ่ที่สุดในโลก |
| Berachain | ก.พ. 2025 | ใช้กลไก Proof-of-Liquidity ที่ต่างจาก Proof-of-Stake ทั่วไป | บอกตามตรงว่าเป็นเคสเตือนใจที่ดี TVL เคยพุ่งไปแตะ 3.3 พันล้านดอลลาร์ช่วงเปิดตัว แล้วร่วงลงมาเหลือราว 71 ล้านดอลลาร์ในเวลาไม่นาน สะท้อนว่าเชนใหม่ที่มาแรงตอนเปิดตัวไม่ได้แปลว่าเงินและผู้ใช้จะอยู่ยาว ต้องดูพื้นฐานการใช้งานจริงต่อ ไม่ใช่แค่กระแสตอนเปิดตัว |
สังเกตแนวโน้มร่วมกันของกลุ่มนี้ได้ คือทุกเชนพยายามแก้โจทย์เดียวกัน นั่นคือทำให้ EVM ที่ปกติประมวลผลทีละธุรกรรมเรียงคิว เร็วขึ้นด้วยการประมวลผลแบบขนาน โดยไม่ทิ้งความเข้ากันได้กับเครื่องมือเดิมของนักพัฒนา Ethereum อย่าง MetaMask, Solidity และ Hardhat ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้เชนใหม่ยังเลือกเดินสายนี้ต่อ แทนที่จะสร้างระบบใหม่ทั้งหมดแบบ Solana หรือ Sui
EVM-Compatible vs EVM-Equivalent ต่างกันยังไง?
คำสองคำนี้ฟังดูคล้ายกัน แต่ความหมายต่างกันมาก
EVM-Compatible = บล็อกเชนนั้นรัน Smart Contract จาก Ethereum ได้ แต่อาจต้องปรับโค้ดเล็กน้อย เหมือน iOS app ที่ port มารัน Android ได้แต่ต้องแก้บางส่วน
EVM-Equivalent = บล็อกเชนนั้น copy EVM มาทั้งหมดเลย นักพัฒนา copy-paste โค้ดมาได้เลยโดยไม่ต้องแก้ไขอะไร ส่วนใหญ่เป็น Layer 2 อย่าง Arbitrum, Optimism, Base
📸 แนะนำรูปที่ 11: Venn Diagram แสดง: วงใหญ่ = EVM-Compatible, วงในที่เล็กกว่า = EVM-Equivalent โดยมีชื่อบล็อกเชนแต่ละตัวอยู่ในวงที่เหมาะสม
อนาคตของ EVM จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
ZK-EVM การผสาน Zero-Knowledge Proof เข้ากับ EVM เป็น "Holy Grail" ที่ทำให้ได้ทั้งความเร็ว, ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยระดับคณิตศาสตร์ในเวลาเดียวกัน
EOF (EVM Object Format) การ Upgrade โครงสร้างภายใน EVM ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี แยกโค้ดออกจากข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย อยู่ใน Roadmap ของ Ethereum
Parallel EVM การพัฒนา EVM ให้ประมวลผลหลาย Transaction พร้อมกันแบบ Parallel แทนที่จะรันทีละตัว ซึ่งจะเพิ่ม Throughput ได้อย่างมหาศาล บล็อกเชนอย่าง Monad และ Sei กำลังพัฒนาในทิศทางนี้
Cross-Chain EVM EVM กำลังขยายออกนอกโลก Ethereum เพื่อเชื่อมต่อกับระบบการเงินดั้งเดิม เช่น การออก Tokenized Real-World Assets (RWA) และการชำระเงินข้ามประเทศบนบล็อกเชน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Ethereum คืออะไร? ทำความรู้จัก Blockchain ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก
👉 OpenSea คืออะไร? ตลาด NFT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
EVM คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกการเงินดิจิทัล ไม่ใช่แค่ในแง่เทคนิค แต่ในแง่ที่มันเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทั้งหมดว่าระบบการเงินและสัญญาควรทำงานอย่างไร ข้อเท็จจริงที่ว่าบล็อกเชนชั้นนำกว่า 20 เชนเลือก EVM เป็นมาตรฐาน บอกได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เทคโนโลยีที่จะหายไปง่าย ๆ สำหรับนักลงทุนและผู้สนใจในคริปโต การเข้าใจ EVM ไม่ใช่ความรู้เสริม มันคือความรู้พื้นฐานที่ขาดไม่ได้
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com
อ่านเพิ่มเติม: LP (Liquidity Provider) คืออะไร · Worldcoin (WLD) คืออะไร
บทความที่เกี่ยวข้อง
📖 อยากรู้ศัพท์คริปโตคำอื่น? ดูรวมศัพท์คริปโต A-Z ครบทุกคำ
