OpenSea คืออะไร? ตลาด NFT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรียนรู้เกี่ยวกับ OpenSea แพลตฟอร์มการซื้อขายโทเคน NFT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับหมวดหมู่ NFT ที่น่าสนใจและการสร้าง NFT ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน
OpenSea คือแพลตฟอร์มการซื้อขายและแลกเปลี่ยน NFT (Non-Fungible Token) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความหลากหลายของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ, เพลง, ไอเทมเกม และอีกมากมาย OpenSea เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีบทบาทสำคัญในวงการคริปโต
OpenSea คืออะไร?

OpenSea คือแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ที่ให้บริการการซื้อขายและแลกเปลี่ยน NFT หรือ Non-Fungible Token ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถแทนกันได้ แพลตฟอร์มนี้อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง ซื้อ ขาย และค้นหา NFT ที่มีมูลค่าและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Opensea NFT Marketplace มีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการบันทึกข้อมูลการซื้อขาย ทำให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัยและโปร่งใส อีกทั้งยังรองรับการชำระเงินด้วยคริปโตเคอเรนซีหลายสกุล เช่น Ethereum ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมในการซื้อขาย NFT
ประวัติความเป็นมาของ OpenSea
OpenSea ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดย Alex Atallah และ Devin Finzer ซึ่งเป็นสองผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีและคริปโตเคอเรนซี ก่อนหน้านี้ Devin Finzer เคยทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ Pinterest และ Google ส่วน Alex Atallah มีประสบการณ์ในการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริษัทสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมาก่อน ทั้งคู่มีความสนใจในการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถนำเสนอสื่อดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ซึ่งนำไปสู่การสร้าง OpenSea ขึ้นมา
OpenSea เริ่มต้นจากการเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการซื้อขายไอเทมเกมดิจิทัล แต่ได้ขยายไปสู่การซื้อขาย NFT ในหลากหลายประเภท ทั้งศิลปะ ดนตรี และการ์ดสะสม ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วและการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก OpenSea ได้รับการลงทุนจากนักลงทุนชั้นนำและกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในตลาด NFT โดยในปี 2021 OpenSea ได้รับการลงทุนเพิ่มจาก Andreessen Horowitz และบริษัทอื่นๆ ทำให้บริษัทสามารถขยายการพัฒนาแพลตฟอร์มและการบริการได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น
นอกจากนี้ OpenSea ยังมีการขยายการรองรับไปยังเครือข่ายบล็อกเชนอื่น ๆ เช่น Polygon และ Klaytn เพื่อให้การทำธุรกรรมมีความรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง การรองรับบล็อกเชนหลายประเภททำให้ OpenSea สามารถดึงดูดผู้ใช้งานจากชุมชนต่างๆ ได้มากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้แพลตฟอร์ม
ยอดการซื้อขายบน OpenSea มีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่กระแส NFT ได้รับความนิยมสูงสุด ทำให้ OpenSea มียอดการซื้อขายรวมกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความนิยมและความสำคัญของแพลตฟอร์มในวงการ NFT ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาด NFT และบทบาทสำคัญของ OpenSea ในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้
หมวดหมู่ NFT บน OpenSea
OpenSea มีความหลากหลายของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายได้ หมวดหมู่หลักของ NFT บนแพลตฟอร์มนี้รวมถึง:
1.ศิลปะ (Art)
ศิลปะดิจิทัลเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบน OpenSea นักศิลปะสามารถสร้างผลงานและขายรูป NFT Opensea ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ในการแสดงผลงานและรับรายได้จากการขาย ศิลปะดิจิทัลสามารถรวมถึงภาพวาด, ภาพถ่าย, และผลงานกราฟิกที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยศิลปินสามารถกำหนดเงื่อนไขการขาย เช่น การแบ่งส่วนแบ่งรายได้จากการขายซ้ำได้
ตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจ:
- Beeple's "Everydays: The First 5000 Days": ภาพคอลลาจที่ประกอบด้วยภาพศิลปะดิจิทัล 5000 ภาพ ที่ถูกขายในราคากว่า 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- "Crossroad" by Beeple: ภาพเคลื่อนไหวที่ถูกขายในราคากว่า 6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
2.ดนตรี (Music)
นักดนตรีสามารถใช้ OpenSea ในการขายเพลงและอัลบั้มในรูปแบบของ NFT ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจในการเพิ่มรายได้และการเข้าถึงผู้ฟังใหม่ ๆ ดนตรี NFT สามารถประกอบไปด้วยเพลงที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน อัลบั้มพิเศษ หรือแม้กระทั่งตั๋วเข้าชมคอนเสิร์ตออนไลน์ นอกจากนี้ NFT ยังสามารถมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ถือครอง เช่น การเข้าถึงเนื้อหาพิเศษหรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
ตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจ:
- "Ultraviolet" by Don Diablo: อัลบั้มดนตรีในรูปแบบ NFT ที่มีมูลค่าสูงและมีสิทธิพิเศษในการเข้าชมคอนเสิร์ตเสมือนจริง
- "SOUND" by 3LAU: อัลบั้มเพลงที่ถูกขายในรูปแบบ NFT และมียอดขายกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
3.ไอเทมเกม (Gaming Items)
เกมเมอร์สามารถซื้อขายไอเทมในเกมเช่น อาวุธ เสื้อผ้า และไอเทมพิเศษต่าง ๆ ในรูปแบบของ NFT บน OpenSea ซึ่งสามารถทำให้ไอเทมเหล่านี้มีมูลค่าและแลกเปลี่ยนได้ การใช้ NFT ในเกมสามารถทำให้ผู้เล่นมีความสามารถในการเป็นเจ้าของจริง ๆ ของไอเทมที่ซื้อขาย และสามารถแลกเปลี่ยนหรือขายไอเทมเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบภายในเกมเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจ:
- "Axie Infinity": สัตว์เลี้ยงดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ในการต่อสู้และเพาะพันธุ์ในเกม Axie Infinity มีมูลค่าสูงในตลาด NFT
- "Decentraland Virtual Real Estate": ที่ดินเสมือนในโลก Decentraland ที่ผู้เล่นสามารถซื้อขายและพัฒนาสิ่งก่อสร้างต่างๆ
4.การ์ดสะสม (Collectible Cards)
การ์ดสะสมดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยม การ์ดเหล่านี้มีความหลากหลายและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ผู้สะสมสามารถหาของที่ต้องการและมีมูลค่าในการแลกเปลี่ยน การ์ดสะสมสามารถมีธีมที่หลากหลาย เช่น การ์ดตัวละครในเกม, การ์ดนักกีฬา, หรือการ์ดตัวละครในภาพยนตร์ การใช้ NFT ทำให้การ์ดสะสมมีความเป็นเอกลักษณ์และสามารถตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นเจ้าของได้
ตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจ:
- "NBA Top Shot": การ์ดสะสมนักบาสเกตบอลที่มีคลิปวิดีโอไฮไลต์ของนักกีฬา NBA
- "Sorare": การ์ดสะสมฟุตบอลดิจิทัลที่สามารถใช้ในการเล่นเกมแฟนตาซีฟุตบอลและแลกเปลี่ยนในตลาด NFT
หมวดหมู่ต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ OpenSea เป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่มได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสม ศิลปิน นักดนตรี หรือเกมเมอร์ ก็สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าสนใจและมีมูลค่าบน OpenSea ได้
จุดเด่นของ OpenSea ที่คุณไม่ควรพลาด
1.แพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Opensea NFT Marketplace เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย NFT ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่มากและการมีสินทรัพย์ดิจิทัลหลากหลาย ทำให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกมากมายในการซื้อขาย การมีผู้ใช้งานจำนวนมากทำให้ OpenSea มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในวงการ NFT โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักลงทุนและนักสะสม NFT
2.ระบบความปลอดภัยสูง
การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้การทำธุรกรรมบน OpenSea มีความปลอดภัยและโปร่งใส การบันทึกข้อมูลการซื้อขายในระบบบล็อกเชนทำให้ไม่สามารถแก้ไขหรือปลอมแปลงได้ อีกทั้ง OpenSea ยังมีการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการฉ้อโกงและการซื้อขายที่ไม่ถูกต้อง
3.การรองรับหลากหลายสินทรัพย์ดิจิทัล
OpenSea รองรับสินทรัพย์ดิจิทัลในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ, ดนตรี, ไอเทมเกม หรือการ์ดสะสม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการและทำการซื้อขายได้อย่างสะดวก การมีสินทรัพย์ดิจิทัลหลากหลายทำให้ OpenSea เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่มได้
4.ค่าธรรมเนียมต่ำ
การทำธุรกรรมบน OpenSea มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายได้มากขึ้น ค่าธรรมเนียมที่ต่ำยังเป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานทำการซื้อขายมากขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มมีการเคลื่อนไหวและการทำธุรกรรมที่มีปริมาณมากขึ้น
สร้างและขาย NFT บน OpenSea ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน
1.สร้างบัญชีผู้ใช้งาน
ลงทะเบียนและสร้างบัญชีผู้ใช้งานบน OpenSea เพื่อเริ่มต้นการสร้างและขาย NFT การสร้างบัญชีเป็นขั้นตอนที่ง่ายและรวดเร็ว โดยผู้ใช้งานสามารถใช้บัญชี Ethereum ในการเชื่อมต่อกับ OpenSea เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน
2.สร้าง NFT
ใช้เครื่องมือการสร้าง NFT บนแพลตฟอร์มในการอัปโหลดและสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณ OpenSea มีเครื่องมือที่ใช้งานง่ายสำหรับการสร้าง NFT โดยผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดไฟล์สื่อ กำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขการขายได้
3.ตั้งราคาและรายละเอียด
กำหนดราคาขายและรายละเอียดของ NFT ที่คุณต้องการขาย เพื่อให้ผู้ซื้อมองเห็นและตัดสินใจซื้อ ผู้ใช้งานสามารถกำหนดราคาในรูปของ Ethereum และตั้งค่าการประมูลสำหรับ NFT ที่ต้องการขาย
4.ประกาศขาย
ประกาศขายรูป NFT Opensea ของคุณบนแพลตฟอร์มและรอผู้สนใจทำการซื้อ หลังจากที่ NFT ถูกประกาศขาย ผู้ใช้งานสามารถติดตามการประมูลและการเสนอราคาจากผู้สนใจได้
อนาคตของ OpenSea
อนาคตของ OpenSea ดูน่าตื่นเต้นและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและการเพิ่มความหลากหลายของสินทรัพย์ดิจิทัล OpenSea มีโอกาสที่จะขยายตลาดและดึงดูดผู้ใช้งานใหม่ ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับศิลปิน นักดนตรี และนักพัฒนาเกมจะช่วยเสริมสร้างความน่าสนใจและความหลากหลายของแพลตฟอร์ม
อนาคตของ OpenSea ยังรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมที่มีปริมาณมากขึ้นและการเพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรม ปัจจุบัน OpenSea รองรับบล็อกเชนหลายประเภทนอกจาก Ethereum เช่น Polygon และ Klaytn ซึ่งมีความสามารถในการทำธุรกรรมที่รวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า
การขยายการรองรับบล็อกเชนเพิ่มเติมจะช่วยให้ OpenSea สามารถดึงดูดผู้ใช้งานจากชุมชนต่าง ๆ ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Binance Smart Chain (BSC) ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการคริปโต และ Solana ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถทำธุรกรรมได้ในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนี้ OpenSea ยังมีการพัฒนาเครื่องมือและฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น การเพิ่มระบบประมูลที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น การให้บริการสำหรับผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในการจัดการสิทธิ์ในผลงาน และการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายขึ้น เช่น การรองรับสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ และการเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินแบบเดิม
ด้วยการพัฒนาและการขยายตัวเหล่านี้ OpenSea มีศักยภาพที่จะเป็นแพลตฟอร์ม NFT ที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือที่สุดในโลก และจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด NFT และเทคโนโลยีบล็อกเชนในอนาคต
สรุป
OpenSea เป็นแพลตฟอร์มการตลาด NFT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลหลากหลายประเภท ระบบความปลอดภัยสูง และค่าธรรมเนียมต่ำ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง ซื้อ และขาย NFT ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ อนาคตของ OpenSea ดูสดใสและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและการขยายตลาดที่ต่อเนื่อง