
Velo Protocol โปรเจคจากทายาท CP ที่จะมาปฎิวัติการเงินด้วยระบบ Digital Credit สำหรับองค์กร
เจาะลึก Velo Protocol โปรเจคบล็อกเชนสัญชาติไทยจากทายาทเครือ CP ที่มุ่งปฏิวัติระบบการเงินองค์กรด้วย Digital Credit อ่านแล้วจะเข้าใจว่าโปรเจคนี้แตกต่างและน่าจับตามองอย่างไร
Velo Protocol คือหนึ่งในโปรเจกต์บล็อกเชนสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงที่สุด เพราะมีคุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ทายาทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันหลัก และมี Jed McCaleb ผู้ร่วมก่อตั้ง Stellar และ Ripple มาเป็นที่ปรึกษา บทความนี้จัดโครงสร้างใหม่ทั้งหมด พร้อมอัปเดตสถานะล่าสุดของโปรเจกต์ในปี 2026 และอธิบายกลไกการทำงาน 3 ส่วนที่ประกอบกันเป็นระบบ Velo ให้ชัดเจนกว่าที่เคยเขียนไว้
Velo Protocol คืออะไร
Velo เป็น open protocol บนเครือข่าย Stellar ที่เปิดให้ธุรกิจใดก็ตามสร้างสิ่งที่เรียกว่า Digital Credit ของตัวเองได้ Digital Credit คือหน่วยมูลค่าดิจิทัลที่นำไปใช้ได้หลายแบบ ทั้งการโอนเงินข้ามพรมแดน การปล่อยกู้ การทำระบบสะสมแต้ม (loyalty point) หรือแม้แต่เป็นฐานในการออก stablecoin ของธุรกิจเอง เป้าหมายของ Velo คือแก้ปัญหาที่คริปโตทั่วไปเจอ คือมูลค่าผันผวนสูงจนธุรกิจไม่กล้านำไปใช้งานจริง
ประวัติการก่อตั้งและการระดมทุน
Velo Labs ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 มีสำนักงานอยู่ที่กรุงเทพฯ วางตำแหน่งตัวเองเป็นเครือข่ายชำระเงินและโอนเงินแบบกระจายศูนย์ ที่สร้างบนโปรโตคอลบล็อกเชน Stellar เดือนกันยายน 2020 บริษัททำ IEO (Initial Exchange Offering) บนแพลตฟอร์ม KuCoin Spotlight ระดมทุนได้ 2 ล้านดอลลาร์ จากการขายโทเคน VELO ราว 40 ล้านเหรียญ ที่ราคา 0.05 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นสัดส่วนราว 0.13% ของอุปทานโทเคนเริ่มต้นทั้งหมด
นอกจาก IEO แล้ว Velo Labs ยังระดมทุนรอบ Series A ได้อีก 10 ล้านดอลลาร์จาก DWF Labs รวมเงินทุนที่ระดมได้ทั้งหมดกว่า 12 ล้านดอลลาร์ ผู้ลงทุนรายอื่นที่เข้าร่วมยังมี Signum Capital, เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group), Du Capital และที่น่าสนใจคือ มูลนิธิ Stellar Development Foundation เองก็เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนด้วย ซึ่งสะท้อนว่า Stellar มองว่า Velo เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ เรือธงที่ช่วยขยายการใช้งานจริงบนเครือข่ายของตัวเอง
กลไกการทำงาน 3 ส่วนของ Velo Protocol
ระบบของ Velo ทำงานผ่านองค์ประกอบ 3 ส่วนที่เชื่อมโยงกัน แต่ละส่วนทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน
1. Digital Credit Issuance การออก Digital Credit
ธุรกิจที่ต้องการสร้าง Digital Credit ของตัวเอง ต้องโอนโทเคน VELO ไปให้ Velo Labs ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับประกันมูลค่า เปรียบเสมือนการนำเงินไปวางค้ำประกันก่อนจะได้รับสิทธิ์ออก Digital Credit ในมูลค่าที่สอดคล้องกับโทเคนที่วางค้ำไว้ ยิ่งวางค้ำมาก ก็ยิ่งออก Digital Credit ได้มากตามสัดส่วน
2. Digital Reserve System (DRS) ระบบรักษามูลค่า
DRS คืออัลกอริทึมที่ทำงานผ่าน Smart Contract คอยบริหารกลุ่มเงินสำรอง (Velo Labs pool) เพื่อรักษามูลค่าของ Digital Credit ให้คงที่ หลักการคือถ้าราคาโทเคน VELO ที่ค้ำประกันอยู่ผันผวน ระบบจะปรับ supply ของ Digital Credit ในตลาดขึ้นหรือลงเพื่อชดเชย พูดง่ายๆ คือ DRS ทำหน้าที่คล้ายธนาคารกลางจิ๋วที่คอยรักษาเสถียรภาพของหน่วยมูลค่าที่ธุรกิจนั้นออกไป โดยไม่ต้องพึ่งเงินสำรองจริงเต็มจำนวน แบบ stablecoin ทั่วไป
3. Reputation System ระบบสร้างเครดิต
ส่วนสุดท้ายคือระบบให้กู้ยืมโทเคน VELO โดย Velo Labs จะพิจารณาจากประวัติการชำระคืนของแต่ละธุรกิจ ธุรกิจที่มีประวัติจ่ายตรงเวลา สม่ำเสมอจะสามารถกู้ยืมโทเคนในปริมาณที่มากขึ้นได้ เป็นกลไกที่คล้ายเครดิตสกอร์ในระบบธนาคารทั่วไป แต่ทำงานบนบล็อกเชนแทน
ทั้ง 3 ส่วนนี้เชื่อมกันเป็นวงจร ธุรกิจวางค้ำประกันผ่าน Issuance เพื่อได้ Digital Credit มาใช้งาน DRS คอยรักษามูลค่าให้เสถียร ระหว่างทาง และ Reputation System เปิดทางให้ธุรกิจที่มีประวัติดีเข้าถึงเงินทุนเพิ่มได้ในระยะยาว โดยมีเทคโนโลยี Blockchain ของ Stellar เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับธุรกรรมทั้งหมดให้เร็วและถูก
โอกาสทางธุรกิจที่ Velo มองเห็น
| กลุ่มธุรกิจ | มูลค่าตลาดที่ทีม Velo เคยประเมินไว้ (ปี 2019) |
|---|---|
| Cross Border Remittance การโอนเงินข้ามพรมแดน | ราว 700,000 ล้านดอลลาร์ |
| Lending การปล่อยกู้ | ราว 950 ล้านดอลลาร์ |
| Stablecoin | ราว 6,200 ล้านดอลลาร์ |
| Payment การชำระเงิน | ราว 500,000 ล้านดอลลาร์ |
| Loyalty Point ระบบสะสมแต้ม | ราว 9,300 ล้านดอลลาร์ |
ตัวเลขมูลค่าตลาดข้างต้นเป็นประมาณการที่ทีม Velo เคยเผยแพร่ไว้ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวโปรเจกต์ปี 2019 เพื่อชี้ให้เห็นขนาดของปัญหา ที่ Digital Credit จะเข้าไปแก้ ตัวเลขจริงของแต่ละอุตสาหกรรมในปี 2026 ย่อมเปลี่ยนไปจากตอนนั้นมาก แต่แนวคิดหลักยังเป็นทิศทางเดียวกัน คือการลดต้นทุนธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนด้วยโครงสร้างที่ไม่ต้องพึ่งธนาคารเป็นตัวกลางทุกขั้นตอน
สถานะโปรเจกต์ปัจจุบัน (2026) ยังทำอยู่ไหม
คำตอบคือยังดำเนินงานอยู่จริง และมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องมาจนถึงปี 2026 ไม่ได้เงียบหายไปแบบโปรเจกต์ยุค 2019 หลายตัวที่ปิดตัวไปแล้ว
- เดือนกันยายน 2025 Velo Labs จับมือกับ Lightnet และ OpenEden ตั้งกิจการร่วมค้า (joint venture) เพื่อเปิดตัวบริการ Treasury-as-a-Service และเครือข่ายชำระเงิน ASEAN Settlement Network เชื่อมระบบการเงินในภูมิภาคอาเซียนเข้าด้วยกัน
- เดือนธันวาคม 2025 เปิดตัวแอปพลิเคชัน Orbit Plus Super App ให้บริการใน 15 ประเทศ ขยายจากการเป็นแค่โปรโตคอลเบื้องหลัง มาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ทั่วไปสัมผัสได้โดยตรง
- เดือนเมษายน 2026 ประกาศผนวกรวม USD1 ซึ่งเป็น stablecoin ของ World Liberty Financial เข้ากับระบบนิเวศ Velo แสดงให้เห็นว่า โปรเจกต์ยังขยายพันธมิตรใหม่ต่อเนื่องแม้จะผ่านมาแล้วกว่า 7 ปีนับจากเปิดตัว
ปัจจุบันตำแหน่งซีอีโอเปลี่ยนมือมาอยู่ที่ Suvicha S. แล้ว ต่างจากตอนเปิดตัวที่ชื่อของคุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ถูกใช้เป็นจุดขายหลัก ด้านความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโปรเจกต์ที่อายุยืนยาวหลายปี โครงสร้างผู้บริหารย่อมมีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่สนใจ
แม้โปรเจกต์จะยังดำเนินงานอยู่และมีพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จุดที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ Velo วางโมเดลธุรกิจเน้นลูกค้าองค์กร (business-to-business) เป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อยแบบโปรเจกต์คริปโตทั่วไป มูลค่าของโทเคน VELO จึงผูกกับความสำเร็จ ของพันธมิตรทางธุรกิจที่นำ Digital Credit ไปใช้งานจริงมากกว่าจะขึ้นอยู่กับกระแสเก็งกำไรจากนักลงทุนรายย่อย ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้า ของพันธมิตรแต่ละรายที่ประกาศออกมาว่ามีการใช้งานจริงมากน้อยแค่ไหน มากกว่าจะดูแค่ราคาโทเคนในกระดานเทรด
คำถามที่พบบ่อย
Velo Protocol ยังทำงานอยู่ไหมในปี 2026
ยังทำงานอยู่ และมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัว Orbit Plus Super App ใน 15 ประเทศช่วงปลายปี 2025 และการผนวกรวม USD1 stablecoin เข้ากับระบบนิเวศในเดือนเมษายน 2026
Digital Credit ต่างจาก stablecoin ทั่วไปยังไง
Digital Credit ของ Velo ไม่ได้ค้ำด้วยเงินสำรองจริงเต็มจำนวนเหมือน stablecoin ทั่วไป แต่ใช้ระบบ Digital Reserve System ปรับ supply ของ Digital Credit ให้สอดคล้องกับมูลค่าโทเคน VELO ที่วางค้ำประกันไว้แทน
ทายาท CP ยังเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์อยู่ไหม
ปัจจุบันตำแหน่งซีอีโอเปลี่ยนมาเป็น Suvicha S. แล้ว ไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าคุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ยังมีบทบาทบริหารโดยตรง ในปี 2026 หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อมูลผู้บริหารล่าสุดจากช่องทางทางการของ Velo โดยตรง
เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยไหม
Velo วางโมเดลธุรกิจเน้นลูกค้าองค์กรเป็นหลัก มูลค่าโทเคนจึงผูกกับความสำเร็จของพันธมิตรธุรกิจมากกว่ากระแสเก็งกำไรทั่วไป นักลงทุนรายย่อยที่สนใจควรศึกษาความคืบหน้าการใช้งานจริงของพันธมิตรแต่ละรายให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
บทความนี้ให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ข้อมูลสถานะโปรเจกต์และพันธมิตรทางธุรกิจ ณ สิงหาคม 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของ Velo ก่อนตัดสินใจ
📌 อ่านเพิ่มเติม: กว่าจะมาเป็น Velo เปิดประวัติทีมงานตัวท็อป ของโปรเจคทายาท CP