DCA อัตโนมัติกระดานไทย 2026 เทียบ Binance TH vs Bitkub vs Maxbit เลือกเจ้าไหนดี
เทียบฟีเจอร์ DCA อัตโนมัติ 3 กระดานไทย Binance TH, Bitkub, Maxbit ทั้งค่าธรรมเนียมคิดเป็นเงินจริง ขั้นต่ำ จำนวนเหรียญ Limit Price และแคมเปญที่รันอยู่ตอนนี้ ก่อนเลือกใช้เจ้าไหน
ถ้าถามว่าตอนนี้กระดานคริปโตไทยที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. เจ้าไหนมีระบบ ตั้งซื้ออัตโนมัติแบบ DCA ให้ใช้บ้าง คำตอบ ณ เดือนสิงหาคม 2026 คือสามเจ้า Binance TH, Bitkub และ Maxbit ส่วนเจ้าอื่นอย่าง Orbix, Bitazza และ Upbit ยังไม่มีฟีเจอร์นี้ในแอป ต้องกดซื้อเองทุกรอบ
สามเจ้านี้ออกแบบมาคนละแนวชัดเจน เจ้าหนึ่งฟรีค่าธรรมเนียมและมีระบบข้ามรอบที่ราคาแพง เจ้าหนึ่งเริ่มได้ตั้งแต่ 10 บาท อีกเจ้าจับได้ 10 เหรียญในแผนเดียวและมีทองคำโทเคนให้เก็บ ไม่มีเจ้าไหนดีที่สุดในทุกมิติ คำตอบว่าควรใช้เจ้าไหนขึ้นอยู่กับงบต่อรอบของเรา เหรียญที่อยากสะสม และซีเรียสเรื่องค่าธรรมเนียมแค่ไหน
บทความนี้เอาทั้งสามเจ้ามาวางเทียบในหน้าเดียว ทั้งสเปก ค่าธรรมเนียมที่คิดออกมาเป็นเงินจริง แคมเปญที่กำลังรันอยู่ตอนนี้ และข้อจำกัดที่แต่ละเจ้าไม่ค่อยพูดถึง จบด้วยวิธีเลือกตามโปรไฟล์การใช้เงิน ส่วนใครอยากได้วิธีตั้งทีละขั้นของแต่ละเจ้า เรามีรีวิวแยกให้ทุกเจ้า ลิงก์อยู่ท้ายแต่ละหัวข้อ
ตารางเทียบสเปกรวม (อัปเดต 22 สิงหาคม 2026)
| หัวข้อ | Binance TH | Bitkub | Maxbit |
|---|---|---|---|
| เปิดตัวฟีเจอร์ | เมษายน 2026 | กุมภาพันธ์ 2026 | ก่อนสองเจ้าแรก (มีมาตั้งแต่ปี 2025) |
| เหรียญที่รองรับ | 9 เหรียญ (BTC, ETH, BNB, SOL, XRP, LINK, SUI, HBAR, PAXG) | 4 เหรียญตั้งแต่ 31 ส.ค. (BTC, ETH, XRP, SOL) ก่อนหน้านี้มี ADA | เลือกจากคู่เทรดบนกระดานกว่า 100 คู่ รวม XAUT ทองคำโทเคน |
| จำนวนเหรียญต่อแผน | 1 เหรียญต่อแผน | หลายเหรียญได้ โดยกำหนดสัดส่วนรวม 100% | สูงสุด 10 เหรียญต่อแผน กำหนดสัดส่วนเอง |
| ขั้นต่ำต่อรอบ | 100 บาท | 10 บาท | กำหนดเป็นจำนวนเหรียญ เช่น BTC 0.00002 BTC (ราว 50 บาท) แคมเปญมักตั้งเกณฑ์ที่ 199 บาทหรือ 10 USDT |
| สูงสุดต่อรอบ | 50,000 บาท หรือ 1,500 USDT/USDC | 30,000 บาท (จำนวนเต็ม ไม่มีทศนิยม) | กำหนดเป็นจำนวนเหรียญ เช่น BTC 100 BTC |
| สกุลที่ใช้จ่าย | บาท, USDT, USDC | บาทเท่านั้น | บาท หรือ USDT |
| ความถี่ | รายวัน / รายสัปดาห์ / รายเดือน | รายวัน / รายสัปดาห์ / รายเดือน | รายวัน / รายสัปดาห์ / รายเดือน |
| เลือกเวลาซื้อ | ได้ (เลือกชั่วโมง นาทีจะตรงกับตอนสร้างแผน) | ได้ (เลือกชั่วโมงและนาที) | ได้ (เวลาท้องถิ่น) |
| ข้ามรอบถ้าราคาแพงเกิน | มี (Limit Price) | ไม่มี | ไม่มี |
| ค่าธรรมเนียมต่อรอบ | ฟรี | 0.25% | 0.25% |
| จำนวนแผนสูงสุด | 10 แผนต่อบัญชี | 10 คำสั่งพร้อมกัน | ไม่ระบุเพดานชัดเจน |
| อายุแผน | 365 วัน | รายวัน/รายสัปดาห์ 1 ถึง 12 เดือน รายเดือน 2 ถึง 12 เดือน | ตั้งแล้วรันต่อเนื่องจนกว่าจะยกเลิก |
| ประเภทคำสั่ง | ซื้อตามราคาตลาด แต่ข้ามได้ถ้าทะลุ Limit Price | Market Order เรียงคิวแบบ FIFO | Market Order |
| ถ้าเงินไม่พอ | รอบนั้นไม่ซื้อ แผนไม่ถูกยกเลิก | ข้ามรอบนั้น แผนเดินต่อ | ข้ามรอบนั้น แผนเดินต่อ |
| ตัวจำลองผลย้อนหลัง | มี | ไม่มี | ไม่มี |
| ใบอนุญาต | ก.ล.ต. ไทย | ก.ล.ต. ไทย | ก.ล.ต. ไทย |
สองจุดที่ต้องย้ำจากตารางนี้ จุดแรกคือ Bitkub กำลังถอด ADA ออกจาก Auto DCA ในวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เวลา 11:00 น. ด้วยเหตุผลว่าเหรียญไม่ผ่านเกณฑ์สภาพคล่องของบริการ (Bitkub กำหนดว่าเหรียญใน Auto DCA ต้องมีความลึกของตลาดที่ 2% ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท และทบทวนทุกไตรมาส) ใครตั้งแผน ADA ไว้ต้องเตรียมย้าย จุดที่สองคือขั้นต่ำของ Maxbit หน้าค่าธรรมเนียมระบุเป็นจำนวนเหรียญ ไม่ใช่จำนวนบาท ซึ่งสำหรับ BTC ถือว่าต่ำมาก แต่ในแอปอาจมีขั้นต่ำเป็นบาทซ้อนอีกชั้นตามแต่ละช่วง ควรเปิดแอปดูตอนตั้งจริง

ค่าธรรมเนียมคิดเป็นเงินจริงแล้วต่างกันเท่าไหร่
ตัวเลข 0.25% ฟังดูน้อยจนหลายคนมองข้าม แต่ DCA คือการซื้อซ้ำหลายร้อยครั้ง ค่าธรรมเนียมจึงสะสมได้เยอะกว่าที่คิด ลองคำนวณจากสามงบที่คนไทยนิยมตั้งกัน
| แผน DCA | ยอดซื้อรวมต่อปี | Binance TH (ฟรี) | Bitkub / Maxbit (0.25%) |
|---|---|---|---|
| วันละ 108 บาท | 39,420 บาท | 0 บาท | ราว 99 บาท |
| วันละ 500 บาท | 182,500 บาท | 0 บาท | ราว 456 บาท |
| สัปดาห์ละ 2,000 บาท | 104,000 บาท | 0 บาท | ราว 260 บาท |
| เดือนละ 10,000 บาท | 120,000 บาท | 0 บาท | ราว 300 บาท |
จะเห็นว่าส่วนต่างต่อปีอยู่ที่หลักร้อยบาท ไม่ใช่หลักพัน สำหรับคนที่ DCA ระดับหลักร้อยต่อวัน ค่าธรรมเนียมจึงไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ควรใช้ตัดสิน ปัจจัยอย่างเหรียญที่รองรับ ความสะดวกในการเติมเงิน และกระดานที่เราใช้อยู่แล้วมีน้ำหนักพอกัน แต่ถ้าสเกลขึ้นไประดับหลายพันต่อวัน หรือถ้าตั้งใจจะทำต่อเนื่องห้าปีสิบปี ส่วนต่างนี้ก็โตเป็นหลักพันถึงหมื่นได้
อีกจุดที่ต้องรู้คือ ค่าธรรมเนียมที่ฟรีของ Binance TH คือฟรีส่วนของ DCA เท่านั้น การซื้อขายทั่วไปบนกระดานยังคิดตามอัตราปกติ และถ้าวันหนึ่งอยากขายเหรียญที่สะสมมา ก็จะเสียค่าธรรมเนียมขาขายตามปกติของแต่ละกระดาน
Binance TH ฟรีค่าธรรมเนียม และมี Limit Price ให้ข้ามวันแพง
จุดที่ทำให้ Binance TH โดดเด่นกว่าอีกสองเจ้ามีสองอย่าง อย่างแรกคือไม่คิดค่าธรรมเนียมเลยสักรอบ อย่างที่สองคือระบบ Limit Price ที่ให้ตั้งเพดานราคาไว้ ถ้ารอบไหนราคาตลาดทะลุเพดานนั้น ระบบจะสร้างคำสั่งแต่ไม่ซื้อ แล้วรอรอบถัดไป เท่ากับเราได้ DCA แบบที่ไม่ต้องซื้อของแพง ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับกลยุทธ์สไตล์ A ในบทความ Smart DCA ของเรา เพียงแต่ Binance TH ใช้ราคาตรงๆ เป็นเกณฑ์ ไม่ได้อิงดัชนี on-chain
เหรียญที่รองรับมี 9 ตัว ซึ่งน้อยกว่า Maxbit แต่ครอบคลุมเหรียญหลักที่คนส่วนใหญ่สะสมกัน และมีจุดพิเศษคือ PAXG ที่ตรึงมูลค่ากับทองคำจริง 1 ออนซ์ต่อ 1 PAXG ทำให้ตั้ง DCA ทองคำควบคู่กับบิตคอยน์ได้ในระบบเดียวกัน ขั้นต่ำ 100 บาทต่อรอบ ตั้งแผนได้ 10 แผนพร้อมกัน อายุแผน 365 วัน และมีตัวจำลองให้ดูว่าถ้าเริ่ม DCA ย้อนหลังไปจะได้ต้นทุนเท่าไหร่ ซึ่งอีกสองเจ้าไม่มี
ข้อจำกัดคือ Limit Price ตั้งได้เฉพาะแผนที่มีเหรียญเดียว แผนหนึ่งจับได้เหรียญเดียว ถ้าอยากสะสมหลายเหรียญต้องตั้งหลายแผน และอายุแผน 365 วันแปลว่าครบปีต้องมาตั้งใหม่ ไม่ได้รันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
เรื่องแคมเปญ Binance TH เคยรัน "Built by You. Built with DCA" ในเดือนกรกฎาคม 2026 แจกรางวัลตามความถี่ที่ตั้ง แคมเปญนั้นจบไปแล้วและแจกรางวัลเสร็จสิ้นภายใน 11 สิงหาคม ตอนนี้ยังไม่มีแคมเปญ DCA รอบใหม่ประกาศออกมา แต่จากจังหวะที่คู่แข่งสองเจ้าเปิดแคมเปญพร้อมกันในเดือนสิงหาคม มีโอกาสสูงที่จะมีรอบใหม่ตามมา
อ่านวิธีตั้งทีละขั้นพร้อมเทคนิคใช้ Limit Price ได้ที่ วิธีตั้ง DCA บน Binance TH ฉบับละเอียด

Bitkub เริ่มได้ตั้งแต่ 10 บาท และมีแคมเปญใหม่เพิ่งเปิด
Bitkub เป็นเจ้าแรกในกลุ่มกระดานใหญ่ที่เปิด Auto DCA ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026 จุดเด่นที่สุดคือขั้นต่ำ 10 บาทต่อรอบ ต่ำกว่าทุกเจ้าในตลาดแบบขาดลอย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มฝึกวินัยด้วยเงินก้อนจิ๋ว หรืออยากทดสอบระบบก่อนค่อยขยับงบ อีกจุดที่หลายคนไม่รู้คือ Bitkub ให้ตั้งหลายเหรียญในแผนเดียวโดยกำหนดสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ให้รวมกัน 100% ได้ ไม่ต้องตั้งแยกทีละแผน
การทำงานข้างในตรงไปตรงมา ถึงรอบระบบจะส่ง Market Order เข้ากระดานตามมูลค่าที่ตั้ง ถ้าเงินบาทในกระเป๋าไม่พอจะข้ามรอบนั้นโดยไม่ยกเลิกแผน และถ้ามีหลายคำสั่งถึงรอบพร้อมกัน ระบบเรียงคิวแบบใครสร้างก่อนได้ส่งก่อน
ข้อจำกัดที่ต้องชั่งน้ำหนักคือเหรียญที่รองรับมีน้อยที่สุด และกำลังจะน้อยลงอีก เพราะ ADA จะถูกถอดออกในวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เหลือแค่ BTC, ETH, XRP และ SOL ไม่มีระบบข้ามวันแพงแบบ Limit Price คิดค่าธรรมเนียม 0.25% ทุกรอบ และใช้ได้เฉพาะเงินบาท ตั้งด้วย USDT ไม่ได้
เรื่องแคมเปญ Bitkub เล่นต่อเนื่องมาตลอดปี และตัวล่าสุด "1st Auto DCA BTC to Earn" เพิ่งเริ่มเมื่อ 20 สิงหาคม 2026 รันถึง 31 ตุลาคม เงื่อนไขคือตั้ง Auto DCA ซื้อ BTC ขั้นต่ำ 500 บาทต่อวัน ต่อเนื่อง 30 วัน (ต้องเริ่มตั้งแผนภายใน 30 กันยายน) รับ USDT มูลค่า 500 บาท จำกัด 500 สิทธิ์ บัญชีละ 1 รางวัล และต้องลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มของ Bitkub ก่อน รางวัลโอนภายใน 60 วันทำการหลังจบแคมเปญ คิดเร็วๆ คือ DCA รวม 15,000 บาท ได้คืน 500 บาท เท่ากับ 3.3% ซึ่งมากกว่าค่าธรรมเนียม 0.25% ที่เสียไปตลอด 30 วันหลายเท่า ถ้าเราตั้งใจจะ DCA ที่ระดับนี้อยู่แล้ว แคมเปญนี้คุ้มชัดเจน แต่ถ้าต้องเพิ่มงบจากปกติเพื่อให้ถึง 500 บาทต่อวัน ให้คิดให้ดีว่าเรากำลังลงทุนหรือกำลังไล่ล่าของแถม
อ่านรีวิว Bitkub ฉบับเต็มรวมค่าธรรมเนียมทุกหมวดและสเปก Auto DCA ได้ที่ รีวิว Bitkub 2026 ฉบับตามจริง

Maxbit จับได้ 10 เหรียญในแผนเดียว มีทองคำโทเคนให้เก็บ
Maxbit ทำ Auto DCA มาก่อนสองเจ้าแรก จุดที่ต่างชัดคือให้ตั้ง สูงสุด 10 เหรียญในแผนเดียว พร้อมกำหนดสัดส่วนของแต่ละเหรียญเอง และเลือกได้จากคู่เทรดบนกระดานกว่า 100 คู่ รวม XAUT ที่เป็นทองคำโทเคนของ Tether ทำให้คนที่อยากสร้างพอร์ตผสมคริปโตกับทองคำตั้งครั้งเดียวจบ นอกจากนี้ยังเลือกจ่ายด้วย USDT ได้ ซึ่ง Bitkub ทำไม่ได้
เรื่องขั้นต่ำมีความสับสนอยู่บ้าง หน้าค่าธรรมเนียมของ Maxbit ระบุขั้นต่ำ DCA เป็นจำนวนเหรียญ เช่น BTC 0.00002 BTC ซึ่งที่ราคาปัจจุบันคิดเป็นราว 50 บาท ถือว่าต่ำมาก แต่แคมเปญของ Maxbit มักตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำต่อวันที่ 199 บาท หรือ 7 ถึง 10 USDT ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับขั้นต่ำของระบบ เวลาตั้งจริงในแอปให้ดูตัวเลขที่แอปแจ้ง ณ ตอนนั้น
ข้อจำกัดคือไม่มี Limit Price คิดค่าธรรมเนียม 0.25% เท่า Bitkub และฐานผู้ใช้เล็กกว่าสองเจ้าแรก สภาพคล่องของคู่เหรียญรองบางคู่อาจบางกว่า ซึ่งสำหรับ DCA รายวันหลักร้อยบาทไม่มีผลอะไร แต่ถ้า DCA เหรียญเล็กด้วยเงินก้อนใหญ่ต่อรอบ Market Order อาจได้ราคาที่แย่กว่าที่เห็นบนจอเล็กน้อย
เรื่องแคมเปญ Maxbit ใช้วิธีเปิดแคมเปญรายเหรียญหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ตัวที่รันอยู่ตอนนี้คือ Auto DCA BNB ตั้งแต่ 14 สิงหาคมถึง 14 กันยายน 2026 เงื่อนไข DCA BNB ขั้นต่ำ 10 USDT (ราว 299 บาท) ต่อวัน 7 วันติดต่อกัน หรือสะสมครบ 70 USDT ภายในช่วงแคมเปญ รับ 3 USDT (ราว 100 บาท) จำกัด 500 สิทธิ์ โอนอัตโนมัติภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำครบ ก่อนหน้านี้มีแคมเปญแบบเดียวกันสำหรับ ETH และ BCH ใครสะสมเหรียญที่ตรงกับแคมเปญอยู่แล้วก็รับไปโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
อ่านรีวิวพร้อมวิธีตั้งได้ที่ รีวิว Maxbit Auto DCA
ตั้งแผนครั้งแรกใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ทั้งสามเจ้า
ถึงหน้าตาแอปจะต่างกัน แต่ขั้นตอนหลักของทั้งสามเจ้าเหมือนกันหมด คือเลือกเหรียญ ใส่จำนวนเงิน เลือกรอบ แล้วยืนยัน ความต่างอยู่ที่ตัวเลือกเสริมที่แต่ละเจ้ามีให้
Binance TH เข้าเมนู ซื้อขายง่าย แล้วเลือกแท็บ DCA เลือกเหรียญและสกุลที่จะจ่าย ใส่จำนวนต่อรอบ เลือกความถี่และเวลา จากนั้นถ้าต้องการก็กดตัวเลือกขั้นสูงเพื่อตั้งชื่อแผน จำกัดจำนวนครั้งซื้อ จำกัดวงเงินรวม และตั้ง Limit Price ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เราแนะนำให้ใช้ทุกครั้ง ยืนยันแล้วแผนจะเริ่มรันตามรอบที่เลือก นาทีที่ระบบซื้อจะตรงกับนาทีที่เรากดสร้างแผน
Bitkub เข้าเมนู Auto DCA ที่อยู่บนแถบเมนูหลัก กดสร้างคำสั่ง เลือกเหรียญและกำหนดสัดส่วนถ้าเลือกหลายเหรียญ ใส่จำนวนเงินบาทเป็นจำนวนเต็ม เลือกความถี่ วันและเวลา แล้วกำหนดระยะเวลาแผนเป็นเดือน อ่านและติ๊กยอมรับข้อตกลง กดยืนยัน แผนจะไปโผล่ในหัวข้อคำสั่งที่ใช้งานอยู่ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ใช้ยกเลิกทีหลัง
Maxbit เปิดแอปแล้วเลือกเมนู DCA เลือกเหรียญได้สูงสุด 10 ตัวพร้อมสัดส่วน ตั้งรอบและเวลาที่ต้องการให้ระบบทำรายการ ใส่จำนวนเงิน กดสร้างคำสั่ง ตรวจสอบรายละเอียดแล้วยืนยัน ระบบจะรันต่อเนื่องจนกว่าเราจะเข้าไปหยุดเอง
สิ่งที่ควรทำหลังตั้งเสร็จทุกเจ้าคือรอให้รอบแรกทำงานแล้วเข้าไปดูประวัติว่าซื้อสำเร็จจริงในราคาที่สมเหตุสมผล ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่ระบบพัง แต่เป็นเงินในกระเป๋าไม่พอตั้งแต่รอบแรกเพราะลืมโอนเข้า
ตัวอย่างคำนวณจริง ถ้าเริ่มวันละ 108 บาทวันนี้
สมมติเริ่มตั้ง DCA บิตคอยน์วันละ 108 บาทตั้งแต่วันนี้ต่อเนื่องหนึ่งปี ใช้ราคาบิตคอยน์ราว 2.4 ล้านบาทเป็นฐานคิด (ราคาจริงจะแกว่งตลอดปี ตัวเลขนี้เพื่อให้เห็นลำดับขนาดเท่านั้น)
- ยอดซื้อรวมทั้งปี 39,420 บาท
- ได้บิตคอยน์ราว 0.0164 BTC หรือประมาณ 1.64 ล้านซาโตชิ ถ้าราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่แถวนี้
- บน Binance TH เสียค่าธรรมเนียม 0 บาท บน Bitkub หรือ Maxbit เสียราว 99 บาท เท่ากับซื้อได้น้อยกว่ากันราว 4,100 ซาโตชิ
- ถ้าระหว่างทางราคาย่อลง 30% อยู่สามเดือน แผนที่ซื้อเท่าเดิมทุกวันจะได้เหรียญเพิ่มในช่วงนั้นราว 43% ต่อบาทเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่ DCA ทำงานได้ดีในตลาดที่แกว่ง ไม่ใช่ตลาดที่ขึ้นทางเดียว
ส่วนใครที่งบถึง 500 บาทต่อวันและตั้งใจจะทำอยู่แล้ว แคมเปญของ Bitkub ที่รันอยู่ให้ USDT กลับมา 500 บาทจากยอดซื้อ 15,000 บาทใน 30 วัน ซึ่งมากกว่าค่าธรรมเนียม 0.25% ที่เสียไป (ราว 37.5 บาท) ถึง 13 เท่า สำหรับเดือนนั้นโดยเฉพาะ Bitkub จึงคุ้มกว่า Binance TH แม้จะคิดค่าธรรมเนียม แต่พอแคมเปญจบ ข้อได้เปรียบเรื่องค่าธรรมเนียมก็กลับไปอยู่ฝั่ง Binance TH เหมือนเดิม

แคมเปญที่กำลังรันอยู่ตอนนี้ สรุปในตารางเดียว
| กระดาน | แคมเปญ | ช่วงเวลา | เงื่อนไข | รางวัล |
|---|---|---|---|---|
| Bitkub | 1st Auto DCA BTC to Earn | 20 ส.ค. ถึง 31 ต.ค. 2026 | DCA BTC 500 บาท/วัน 30 วันติด ลงทะเบียนก่อน | USDT 500 บาท 500 สิทธิ์ |
| Maxbit | Auto DCA BNB | 14 ส.ค. ถึง 14 ก.ย. 2026 | 10 USDT/วัน 7 วันติด หรือสะสม 70 USDT | 3 USDT 500 สิทธิ์ |
| Binance TH | ไม่มีรอบใหม่ ณ วันที่เขียน | รอบก่อนจบ 31 ก.ค. 2026 | รอประกาศ | รอประกาศ |
แคมเปญพวกนี้เปลี่ยนเร็วมาก แต่ละเจ้าออกรอบใหม่แทบทุกเดือน เราอัปเดตตารางนี้ทุกครั้งที่รีเฟรชบทความ แต่ก่อนตั้งแผนเพื่อล่ารางวัลให้เช็คหน้าประกาศของกระดานอีกครั้งเสมอ เพราะเงื่อนไขเรื่องจำนวนสิทธิ์และวันเริ่มตั้งแผนเป็นตัวตัดสินว่าจะได้หรือไม่ได้
เลือกเจ้าไหนดี ตัดสินจากโปรไฟล์การใช้เงินของเรา
- ซีเรียสเรื่องค่าธรรมเนียมระยะยาว หรืออยากคุมไม่ให้ซื้อช่วงแพง Binance TH ตอบโจทย์สุด เพราะฟรีค่าธรรมเนียมและมี Limit Price ที่เจ้าอื่นไม่มี
- งบน้อยมาก อยากเริ่มด้วยเงินหลักสิบ Bitkub ขั้นต่ำ 10 บาท เข้าถึงง่ายที่สุด และถ้างบถึง 500 บาทต่อวันอยู่แล้ว แคมเปญที่รันอยู่ให้ผลตอบแทนเพิ่มชัดเจน
- อยากกระจายหลายเหรียญในแผนเดียว หรืออยากเก็บทองคำโทเคนคู่กับคริปโต Maxbit ตั้งได้ 10 เหรียญพร้อมสัดส่วน และมี XAUT ส่วน Binance TH ก็มี PAXG ให้เลือกถ้าต้องการทองคำอย่างเดียว
- ใช้ USDT เป็นหลัก ไม่อยากแปลงเป็นบาทก่อน Binance TH และ Maxbit รองรับ ส่วน Bitkub ต้องเป็นบาทเท่านั้น
- เหรียญที่อยากสะสมไม่อยู่ในลิสต์ เทียบรายชื่อในตารางบนสุดอีกครั้ง Bitkub มีน้อยที่สุด Maxbit มีมากที่สุด
และไม่มีกฎว่าต้องเลือกเจ้าเดียว หลายคนตั้ง Binance TH สำหรับ BTC กับ ETH ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม แล้วตั้ง Maxbit แยกสำหรับเหรียญที่ Binance TH ไม่มี หรือใช้ Bitkub เฉพาะช่วงที่มีแคมเปญคุ้มๆ แบบตอนนี้
ใช้ DCA อัตโนมัติให้ฉลาดขึ้นด้วยข้อมูล on-chain
DCA อัตโนมัติของทุกกระดานมีจุดอ่อนร่วมกันคือมันซื้อเท่าเดิมไม่ว่าราคาจะถูกหรือแพง ช่วงตลาดร้อนแรงใกล้ยอด เราก็เทเงินเข้าไปเท่าเดิม ซึ่งทำให้ต้นทุนเฉลี่ยค่อยๆ ไต่ขึ้น เรื่องนี้เราเขียนละเอียดไว้ในบทความ Smart DCA พร้อมผลทดสอบย้อนหลังว่าการปรับจำนวนซื้อตามดัชนี MVRV ทำให้ต้นทุนถูกกว่า DCA ธรรมดาได้ราว 26 ถึง 31% ในช่วง 3 ถึง 5 ปี
วิธีเอาแนวคิดนั้นมาใช้กับระบบอัตโนมัติของกระดานมีสองทาง ทางแรกสำหรับคนใช้ Binance TH คือดูค่า MVRV วันนี้จาก หน้าดัชนี on-chain สำหรับคน DCA แล้วตั้ง Limit Price ให้สอดคล้อง เช่นช่วงที่ MVRV เกิน 3 ก็ตั้งเพดานราคาต่ำกว่าตลาดเพื่อให้ระบบข้ามรอบไปเอง ทางที่สองสำหรับทุกกระดานคือปรับจำนวนเงินต่อรอบตามตัวคูณที่หน้านั้นคำนวณให้ แล้วแก้แผนในแอปเดือนละครั้ง ไม่ต้องทำทุกวัน
และถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมราคาบิตคอยน์ถึงขึ้นลงเป็นรอบใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดว่าช่วงไหน DCA แล้วได้ของถูก ดูได้ที่ แดชบอร์ดสภาพคล่องโลก ที่เราเพิ่งเปิด เงินในระบบการเงินโลกมักนำราคาบิตคอยน์อยู่ราวหนึ่งไตรมาส
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตั้งแผน ไม่ว่าจะเลือกเจ้าไหน
- เงินต้องอยู่ในกระเป๋ากระดานก่อนถึงรอบ ทุกเจ้าไม่มีระบบดึงเงินจากบัญชีธนาคารอัตโนมัติ ถ้าถึงรอบแล้วยอดไม่พอ รอบนั้นจะถูกข้ามเงียบๆ วิธีที่ได้ผลคือโอนเงินเข้ากระดานก้อนเดียวตอนเงินเดือนออก ให้พอทั้งเดือน
- Market Order ได้ราคาตลาด ณ วินาทีนั้น ไม่ใช่ราคาที่เห็นตอนตั้งแผน ซื้อตอนตีสามกับซื้อตอนบ่ายสองอาจต่างกันเล็กน้อยจากสภาพคล่อง สำหรับเหรียญหลักแทบไม่มีผล แต่เหรียญรองควรเลือกเวลาที่ตลาดคึกคัก
- แก้ไขหรือหยุดได้ตลอด ทุกเจ้าให้หยุด ลบ หรือแก้แผนได้ในเมนู DCA ไม่มีค่าปรับ แต่ Binance TH ไม่ให้แก้แผนที่สร้างแล้ว ต้องลบแล้วสร้างใหม่
- เหรียญหายจากลิสต์ได้ กรณี ADA ของ Bitkub คือตัวอย่างจริง กระดานถอดเหรียญออกจาก DCA ได้ถ้าสภาพคล่องไม่ถึงเกณฑ์ แผนที่ตั้งไว้จะหยุดเอง ควรเช็คประกาศของกระดานเป็นระยะ
- ภาษี กำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระดานที่ ก.ล.ต. กำกับได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรการที่มีผลตั้งแต่ต้นปี 2025 ถึงสิ้นปี 2029 แต่ DCA คือการซื้อ ไม่ใช่การขาย จึงยังไม่มีเหตุการณ์ทางภาษีจนกว่าจะขาย บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่พบบ่อย
DCA อัตโนมัติของกระดาน กับ Smart DCA ของ Bitcoin Addict ต่างกันยังไง
DCA อัตโนมัติของกระดานคือฟีเจอร์ตั้งซื้อตามรอบเวลาที่ตายตัว ส่วน Smart DCA คือกฎที่เราเขียนขึ้นเพื่อปรับจำนวนเงินซื้อตามดัชนี on-chain อย่าง MVRV สองอย่างนี้ใช้ร่วมกันได้ โดยเอาตัวคูณจากหน้า Smart DCA มาปรับจำนวนเงินในแผนของกระดาน
ตั้ง DCA พร้อมกันหลายกระดานได้ไหม
ได้ ไม่มีเจ้าไหนห้าม และเป็นวิธีที่หลายคนใช้เพื่อดึงจุดแข็งของแต่ละเจ้า
ถ้ากระดานมีปัญหาหรือล่มในวันที่ถึงรอบซื้อ
รอบนั้นมักไม่ถูกซื้อและไม่มีการซื้อชดเชยย้อนหลัง ยกเว้นกระดานประกาศชดเชยเป็นกรณีไป การกระจายหลายกระดานช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
เหรียญที่ DCA ได้มาเก็บไว้ที่ไหน
อยู่ในกระเป๋าบนกระดานนั้น ถ้าสะสมได้จำนวนมากและตั้งใจถือยาว ควรพิจารณาถอนออกไปเก็บในกระเป๋าที่เราถือกุญแจเองเป็นระยะ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่เราย้ำเสมอ
กระดานไหนน่าจะเพิ่มฟีเจอร์นี้เป็นรายต่อไป
ณ วันที่เขียน Orbix มีแค่ระบบแจ้งเตือนราคา Bitazza และ Upbit ยังไม่มี DCA อัตโนมัติ แต่จากการที่สามเจ้าแรกออกแคมเปญแข่งกันถี่ขนาดนี้ ฟีเจอร์นี้กลายเป็นมาตรฐานที่กระดานใหญ่ต้องมี เราจะอัปเดตบทความนี้ทันทีที่มีเจ้าใหม่เปิดให้ใช้
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินทั้งจำนวน ค่าธรรมเนียม เงื่อนไข และแคมเปญที่ระบุเป็นข้อมูล ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2026 และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ