World Liberty เผาโทเคน 47 ล้านเหรียญ หวังกู้ราคาที่ดิ่งต่อเนื่อง ดึงนักลงทุนระยะยาวกลับมา
โครงการคริปโต World Liberty Financial (WLFI) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับครอบครัว Trump ประกาศทำการ เผาโทเคน (Token Burn) จำนวน 47 ล้านโทเคน เพื่อลดซัพพลายหมุนเวียนและกระตุ้นราคาที่กำลังร่วงลงต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ราคายังร่วง แม้เผาโทเคน
ข้อมูลจาก Lookonchain ชี้ว่า WLFI โทเคนถูกส่งเข้ากระเป๋า Burn เมื่อวันที่ 2 กันยายน ทำให้จำนวนโทเคนทั้งหมดลดลงจาก 100 พันล้านโทเคน เหลือราว 99.95 พันล้านโทเคน โดยการเผาครั้งนี้คิดเป็น 0.19% ของซัพพลายหมุนเวียน
WLFI เปิดเทรดครั้งแรกที่ราคา 0.331 ดอลลาร์ แต่ราคาล่าสุดอยู่ที่ราว 0.23 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 31% จากจุดสูงสุดวันเปิดตัว โดยนักลงทุนบางส่วนมองว่าการขายทำกำไรและการเก็งกำไรระยะสั้นเป็นสาเหตุสำคัญ

แผน Buyback & Burn ดึงนักลงทุนระยะยาว
ทีมงาน World Liberty เสนอแผน Buyback & Burn โดยใช้ค่าธรรมเนียมสภาพคล่อง (protocol-owned liquidity fees) มาเผาโทเคนเพิ่มเติม หวังเพิ่มความขาดแคลนและผลักดันมูลค่าโทเคนให้สูงขึ้น พร้อมอธิบายว่า การลดซัพพลายจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนระยะยาว และลบโทเคนของผู้ที่ไม่มุ่งมั่นกับการเติบโตระยะยาวออกจากตลาด
กระแสวิจารณ์ตลาดยังไม่พร้อม
แม้หลายคนในคอมมิวนิตี้กว่า 133 ความเห็นจะแสดงการสนับสนุน แต่ก็มีเสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญในวงการ เช่น Kevin Rusher ผู้ก่อตั้ง RAAC ที่มองว่า hype จากโทเคน WLFI แสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโตยังไม่เติบโตพอที่จะรองรับการเก็งกำไรลักษณะนี้ได้ และ Mangirdas Ptašinskas จาก Galxe ชี้ว่าการเปิดตัว WLFI ส่งผลให้ค่าธรรมเนียม Ethereum พุ่งสูงจนการโอน $200 มีค่าธรรมเนียมเกือบ $50 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบนิเวศคริปโตยังต้องพัฒนาอีกมากก่อนการใช้งานจริงในวงกว้าง
บทสรุป
การเผาโทเคนของ World Liberty เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายโครงการคริปโตใช้เพื่อกระตุ้นราคาและสร้างความขาดแคลน แต่ความท้าทายของ WLFI คือการพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น หากแต่สามารถสร้าง ความเชื่อมั่นและการใช้งานจริง ได้ในระยะยาว
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bbc.com