Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

“พึ่งดอลลาร์ได้ระยะสั้น แต่ระยะยาวเสี่ยง” Vitalik เตือนวิสัยทัศน์สเตเบิลคอยน์ต้องเป็นอิสระจาก USD
12 January 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

“พึ่งดอลลาร์ได้ระยะสั้น แต่ระยะยาวเสี่ยง” Vitalik เตือนวิสัยทัศน์สเตเบิลคอยน์ต้องเป็นอิสระจาก USD

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมาโพสต์ย้ำว่า “วงการต้องการ decentralized stablecoins ที่ดีกว่านี้” พร้อมสรุป 3 ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ยังเป็นโจทย์ค้างของสเตเบิลคอยน์แบบกระจายศูนย์ (decentralized stablecoins) แม้ตลาดสเตเบิลคอยน์แบบผูกดอลลาร์จะขยายใหญ่ใกล้ $300B แล้วก็ตาม

 

โดย Vitalik ระบุ “สามโจทย์” ไว้ชัดเจน ได้แก่

 

  1. หา index/ดัชนีที่ “ดีกว่า” การตามราคา USD

  2. ออกแบบ Oracle ที่กระจายศูนย์และ “ยึดครองไม่ได้” ด้วยเงินก้อนใหญ่

  3. แก้ปัญหาที่ “staking yield เป็นคู่แข่ง” ของ stablecoin

 

1) ทำไม Vitalik มองว่า “ผูก USD” อาจไม่ยั่งยืนระยะยาว?

 

Vitalik มองว่าการอ้างอิง USD “โอเคในระยะสั้น” แต่ถ้ามองวิสัยทัศน์ด้านความทนทานของระบบ (resilience) ระยะยาว สเตเบิลคอยน์ไม่ควรถูกล็อกไว้กับ “ป้ายราคา” เดียวตลอดไป เพราะในกรอบเวลา 20 ปี ยังมีความเสี่ยงเรื่องค่าเงินเสื่อม/เงินเฟ้อ

 

ภาพที่เขาพูดจริงๆ คือ: ถ้าอยากให้ stablecoin เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่รอดในระยะยาว อาจต้องคิด “ดัชนีมูลค่า” แบบใหม่ที่ไม่ขึ้นกับ USD เพียงอย่างเดียว

 

2) Oracle: ถ้ากันการ “ถูกยึด” ไม่ได้ โปรโตคอลจะต้องแลกอะไร?

 

Vitalik เตือนว่าหัวใจของ stablecoin แบบกระจายศูนย์จำนวนมากคือ Oracle (แหล่งข้อมูลราคาหรือข้อมูลภายนอกที่สมาร์ตคอนแทรกต์ใช้ตัดสินใจ) ซึ่งถ้าออกแบบไม่ดี อาจถูก “ทุนก้อนใหญ่” ซื้อ/ล็อบบี้/โจมตีให้บิดเบือนข้อมูลได้

 

เขาย้ำภาพ trade-off ถ้าจะทำให้ “ต้นทุนการยึดครอง” สูงกว่า market cap ของโทเคนโปรโตคอล สุดท้ายมันมักดันให้ระบบต้อง “ดูดมูลค่า” (value extraction) มากขึ้น—ซึ่งเป็นภาระกับผู้ใช้ และเป็นเหตุผลที่เขาวิจารณ์แนวทาง governance ที่ถูกทำให้เป็น financialized governance อยู่บ่อยครั้ง

 

3) Staking yield คือคู่แข่งของ stablecoin (และทำให้ “ดีไซน์ดีๆ” ทำยาก)

 

โจทย์ที่สามคือ ผลตอบแทนจากการ stake (staking yield) ซึ่งทำให้คนถือสินทรัพย์ค้ำประกัน (เช่น ETH) “อยากถือแบบได้ yield” มากกว่าจะล็อกไว้เป็นคอลแลตเตอรัลเพื่อออก stablecoin (ที่อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนเท่ากัน) — กลายเป็นการแข่งขันเชิงแรงจูงใจในตัวระบบ

 

Vitalik ยก “แนวทางที่เป็นไปได้” เพื่อให้เห็นขอบเขตของพื้นที่คำตอบ เช่น ลด staking yield ให้ต่ำมาก, สร้างรูปแบบ staking ที่ไม่มีความเสี่ยง slashing, หรือทำให้การ staking ที่มี slashing ใช้งานร่วมกับคอลแลตเตอรัลได้—แต่เขาเน้นว่าเป็นการ “ไล่ตัวเลือก” ไม่ใช่การ endorse แนวทางใดแนวทางหนึ่ง

 

ทำไมประเด็นนี้สำคัญตอนนี้: ตลาดโต แต่ยังพึ่ง “ผู้ออกแบบศูนย์กลาง”

 

แม้ตลาดสเตเบิลคอยน์ผูกดอลลาร์จะโตมาก และผู้ออกแบบศูนย์กลางอย่าง Tether/USDT และ Circle/USDC ยังครองส่วนใหญ่ แต่ฝั่ง decentralized stablecoin ยังเป็นสัดส่วนที่เล็กกว่า ทำให้คำถามเรื่อง “จะมี stablecoin ที่ decentralized จริงๆ และยั่งยืน” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม

 

อีกด้าน กรอบกำกับดูแลฝั่ง centralized stablecoins ในสหรัฐฯ ก็เริ่มชัดขึ้นจากกฎหมาย GENIUS Act ที่วางเฟรมเวิร์กสำหรับ “payment stablecoins” ซึ่งยิ่งทำให้การแข่งขันระหว่าง “เงินดิจิทัลแบบศูนย์กลางที่ถูกกำกับ” กับ “stablecoin แบบกระจายศูนย์” เข้มข้นขึ้น

 

สรุป

โพสต์ของ Vitalik สะท้อนว่า “decentralized stablecoins รุ่นถัดไป” ยังต้องแก้ 3 โครงสร้างหลักให้ได้จริง: เลิกพึ่ง USD แบบถาวร, Oracle ต้องต้านการถูกยึด, และ ดีไซน์แรงจูงใจให้สู้กับ staking yield — ถ้าแก้ไม่ตก ตลาดอาจยังหนีไม่พ้น stablecoin แบบศูนย์กลางเป็นหลักต่อไป

 

อ้างอิง : theblock.co

ภาพ cryptoslate.com

 

“พึ่งดอลลาร์ได้ระยะสั้น แต่ระยะยาวเสี่ยง” Vitalik เตือนวิสัยทัศน์สเตเบิลคอยน์ต้องเป็นอิสระจาก USD | Bitcoin Addict | Bitcoin Addict