Vitalik ชี้ต้อง ‘ผ่าตัดใหญ่’ Ethereum - เสนอเปลี่ยน EVM มาใช้ RISC-V แก้ปัญหาเครือข่ายช้า-ไม่ทันยุค
Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เสนอแนวคิดใหม่เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2025 โดยเสนอให้ เปลี่ยนภาษาโปรแกรมหลักของ Ethereum Virtual Machine (EVM) มาใช้ชุดคำสั่งแบบ RISC-V เพื่อยกระดับความเร็วและประสิทธิภาพของ Execution Layer หรือ “ชั้นประมวลผล” ของเครือข่าย
ทำไมต้องเปลี่ยน? ปัญหาใหญ่ที่ Ethereum เจอ
Buterin อธิบายว่า Ethereum กำลังติดกับดักความซับซ้อนในระบบเดิม และหากไม่เปลี่ยนโครงสร้างอย่างจริงจัง อาจสู้บล็อกเชนยุคใหม่อย่าง Solana หรือ Sui ไม่ได้ โดยเขาชี้ให้เห็น “คอขวด” สำคัญ 3 เรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการขยายเครือข่าย:
- การจัดการข้อมูล (Data Availability Sampling) ที่ยังไม่เสถียร
- การแข่งขันในการสร้างบล็อก ที่เริ่มไม่เท่าเทียม
- การพิสูจน์ข้อมูลแบบ Zero-Knowledge (ZK-EVM) ที่ยังใช้ทรัพยากรสูง
เขาเสริมว่าแม้ “Beam Chain” ซึ่งเป็นความพยายามลดความซับซ้อนฝั่ง Consensus Layer จะมีศักยภาพสูง แต่ถ้าจะยกระดับ Execution Layer ให้ทันโลก อาจต้องเปลี่ยนแปลงในระดับ “รื้อใหม่” เท่านั้น

RISC-V คืออะไร? ทำไม Vitalik ถึงอยากให้ใช้
RISC-V (อ่านว่า "ริสก์ไฟว์") เป็นชุดคำสั่งแบบเปิด (Open Instruction Set Architecture) ที่นิยมใช้ในชิปและระบบฝังตัว มีจุดเด่นคือ:
- เร็ว
- ใช้ทรัพยากรน้อย
- ปรับแต่งได้ง่าย
- รองรับ Zero-Knowledge ได้ดีกว่าโครงสร้างเดิม
ถ้า Ethereum เปลี่ยนมาใช้ RISC-V ก็จะทำให้การรันสมาร์ตคอนแทรกต์และการพิสูจน์ข้อมูลซับซ้อนทำได้เร็วขึ้น และลดต้นทุนการประมวลผลลงอย่างมาก
ETH เจอวิกฤต! รายได้จาก Layer-1 หาย รายจ่ายก็ลด
ในฝั่งรายได้ของเครือข่าย Ethereum ก็ไม่ได้สดใสนัก...
- ค่าธรรมเนียมจาก “blob fees” (ค่าธรรมเนียมจาก Layer-2 เช่น Optimism, Arbitrum) ลดลงเหลือแค่ 3.18 ETH หรือราว $5,000 ต่อสัปดาห์ ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม
- ค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยของเครือข่าย Ethereum ในเดือนเมษายน 2025 เหลือเพียง $0.16 ต่อธุรกรรม ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020
นี่หมายความว่ามีผู้ใช้งานน้อยลงบน Layer-1 และคนส่วนใหญ่หันไปใช้ Layer-2 หรือแอปพลิเคชันที่อยู่บน Ethereum แทน

Layer-2 กลายเป็นดาบสองคม
แม้ว่า Layer-2 จะช่วยลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็วได้อย่างมาก แต่ก็มีผลข้างเคียงคือ:
- ทำให้รายได้ของ Ethereum Layer-1 ลดลง
- ทำให้ นักลงทุนบางส่วนเริ่มหมดความมั่นใจ ว่า Ethereum จะสร้างรายได้หรือรักษามูลค่าได้ในระยะยาว
ผลลัพธ์ที่ตามมา คือราคาของ ETH เริ่มร่วงลงหนัก และมีนักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า หากความมั่นใจไม่กลับมา ราคาของ ETH อาจลงไปแตะ $1,100 ได้อีกครั้ง
Ethereum กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ
Ethereum อาจต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ หากต้องการเป็นผู้นำในยุคใหม่ของบล็อกเชน ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้ RISC-V อาจเป็นทางรอดในการยกระดับระบบให้เบา เร็ว และรองรับ ZK ได้ดีขึ้น
แต่ถ้ายังใช้โครงสร้างเดิมต่อไป ก็อาจเสียตำแหน่งให้บล็อกเชนรุ่นใหม่ที่เร็วกว่า ถูกกว่า และลื่นกว่ามาก
อ้างอิง : cointelegraph.com