Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Visa เร่งเครื่องโลกการเงินใหม่ ใช้ USDC บน Solana ชำระธุรกรรมระหว่างธนาคารในสหรัฐ
17 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Visa เร่งเครื่องโลกการเงินใหม่ ใช้ USDC บน Solana ชำระธุรกรรมระหว่างธนาคารในสหรัฐ

ในขณะที่ Stablecoin กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานตัวใหม่ของโลกการเงินดิจิทัล หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของระบบการชำระเงินดั้งเดิมอย่าง Visa ก็เริ่มเดินเกมอย่างจริงจัง

 

ล่าสุด Visa ประกาศว่าได้ เปิดให้สถาบันการเงินในสหรัฐใช้เหรียญ USDC ชำระธุรกรรม (Settlement) บนบล็อกเชน Solana แล้ว โดยเริ่มต้นกับธนาคาร Cross River Bank และ Lead Bank เป็นรายแรก ๆ และมีแผนขยายใช้งานวงกว้างในปี 2026

 

นี่ไม่ใช่แค่ “ทดลองของใหม่” แต่คือสัญญาณชัดเจนว่า Stablecoin กำลังถูกยกระดับจากเครื่องมือในโลกคริปโต สู่โครงสร้างชำระเงินในระบบธนาคารจริง

 

Visa ใช้ USDC บน Solana ช่วยธนาคาร “ชำระหนี้เร็วขึ้น ถูกลง และโปรแกรมได้”

 

ตามประกาศของ Visa การให้บริการ USDC Settlement ในสหรัฐครั้งนี้ เปิดทางให้ธนาคารและสถาบันการเงินสามารถ

 

  • ชำระหนี้ (Settlement) ให้กับ Visa ด้วย USDC แทนเงินดอลลาร์แบบเดิม

  • ใช้เครือข่าย Solana ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ

  • เชื่อมต่อเข้ากับระบบ Treasury และ Back-office เดิมของธนาคารได้ง่ายขึ้น

 

Rubail Birwadker หัวหน้าฝ่าย Growth Products และ Strategic Partnerships ของ Visa ระบุชัดว่า ตอนนี้

 

สถาบันการเงิน “กำลังมองหาเครื่องมือชำระเงินที่เร็วขึ้น โปรแกรมได้ (Programmable) และเชื่อมกับระบบเดิมได้แบบไม่ปวดหัว”

 

การเอา USDC + Solana เข้าสู่ระบบของ Visa จึงไม่ได้มีแค่ Narrative เท่ ๆ แต่ตอบโจทย์ ด้านต้นทุน ความเร็ว และการออกแบบฟลว์การเงินแบบใหม่ ที่ Stablecoin ทำได้ดีกว่าโครงสร้างเดิมในบางเคส

 

เบื้องหลังเชื่อม Circle Arc – Visa – สถาบันการเงิน

 

ดีลนี้ยังเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของ Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ที่เพิ่งเปิดตัว Arc บล็อกเชน Layer-1 ของตัวเองในรูปแบบ Public Testnet พร้อมพาร์ตเนอร์ยักษ์ใหญ่กว่า 100 ราย ทั้ง

 

  • Visa

  • Mastercard

  • BlackRock

  • Goldman Sachs

 

Visa ระบุว่าได้เป็น Design Partner ของ Arc และมีแผนจะ

 

  • ใช้ Arc สำหรับ Settlement ด้วย USDC ภายในเครือข่ายของ Visa

  • รัน Node บนเครือข่ายด้วยตัวเอง

 

แปลง่าย ๆ คือ Visa ไม่ได้มองแค่ “รองรับ Stablecoin” แต่กำลัง ลงมาเล่นในระดับโครงสร้างบล็อกเชน ที่จะรองรับธุรกรรมระดับโลกในอนาคตด้วย

 

จากโครงสร้าง Settlement เดิม สู่โครงสร้าง Stablecoin แบบเต็มระบบ

 

Visa ระบุชัดว่าการเปิดใช้ USDC บน Solana ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ในการ

 

“อัปเกรดโครงสร้างการชำระเงินและ Settlement ให้ทันยุคดิจิทัล”

 

ปัจจุบัน การชำระเงินระหว่างสถาบัน (เช่น การเคลียร์ยอดระหว่างธนาคารและ Visa) มักใช้ระบบเดิมที่

 

  • ทำงานเป็นรอบ (Batch)

  • ใช้เวลานานเป็นวัน

  • มีต้นทุนด้าน FX, ค่าธรรมเนียม, เวลา และการกระทบสภาพคล่อง

 

การเปลี่ยนมาใช้ Stablecoin อย่าง USDC ที่รันบนบล็อกเชนอย่าง Solana ทำให้

 

  • เคลื่อนย้ายมูลค่าได้แทบจะทันที (Near Real-Time)

  • ลดต้นทุนการประมวลผลและการโอน

  • เปิดทางให้ตั้งเงื่อนไขการจ่ายเงินแบบ Programmable Payment เช่น จ่ายตามเงื่อนไขสัญญาอัจฉริยะ

 

นี่คือภาพที่หลายคนมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการ เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) เข้ากับโลกคริปโต (DeFi / Web3)

 

Visa ตั้งทีม Stablecoin Advisory ช่วยธนาคารและธุรกิจ “ไม่ตกขบวน”

 

ไม่ใช่แค่ลงมือใช้ Stablecoin เอง แต่ Visa ยังประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ

 

“Stablecoins Advisory Practice”

 

ทีมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วย

 

  • ธนาคาร

  • ร้านค้า (Merchants)

  • ฟินเทค

 

ในการออกแบบและนำ ผลิตภัณฑ์ Stablecoin เข้าสู่ระบบจริง ตั้งแต่การชำระเงิน การออกโทเคน ไปจนถึงการจัดการด้านความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

 

Visa มองชัดว่า

 

ถ้าสถาบันการเงิน “ไม่เริ่มเรียนรู้และทดลองตั้งแต่ตอนนี้ อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อ Stablecoin กลายเป็นอินฟราสตรักเจอร์หลักของระบบการเงินใหม่”

 

ขยาย Stablecoin ไปตลาดโลก ตั้งแต่ยุโรป ตะวันออกกลาง ถึงแอฟริกา

 

ก่อนหน้านี้ Visa ได้เริ่มใช้ Stablecoin สำหรับ Settlement ในหลายภูมิภาคแล้ว เช่น

 

  • ยุโรปตะวันออกและยุโรปกลาง (CEE)

  • ตะวันออกกลาง

  • แอฟริกา

 

ผ่านความร่วมมือกับบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโตอย่าง Aquanow เพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถ

 

  • ชำระเงินด้วย Stablecoin ที่อนุมัติ เช่น USDC

  • ลดต้นทุน ลดความหนืด (Friction) และย่นเวลา Settlement

 

นอกจากนี้ Visa ยังทดลองฝั่งปลายทางผู้ใช้งานด้วย เช่น

 

  • การทดลองระบบจ่าย Stablecoin ให้กับกระเป๋าเงินของผู้ใช้ในสหรัฐ

  • โดยฝั่งธุรกิจจ่ายเป็น Fiat แต่ฝั่งผู้รับเลือกได้ว่าจะรับเป็น Stablecoin

 

ซึ่งทั้งหมดนี้มีแผนเปิดกว้างมากขึ้นในปี 2026

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ theblock.co