Visa ขยายระบบชำระเงิน Stablecoin รองรับ 9 บล็อกเชน ยอดทำรายการพุ่งแตะ $7,000 ล้าน
Visa (วีซ่า — ผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินรายใหญ่ระดับโลก) ประกาศเพิ่มอีก 5 บล็อกเชนเข้าสู่โครงการชำระเงินด้วย Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินจริง) รวมเป็น 9 เครือข่ายแล้ว พร้อมเปิดเผยว่ายอดธุรกรรมรายปี (Annualized Run Rate) ทะยานขึ้น 50% จากไตรมาสก่อน แตะ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการขยายฐานการใช้งาน Stablecoin ในระบบการเงินกระแสหลักที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
Visa ดันโครงการ Stablecoin โตเท่าตัวภายใน 1 ไตรมาส
เครือข่ายใหม่ทั้ง 5 จะผนวกเข้ากับโครงสร้างเดิมที่ Visa รองรับอยู่แล้วบน Avalanche, Ethereum, Solana และ Stellar รวมเป็น 9 บล็อกเชนหลักที่ใช้ในการชำระเงินระดับสถาบัน
ตัวเลขที่น่าจับตาที่สุดคือ Annualized Settlement Run Rate หรืออัตราการชำระเงินคิดเป็นรายปี ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 50% จากไตรมาสก่อนหน้า แตะระดับ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่า Stablecoin กำลังถูกใช้งานจริงในเครือข่ายของ Visa อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่แค่การทดลองในระดับ Pilot อีกต่อไป
ขยายโครงการครอบคลุมทั่วโลก — บัตรเชื่อม Stablecoin กว่า 130 โครงการ
โครงการ Stablecoin Settlement Pilot ของ Visa เริ่มทำงานมาหลายปีในหลายภูมิภาค ทั้งลาตินอเมริกา แคริบเบียน ยุโรป เอเชียแปซิฟิก ยุโรปกลาง ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
ล่าสุด Visa ได้ขยายการชำระเงินด้วย USDC (เหรียญ Stablecoin ของ Circle ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ) ไปยังธนาคารในสหรัฐฯ เพิ่มเติม ปัจจุบันรองรับโครงการบัตรที่เชื่อมโยงกับ Stablecoin มากกว่า 130 โครงการในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
แนวทางหลักของ Visa คือการสร้างชั้นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Layer) เดียวที่เชื่อมต่อบล็อกเชนต่างๆ ที่กระจายตัวกันอยู่ เพื่อให้พันธมิตรสามารถใช้บริการได้ผ่านระบบเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเชื่อมต่อแต่ละเครือข่ายเอง
นักวิเคราะห์มอง Visa เชิงบวก — รับอานิสงส์ Stablecoin และ Agentic Commerce
ในจังหวะเดียวกับการประกาศนี้ นักวิเคราะห์จาก William Blair (วิลเลียม แบลร์ — บริษัทวาณิชธนกิจและวิจัยหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ) นำโดย Andrew Jeffrey ได้คงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับหุ้น Visa โดยระบุว่าบริษัทยังมีปัจจัยสนับสนุนที่ตลาดอาจประเมินต่ำเกินไป ทั้งเรื่อง Stablecoin, Agentic Commerce (การพาณิชย์ที่ใช้ AI Agent ดำเนินการแทนผู้ใช้) และพอร์ตบริการเสริมมูลค่าอื่นๆ
นักวิเคราะห์มองว่า Visa อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการคว้าปริมาณธุรกรรม B2B Settlement (การชำระเงินระหว่างธุรกิจ) ที่ใช้ Stablecoin เป็นตัวกลาง โดยถือว่ากิจกรรมในปัจจุบันเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของเครือข่ายการชำระเงินทั้งหมดที่กำลังเติบโต
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า Digital Euro (ยูโรดิจิทัล — สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางยุโรปที่อยู่ระหว่างการพัฒนา) อาจกลายเป็นแรงกดดันด้านกฎระเบียบในระยะกลาง แต่ Visa ก็ได้พัฒนาเครื่องมือเชื่อมต่อ (Interoperability) ระหว่างระบบ CBDC (Central Bank Digital Currency — สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง) กับเครือข่ายชำระเงินเดิมไว้รองรับแล้ว
จับมือ WeFi เปิดทางใช้คริปโตจ่ายโดยไม่เสียสิทธิ์ครอบครอง
นอกจากนี้ Visa ยังประกาศเมื่อวันอังคารว่าได้ร่วมมือกับ WeFi บริษัท "On-Chain Banking" เพื่อเปิดให้ผู้บริโภคสามารถใช้คริปโตในการชำระเงินได้ โดยยังคงสิทธิ์ในการควบคุมสินทรัพย์คริปโตของตนเอง (Self-Custody) ตามแนวคิดของ Web3
การจับมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมระหว่างโลก TradFi (การเงินดั้งเดิม) กับโลกคริปโต ที่ Visa พยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Visa เปิดตัวรองรับ 4 สเตเบิลคอยน์ บน 4 บล็อกเชน – ยอดใช้จ่าย Q4 พุ่งทะลุ 4 เท่า
👉 Visa เปิดตัวแดชบอร์ดการวิเคราะห์ 4 เหรียญ Stablecoin ใน 9 เครือข่ายบล็อกเชน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Visa Press Release / William Blair Research Note / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Visa ขยายโครงการชำระเงิน Stablecoin จาก 4 เป็น 9 บล็อกเชนภายในเวลาไม่นาน พร้อมกับยอด Run Rate ที่โตขึ้นจากระดับ 4.6 พันล้านดอลลาร์มาแตะ 7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Stablecoin กำลังย้ายจากบทบาท "เครื่องมือเก็งกำไรในตลาดคริปโต" ไปสู่บทบาท "โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน" อย่างเต็มตัว การที่บริษัทระดับ Visa เลือกรองรับเครือข่ายอย่าง Canton ที่ออกแบบมาสำหรับสถาบันการเงินโดยเฉพาะ ควบคู่กับ Layer-2 อย่าง Base และ Polygon สะท้อนว่าโจทย์ของการชำระเงินยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ "เชื่อมต่อกับบล็อกเชนใดบล็อกเชนหนึ่ง" แต่เป็นการสร้างเลเยอร์กลางที่รองรับได้ทุกเครือข่าย — ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมในปีถัดๆ ไป
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Visa, Stablecoin Settlement, USDC, Canton Network, Base, Polygon, Crypto Payment, B2B Settlement
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com