Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Community Bankers Council จี้สภาคุม “ยีลด์สเตเบิลคอยน์” ผ่านเว็บเทรด หลัง GENIUS Act ห้ามผู้ออกจ่ายดอกเบี้ย
2026-01-07T02:26:00.000Zข่าว

Community Bankers Council จี้สภาคุม “ยีลด์สเตเบิลคอยน์” ผ่านเว็บเทรด หลัง GENIUS Act ห้ามผู้ออกจ่ายดอกเบี้ย

กลุ่มผู้นำ ธนาคารชุมชน (community banks) ในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อสภาคองเกรสให้ “แก้/อุดช่องโหว่” ของ GENIUS Act โดยชี้ว่ามีช่องทางที่ทำให้ Stablecoin แบบให้ผลตอบแทน (yield / rewards) สามารถดึงเงินออกจากระบบธนาคารได้ แม้กฎหมายจะตั้งใจห้ามผู้ออกเหรียญจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือก็ตาม

 

กลุ่ม Community Bankers Council ภายใต้สมาคมธนาคารอเมริกัน (American Bankers Association – ABA) ระบุในจดหมายถึงวุฒิสภาว่า ควรปรับความเข้มงวดของกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ที่ผ่านเมื่อปีก่อน เพื่อป้องกันการ “จ่ายผลตอบแทนทางอ้อม” ให้ผู้ถือเหรียญผ่านพันธมิตร เช่น เว็บเทรดคริปโต หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง

 

“ช่องโหว่” ที่แบงก์ชี้คืออะไร

 

สาระหลักของข้อกังวลคือ แม้ GENIUS Act จะ ห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ย/ผลตอบแทนให้ผู้ถือ (เพื่อไม่ให้ Stablecoin แข่งขันกับบัญชีออมทรัพย์) แต่กลุ่มธนาคารชุมชนมองว่าบางบริษัท “อาศัยช่อง” โดยให้ บุคคลที่สาม ช่วยสนับสนุนการจ่ายผลตอบแทนแทน

 

019b9625-2338-7531-8c93-56903d3d89ba.webp
ที่มา: American Bankers Association

 

ในจดหมาย กลุ่มธนาคารระบุว่า

 

  • มีบริษัทบางส่วนใช้ “ช่องโหว่ที่ถูกมองว่ามีอยู่” เพื่อให้ผู้ออก Stablecoin สนับสนุนการจ่ายผลตอบแทน ผ่านเว็บเทรดและพาร์ตเนอร์อื่น ๆ

  • ตัวอย่างที่ถูกยกในบทความคือ เว็บเทรดอย่าง Coinbase และ Kraken ที่มีการให้ rewards กับผู้ใช้ที่ถือ Stablecoin บางชนิดบนแพลตฟอร์ม

 

กลุ่มธนาคารชุมชนสรุปแรง ๆ ว่า “ข้อยกเว้นกำลังกลืนกฎ” เพราะแม้ผู้ออกจะถูกห้ามโดยตรง แต่ถ้ายังมีการจ่ายผ่านเครือข่ายพันธมิตร ผลลัพธ์ก็แทบไม่ต่างจากการให้ดอกเบี้ย

 

ธนาคารชุมชนกังวลอะไร: กระทบ “เงินฝาก = สินเชื่อ”

 

ประเด็นที่ธนาคารชุมชนหยิบมาชูคือ หากเม็ดเงินจำนวนมากไหลไปอยู่ใน Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทน จะทำให้เงินฝากในธนาคารลดลง และอาจกระทบ “ความสามารถในการปล่อยกู้” ของธนาคารท้องถิ่น

 

พวกเขาอ้างว่าถ้า “เงินฝากจำนวนมหาศาล” ถูกดึงออกจากระบบธนาคารชุมชน คนที่กระทบจริงอาจเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก เช่น

 

  • ธุรกิจขนาดเล็ก

  • เกษตรกร

  • นักเรียน/นักศึกษา

  • ผู้ซื้อบ้านในชุมชนเมืองเล็ก

 

อีกมุมหนึ่ง กลุ่มธนาคารยังโต้ว่า “เว็บเทรดและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin” ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมช่องว่างด้านสินเชื่อ และไม่สามารถให้บริการแบบ มีประกัน/กำกับดูแล ในระดับเดียวกับธนาคาร

 

ข้อเรียกร้อง: ให้ “พันธมิตรของผู้ออก Stablecoin” ก็ห้ามจ่ายดอกเบี้ยด้วย

 

Community Bankers Council ขอให้สภานำข้อห้ามไปใส่ใน กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต (crypto market structure bill) ที่กำลังพิจารณาอยู่ โดยระบุให้ชัดว่า บริษัทในเครือ (affiliates) และพาร์ตเนอร์ของผู้ออก Stablecoin ก็ไม่ควรเสนอผลตอบแทนแก่ผู้ถือเหรียญเช่นกัน

 

ไม่ใช่แค่แบงก์ชุมชน: กลุ่มใหญ่ก็เคยกดดันมาก่อน

 

บทความระบุว่านี่เป็นหนึ่งในความพยายามต่อเนื่องของฝั่งธนาคาร โดยก่อนหน้านี้ Banking Policy Institute (กลุ่มที่นำโดย Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan) ก็เคยส่งจดหมายขอให้ปิด “loophole” แบบเดียวกัน และอ้างว่าอาจทำให้เงินฝากไหลออกได้มหาศาลถึง $6.6 ล้านล้าน

 

ฝั่งคริปโตโต้: “Payment stablecoins ไม่ได้เอาไปปล่อยกู้”

 

ด้านกลุ่มสนับสนุนคริปโต 2 กลุ่มหลัก คือ Crypto Council for Innovation และ Blockchain Association เคยตอบโต้แรงกดดันจากฝั่งธนาคาร โดยให้เหตุผลว่า

 

  • Payment stablecoins ไม่ได้ถูกใช้เพื่อเป็นแหล่งเงินปล่อยกู้ แบบธนาคาร

  • การปรับกฎหมายให้เข้มเกินไปอาจ บีบนวัตกรรม และลด ทางเลือกของผู้บริโภค

 

สรุป: ศึก “ยีลด์ Stablecoin” คือสงครามชิงเงินฝากและนิยามของการแข่งขัน

 

ภาพรวมเรื่องนี้คือการชนกันระหว่าง 2 ฝั่ง:

 

  • ธนาคาร มองว่า yield/rewards บน Stablecoin คือการแข่งขันกับเงินฝาก และเสี่ยงกระทบสินเชื่อเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • ฝั่งคริปโต มองว่าการจำกัดผลตอบแทนจะลดนวัตกรรมและทางเลือก โดยเฉพาะในตลาดการเงินดิจิทัล

 

จากนี้ต้องจับตาว่า “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต” ที่กำลังเดินหน้า จะใส่ข้อห้ามแบบขยายไปถึงพาร์ตเนอร์/affiliates หรือไม่ เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดว่า Stablecoin rewards จะถูกตีความเป็น “ดอกเบี้ยต้องห้าม” หรือเป็น “ฟีเจอร์ตลาด” ในกรอบใหม่ของสหรัฐฯ

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ cryptoslate.com