สำนักงานคุ้มครองเงินฝากสหรัฐฯ หรือ FDIC (Federal Deposit Insurance Corp.) เตรียมขยับครั้งใหญ่ในกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฝั่งสหรัฐฯ หลัง Travis Hill รักษาการประธาน FDIC ยืนยันต่อสภาคองเกรสว่า หน่วยงานกำลังจะออก ร่างกฎเกณฑ์ชุดแรกเพื่อรองรับกฎหมาย GENIUS Act ภายในเดือนนี้ พร้อมตามมาด้วยกฎด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับผู้ออก Stablecoin ต้นปีหน้า
กฎหมาย GENIUS Act (Guiding and Establishing National Innovation for U.S. Stablecoins Act) ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นเฟรมเวิร์กใหญ่สำหรับกำกับดูแลตลาด Stablecoin ในระดับประเทศ กำหนดให้หน่วยงานกลางและหน่วยงานรัฐต่าง ๆ มีบทบาทร่วมกันในการกำกับผู้ออกเหรียญที่อ้างอิงมูลค่าเงินดอลลาร์
GENIUS Act คืออะไร และทำไม FDIC ถึงสำคัญ
หัวใจของ GENIUS Act คือการสร้าง “กติกากลาง” ให้กับ ผู้ออก Payment Stablecoin ไม่ว่าจะมาจากภาคเอกชนหรือสถาบันการเงิน โดยแบ่งบทบาทให้หลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), FDIC, OCC และหน่วยงานกำกับระดับมลรัฐ
สำหรับ FDIC บทบาทหลักคือ
ออกใบอนุญาตและกำกับดูแลบริษัทย่อยของสถาบันการเงิน ที่ต้องการออก Stablecoin
กำหนดกรอบ เงินกองทุนขั้นต่ำ (Capital Requirements)
วางมาตรฐาน สภาพคล่อง (Liquidity Standards)
กำหนดหลักเกณฑ์ด้าน การกระจายสินทรัพย์สำรอง (Reserve Asset Diversification) เพื่อให้เหรียญมีสำรองที่ปลอดภัยและโปร่งใส
Travis Hill ระบุว่า ร่างกฎแรกจะเป็น เฟรมเวิร์กสำหรับการยื่นขออนุญาต ส่วนกฎด้านความมั่นคง (prudential requirements) สำหรับผู้ออก Stablecoin ภายใต้การกำกับของ FDIC จะตามมาในช่วงต้นปีหน้า
ทำความเข้าใจเฟรมเวิร์กใหม่ของ FDIC
ภายใต้กรอบ GENIUS Act ผู้ออก Stablecoin ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ FDIC จะต้องมี “โครงสร้างพื้นฐานแบบธนาคาร” มากขึ้น เช่น
ทุนสำรองและสินทรัพย์ปลอดภัย ที่เพียงพอรองรับเหรียญทุกเหรียญที่ออก
การบริหาร สภาพคล่องระยะสั้น เพื่อให้สามารถรองรับการไถ่ถอน (Redeem) ได้ตลอดเวลา
การกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์สำรอง ไม่กระจุกตัวอยู่ในตราสารหรือคู่สัญญาเดียว
เป้าหมายคือทำให้ Stablecoin ที่ออกมาภายใต้เฟรมเวิร์กนี้ มีความน่าเชื่อถือเทียบเคียงระบบการเงินดั้งเดิม และลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ “หลุด Peg” หรือการขาดสภาพคล่องจนลุกลามเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ
FDIC มองไปไกลถึง Tokenized Deposits
Hill ยังระบุด้วยว่า FDIC กำลังจัดทำ แนวทางกำกับ “Tokenized Deposits” ตามข้อเสนอของรายงานจากคณะทำงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม
Tokenized Deposits คือการนำเงินฝากในธนาคารมาออกเป็นโทเคนบนบล็อกเชน ซึ่งต่างจาก Stablecoin ทั่วไปตรงที่ยังถือเป็น “เงินฝากในระบบธนาคาร” อยู่ การวางกรอบกำกับที่ชัดเจนจะช่วยเปิดทางให้ธนาคารดั้งเดิมทดลองใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนได้มากขึ้น โดยไม่ปะปนกับผลิตภัณฑ์ Stablecoin ที่ออกโดยเอกชน
ผลกระทบต่อโลก Stablecoin และนักลงทุน
การที่ FDIC เริ่มเดินหน้าออกกฎภายใต้ GENIUS Act มีนัยสำคัญหลายด้าน
ความชัดเจนด้านกฎหมาย – ผู้ออก Stablecoin ที่อยากทำตลาดในสหรัฐฯ จะมีกรอบกติกาที่ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านทุนสำรอง สภาพคล่อง และการบริหารความเสี่ยง
โอกาสของสถาบันการเงินดั้งเดิม – ธนาคารที่อยู่ภายใต้ FDIC อาจเข้ามาเป็นผู้ออก Stablecoin อย่างเป็นทางการมากขึ้น หากสามารถผ่านเกณฑ์ที่กำหนดได้
การแข่งขันด้าน “คุณภาพสินทรัพย์สำรอง” – แบรนด์ Stablecoin ที่โปร่งใสและมีทุนสำรองแข็งแรงอาจได้เปรียบ ในขณะที่ผู้ออกเหรียญที่ข้อมูลคลุมเครืออาจเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนและหน่วยงานกำกับ
สัญญาณต่อประเทศอื่น ๆ – เมื่อสหรัฐฯ มีเฟรมเวิร์กระดับชาติสำหรับ Stablecoin อย่าง GENIUS Act ประเทศอื่นอาจหยิบไปต่อยอดเป็นโมเดลอ้างอิงของตัวเอง
สำหรับนักลงทุนคริปโตและผู้ใช้งาน Stablecoin ทั่วโลก กรอบกฎหมายที่ชัดเจนของสหรัฐฯ อาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในระยะยาว แม้ช่วงเริ่มต้นอาจทำให้ผู้เล่นบางรายต้องปรับตัวและเผชิญต้นทุนการกำกับดูแลที่สูงขึ้น
อ้างอิง : theblock.co