อัยการปัดข้อเสนอยกฟ้องผู้ก่อตั้ง Tornado Cash ชี้พฤติกรรม "อำพรางความผิด" ชัดเจน
Jay Clayton อัยการสหรัฐฯ ประจำเขต SDNY ยื่นหนังสือโต้แย้งคำร้องขอยกฟ้องของ Roman Storm ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash (บริการมิกซ์เซอร์คริปโตแบบกระจายศูนย์) โดยระบุว่าการอ้างคดีลิขสิทธิ์แพ่ง Cox Communications ไม่มีผลต่อคดีอาญาฟอกเงินและละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ในขณะที่ DOJ ภายใต้การนำของ Todd Blanche กำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบายสู่การลด "การกำกับดูแลผ่านการฟ้องคดี" ต่อวงการคริปโต
อัยการสหรัฐฯ โต้คำร้องของ Storm: "ไม่มีความเหมือนกันเลย"
Jay Clayton อดีตประธาน SEC (สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัยการสหรัฐฯ ประจำ SDNY (เขตตอนใต้ของนิวยอร์ก) ยื่นเอกสารตอบโต้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาต่อคำร้องขอยกฟ้องของ Roman Storm โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า พฤติกรรมทางอาญาที่ถูกกล่าวหานั้น "ดีที่สุดก็แค่พยายามกลบเกลื่อน แย่ที่สุดคือการบิดเบือนอย่างโจ่งแจ้ง"

ก่อนหน้านี้ ทนายความฝ่าย Storm แจ้งเจตนาจะอ้างอิงคำตัดสินคดี Cox Communications, Inc. v. Sony Music Entertainment ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ปี 2026 เพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้ว่า Storm ไม่มีเจตนาเข้าร่วมในอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ การสมคบคิดฟอกเงิน และการสมคบคิดละเมิดมาตรการคว่ำบาตร
อย่างไรก็ตาม Clayton ยืนยันชัดเจนว่า พฤติกรรมของ Storm "ไม่มีความคล้ายคลึงแม้แต่น้อย" กับคดี Cox ซึ่งเป็นเรื่องของความรับผิดทางแพ่งด้านลิขสิทธิ์เท่านั้น และชี้ให้เห็นว่าไม่มีหลักฐานใดว่า Storm ได้นำมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML — Anti-Money Laundering) มาใช้กับ Tornado Cash จริง
"คดีลิขสิทธิ์แพ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับคดีนี้เลย" — Jay Clayton, อัยการสหรัฐฯ ประจำ SDNY
ย้อนรอย: คณะลูกขุนตัดสินไม่เอกฉันท์ เปิดทางสู่การพิจารณาคดีใหม่
เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว คณะลูกขุนมีมติว่า Storm มีความผิดในข้อหา สมคบคิดดำเนินธุรกิจรับโอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาต แต่เกิดความเห็นแตกแยกกันในสองข้อหาที่เหลือ ได้แก่ การสมคบคิดฟอกเงิน และการสมคบคิดละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ทำให้คดีทั้งสองข้อหายังไม่ได้รับการสรุป และเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาคดีใหม่
คดีนี้กลายเป็นจุดสนใจของวงการคริปโตทั่วโลก โดยเฉพาะในแง่ของการถกเถียงว่า นักพัฒนาโค้ด (Developer) ควรต้องรับผิดชอบต่อวิธีที่ผู้อื่นนำโค้ดของตนไปใช้หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่อาจส่งผลระยะยาวต่อการพัฒนา Open-source Software (ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เปิดให้สาธารณะใช้ได้อย่างเสรี) ในวงการบล็อกเชน
DOJ ส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบาย — สิ้นสุดยุค "Regulation by Prosecution"?
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี Donald Trump ปลด Pam Bondi ออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุด และแต่งตั้ง Todd Blanche รักษาการในตำแหน่งดังกล่าวระหว่างรอการลงมติของวุฒิสภา
Blanche ซึ่งเคยเป็นทนายความส่วนตัวของ Trump ได้ออกบันทึกนโยบาย (Memo) เมื่อเดือนเมษายน 2025 เรียกร้องให้ยุติสิ่งที่เขาเรียกว่า "Regulation by Prosecution" (การกำกับดูแลผ่านการฟ้องคดี) โดย DOJ ระบุว่าจะ "ไม่ดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มที่กลุ่มอาชญากรใช้ในการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย"
แม้ Blanche จะไม่ได้เอ่ยชื่อ Storm โดยตรง แต่นโยบายดังกล่าวส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า DOJ อาจต้องการปิดฉากคดีประเภทนี้ในอนาคต สร้างบรรยากาศที่น่าจับตามองสำหรับผลสรุปของคดี Storm ในการประชุมที่กำหนดไว้วันพฤหัสบดีนี้
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Roman Storm Trial: Tornado Cash Developer Found Guilty of One Count — CoinDesk
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ dlnews.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีของ Roman Storm และ Tornado Cash ไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลคนเดียว แต่เป็นการวางบรรทัดฐานสำคัญว่าโลกกฎหมายจะมองนักพัฒนา Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะที่ทำงานอัตโนมัติบน Blockchain) อย่างไรในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือแม้ฝ่ายอัยการยังคงกดดันในคดีนี้ แต่นโยบายระดับสูงของ DOJ กำลังส่งสัญญาณในทิศทางตรงกันข้าม ความขัดแย้งของสัญญาณสองด้านนี้สะท้อนให้เห็นว่ากรอบกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยังไม่ลงตัว และผลลัพธ์ของคดีนี้จะมีนัยสำคัญต่อชุมชนนักพัฒนา Open-source ทั่วโลก
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Tornado Cash, Roman Storm, DOJ คริปโต, crypto regulation, money laundering blockchain, Todd Blanche, SDNY crypto, regulation by prosecution
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com