Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

สภาไฟเขียว “พ.ร.ก.ไซเบอร์-สินทรัพย์ดิจิทัล” ธนาคารต้องร่วมชดใช้ หากลูกค้าถูกหลอกโดยแก๊งคอลเซนเตอร์
29 May 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

สภาไฟเขียว “พ.ร.ก.ไซเบอร์-สินทรัพย์ดิจิทัล” ธนาคารต้องร่วมชดใช้ หากลูกค้าถูกหลอกโดยแก๊งคอลเซนเตอร์

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ มีมติเห็นชอบ “พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568” และ “พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568” อย่างเป็นเอกฉันท์ โดย พ.ร.ก.ทั้งสองฉบับนี้ มีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับมิจฉาชีพยุคดิจิทัล และการหลอกลวงผ่านช่องทางเทคโนโลยีสมัยใหม่

ไฮไลต์สำคัญของ พ.ร.ก.ฉบับใหม่นี้คือ การให้ธนาคาร, ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงจาก “แก๊งคอลเซนเตอร์” ที่สร้างความเสียหายมหาศาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า กฎหมายเดิมยังไม่เพียงพอในการรับมือกับพฤติกรรมมิจฉาชีพที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งการหลอกลวงผ่านบัญชีม้า, การใช้ซิมโทรศัพท์ปลอม และการโอนเงินผิดกฎหมายผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล

พ.ร.ก.ใหม่นี้จึงเน้น 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่

  1. การ คืนเงินให้ผู้เสียหาย อย่างทันท่วงที
  2. การ อายัดบัญชีม้า ที่ใช้เป็นช่องทางหลอกเงิน
  3. การ ควบคุมธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันการฟอกเงิน

ผู้สูงวัยตกเป็นเหยื่อหลัก – สังคมจี้ให้ธนาคารรับผิดร่วม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า กว่า 20% ของผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซนเตอร์คือ “ผู้สูงอายุ” ที่ต้องสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตโดยไม่มีโอกาสหาใหม่ การปล่อยให้ธนาคารหรือเครือข่ายมือถือไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ เป็นการผลักภาระให้ประชาชนแบกรับเพียงลำพัง

เขาย้ำว่า “มาตรา 8/10” ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการร่วมรับผิด คือหัวใจสำคัญของ พ.ร.ก. และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนลงทุนในระบบความปลอดภัยอย่างจริงจัง

“วันนี้ธนาคารไม่มีแรงจูงใจจะอัพเกรดระบบ เพราะไม่มีข้อกฎหมายบังคับ แต่ถ้าต้องรับผิดร่วม เราจะเห็นระบบความปลอดภัยดีขึ้นทันที”

ภัยไซเบอร์คือศัตรูของเศรษฐกิจไทย

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ชี้ว่า ปัญหานี้เป็น “ภัยคุกคามระดับประเทศ” โดยเฉพาะการที่เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์มีความเชื่อมโยงกับจีนเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งหลายแห่งยังมีประสิทธิภาพในการปราบปรามต่ำมาก

เขาเน้นว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้สองมิติควบคู่กัน ทั้งมิติของความมั่นคง (ทำลายโครงสร้างของแก๊ง) และมิติของการคุ้มครองประชาชนในประเทศ เช่น การจัดการบัญชีม้า, ซิมปลอม และกลไกคืนเงินที่ทำได้จริง

หลังอภิปรายกว่า 4 ชั่วโมง สภามีมติ เห็นชอบ พ.ร.ก.ไซเบอร์ฯ ด้วยคะแนน 452 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 และ เห็นชอบ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ด้วยคะแนน 453 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสังคมในการเดินหน้าจัดการกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง

อ้างอิง : thaipbs.or.th