Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ครม.เคาะร่างกฎกระทรวงคืนเงินเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ เร่งดัน 3,000 ล้านบาทในบัญชีต้องสงสัยกลับคืนผู้เสียหาย
28 November 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ครม.เคาะร่างกฎกระทรวงคืนเงินเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ เร่งดัน 3,000 ล้านบาทในบัญชีต้องสงสัยกลับคืนผู้เสียหาย

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติ “ในหลักการ” ต่อ ร่างกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ

 

เป้าหมายสำคัญของกฎกระทรวงฉบับนี้ คือการ เร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้เร็วและเป็นระบบมากขึ้น เพราะปัจจุบันมี

 

  • บัญชีที่ถูกระงับช่องทางทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 853,486 บัญชี

  • มียอด เงินคงเหลือค้างในระบบรวมกว่า 3,076 ล้านบาท ที่ยังต้องรอการตรวจสอบและหาทางคืนให้เจ้าของ

 

ร่างกฎกระทรวงจึงเข้ามากำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ชัดเจน ให้พนักงานสอบสวน หน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นแนวทางเดียวกันในการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย รวมถึงการจัดการ เงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและระบบการเงินดิจิทัลของไทย

 

1. การรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

กฎกระทรวงใหม่จะวางกรอบให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง “ส่งต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ” ตั้งแต่ต้นทาง

 

📌 เมื่อมีการตรวจพบความผิด / ยึด–อายัดเงินในบัญชี

 

  • พนักงานสอบสวนที่ยึดหรืออายัดเงินในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

  • ต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมไปยัง

    • ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.)

    • และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.)

  • เพื่อให้สามารถประกาศรายชื่อบัญชีที่เกี่ยวข้อง และใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายผ่านระบบที่กำหนด

 

📌 กรณีสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุสงสัย

 

  • หากธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินพบเหตุอันควรสงสัยว่าบัญชีใดเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

  • ต้องรายงานไปยัง สำนักงาน ปปง. เพื่อให้ตรวจสอบ

  • หากบัญชียังไม่ได้ถูกยึดหรืออายัด เลขาธิการ ปปง. สามารถมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อ

 

📌 การพิจารณาคืนทรัพย์

 

  • เลขาธิการ ปปง. จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการธุรกรรม

  • หากพบว่ามีผู้เสียหาย จะเสนอเรื่องต่อ คณะกรรมการธุรกรรม เพื่อพิจารณาคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล

  • หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เกี่ยวข้องกับความผิด จะดำเนินการถอนการยึดหรืออายัดบัญชีคืนให้เจ้าของบัญชี

 

2. กระบวนการยื่นคำร้อง–คัดค้าน และการตรวจสอบคำร้อง

 

เพื่อให้ผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเข้าไปขอรับเงินคืน กฎกระทรวงกำหนดให้ต้องมี “การประกาศและเปิดโอกาสยื่นคำร้อง” อย่างชัดเจน

 

📌 การประกาศรายชื่อบัญชีที่เกี่ยวข้อง

 

  • รายชื่อบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะถูกประกาศใน

    • ราชกิจจานุเบกษา

    • และช่องทางของ สำนักงาน ปปง.

  • เพื่อให้ผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องทราบ และสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินคืนหรือยื่นคำร้องคัดค้านได้

 

📌 ระยะเวลายื่นคำร้อง

 

  • ผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องต้องยื่นคำร้องภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ

 

📌 ข้อมูลที่ประกาศจะระบุอะไรบ้าง เช่น

 

  • ชื่อ–นามสกุล

  • เลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์

  • เลขที่บัญชี / หมายเลขกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล

  • ชื่อสถาบันการเงิน

  • พฤติการณ์การกระทำความผิดโดยสังเขป

 

📌 ผู้มีสิทธิเข้ายื่นคำร้อง

 

  • ผู้เสียหายโดยตรง

  • ผู้แทนโดยชอบธรรม

  • ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน

  • สามีหรือภริยา

 

คำร้องต้องแนบเอกสารและหลักฐานที่กำหนด เช่น สำเนาคำพิพากษาหรือเอกสารพิสูจน์ความเป็นผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา

 

3. วิธีการคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้ผู้เสียหาย

 

เมื่อผ่านขั้นตอนตรวจสอบแล้ว ระบบจะเดินหน้าไปสู่การ “คืนเงินจริง” ให้ผู้เสียหาย

 

📌 การเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรม

 

  • เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานข้อเท็จจริงและความเห็น เสนอเลขาธิการ ปปง.

  • เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนเสนอเรื่องต่อ คณะกรรมการธุรกรรม พิจารณาสั่งคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล

 

📌 การแจ้งผลและสิทธิของคู่กรณี

 

  • เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้คืนเงิน หรือมีมติเห็นชอบคำร้องคัดค้าน

  • สำนักงาน ปปง. ต้องแจ้งผลให้ผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องทราบ

  • หากมีผู้ประสงค์จะยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง สามารถทำได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง

  • ถ้าไม่มีการยื่นคำร้องคัดค้านในเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งสถาบันการเงินให้ปฏิบัติตามคำสั่งคืนเงินได้ทันที

 

📌 วิธีการคืนเงิน/สินทรัพย์ดิจิทัล

 

  • คืนโดยการโอนเงินกลับไปยังบัญชีของผู้เสียหาย

  • หากไม่สามารถโอนกลับไปยังบัญชีเดิมได้ อาจพิจารณาโอนไปยังบัญชีอื่นที่เป็นของผู้เสียหายตามที่กำหนด

  • สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล จะคืนเข้ากระเป๋าที่ผู้เสียหายถือสิทธิอย่างชอบด้วยกฎหมาย

 

📌 กรณีตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้องกับความผิด

 

  • หากคณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่าบัญชีใดไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

  • จะมีหนังสือแจ้งให้ ศปอท. ถอนการยึดหรืออายัด

  • และแจ้งเจ้าของบัญชีหรือผู้เกี่ยวข้องให้ทราบ

 

4. การจัดการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลกรณีไม่มีผู้มาแสดงตัว

 

ในบางกรณี อาจไม่มีผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องมายื่นคำร้องขอรับเงินคืน กฎกระทรวงจึงกำหนดแนวทางจัดการทรัพย์ส่วนนี้ไว้ชัดเจน

 

📌 กรณีไม่มีผู้เสียหายมายื่นคำร้อง/คัดค้าน

 

  • เงินสดหรือเงินในบัญชี

    • ให้นำฝากไว้กับสถาบันการเงินที่เลขาธิการ ปปง. กำหนด

  • สินทรัพย์ดิจิทัล

    • ให้นำเก็บไว้ในบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet / custody) ที่เลขาธิการ ปปง. กำหนด

 

📌 ครบ 10 ปีแล้วยังไม่มีใครมาแสดงตัว

 

  • หากไม่มีผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องมายื่นคำร้องภายใน 10 ปี นับจากวันที่คืนหรือประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  • เงินต้นและดอกผลที่เหลือ จะถูกนำส่งเข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

  • หากเจ้าของเงินมาขอรับคืนภายหลัง ต้องพิสูจน์เหตุผลอันสมควรว่าทำไมจึงไม่ยื่นคำร้องภายในกำหนด

 

5. ความเชื่อมโยงกับ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)

 

ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ถือเป็นหนึ่งใน “เหตุผลประกอบ” การเสนอ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

 

ดังนั้น จึงไม่เข้าข่ายเป็นร่างกฎที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบก่อนการออกกฎ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นฯ พ.ศ. 2568

 

มุมมองภาพรวม: สัญญาณว่ารัฐเริ่ม “คิดครบวงจร” ตั้งแต่ปิดช่องทาง–อายัดเงิน ไปจนถึงคืนเงินเหยื่อ

 

ที่ผ่านมา คนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ มักเจอปัญหาใหญ่สองเรื่องคือ

 

  • เงินถูกระงับ/อายัดไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะ “ได้คืนเมื่อไร และจากช่องทางไหน”

  • ขั้นตอนในทางปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานไม่ชัด ทำให้คนรู้สึกว่ากระบวนการเยียวยา “ช้าและไกลตัว”

 

ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งที่พยายามทำให้

 

  • กระบวนการ รายงาน–ตรวจสอบ–คืนเงิน มีโครงสร้างที่ชัดขึ้น

  • กำหนดระยะเวลา/ช่องทาง/ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องอย่างละเอียด

  • วางกรอบการจัดการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลที่ “ไม่มีเจ้าของชัดเจน” ไม่ให้แขวนในระบบอย่างไร้ทิศทาง

 

แม้ต้องรอดูในทางปฏิบัติว่าแต่ละหน่วยงานจะทำงานได้เร็วและเป็นมิตรต่อผู้เสียหายแค่ไหน แต่ในเชิงนโยบาย นี่คือสัญญาณว่า รัฐเริ่มขยับจากการ “ปิดช่องทางโจร” ไปสู่การ “ดึงเงินกลับคืนให้เหยื่อ” อย่างจริงจังมากขึ้น

 

ภาพ tribuneindia.com