Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Standard Chartered การันตีเป้า Bitcoin $100,000 ชี้ปู่เซย์เลอร์แค่สื่อสารพลาด ไม่ใช่ถังแตก
11 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

Standard Chartered การันตีเป้า Bitcoin $100,000 ชี้ปู่เซย์เลอร์แค่สื่อสารพลาด ไม่ใช่ถังแตก

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ยังคงเป้าหมายราคา Bitcoin ที่ 100,000 ดอลลาร์ (~3.3 ล้านบาท) ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 โดยมองว่าแรงกดดันที่เกิดจากการที่ Strategy เทขาย Bitcoin ล่าสุดนั้น เป็นเพียง "ปัญหาการสื่อสาร" ไม่ใช่สัญญาณว่างบดุลของบริษัทกำลังอ่อนแอ พูดง่ายๆ ก็คือ ตลาดยังไม่เข้าใจว่า Strategy กำลังปรับโมเดลธุรกิจ ไม่ใช่กำลังถอดใจจาก Bitcoin

 

🏦 "แค่ปัญหาการสื่อสาร ไม่มีอะไรมากกว่านั้น"

 

เจฟฟรีย์ เคนดริก (Geoffrey Kendrick) หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของธนาคาร ระบุในบันทึกถึงนักลงทุนว่า การเคลื่อนไหวของ Strategy กำลังสร้างความไม่ชัดเจนต่อทิศทางระยะสั้นของ Bitcoin โดยเขาเขียนไว้ตรงๆ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Strategy ตอนนี้เป็นแค่ความท้าทายด้านการสื่อสารเท่านั้น

 

เคนดริกมองว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนจากคำมั่น "ไม่มีวันขาย Bitcoin" (never sell) ไปสู่แนวทางที่ซับซ้อนขึ้น และการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ชัดเจนจะเป็นตัวกำหนดว่าแรงกดดันต่อ Bitcoin จะคลายลงเร็วแค่ไหน 

 

🔄 จากเครื่องสะสม BTC สู่หลักประกันตราสารเครดิต

 

Strategy (บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกระดับองค์กร เดิมชื่อ MicroStrategy) ของ ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ปัจจุบันถือครอง Bitcoin อยู่ที่ 843,775 เหรียญ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 4% ของอุปทานทั้งหมด 21 ล้านเหรียญที่จะมีอยู่ตลอดกาล คิดเป็นมูลค่าราว 52,300 ล้านดอลลาร์ (~1.75 ล้านล้านบาท)

 

หัวใจของปัญหาอยู่ที่ตัวเลข mNAV (อัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อมูลค่า Bitcoin ที่บริษัทถือครอง) ในช่วงปี 2563–กลางปี 2568 ค่า mNAV ของบริษัทเคยสูงกว่า 1.0 มาก ทำให้ Strategy สามารถออกหุ้นใหม่ นำเงินไปซื้อ Bitcoin และเพิ่มมูลค่าบริษัทได้มากกว่ามูลค่าหุ้นที่ออกไป แต่เมื่อ mNAV ลดลงมาอยู่ราว 1.0 กลไกนี้ก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป (ทั้งนี้ ตัวเลขจากผู้ติดตามบางราย เช่น BitcoinTreasuries ที่คำนวณจากมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น ให้ตัวเลขต่ำกว่านั้นที่ราว 0.7 เท่า) 

 

เคนดริกชี้ว่า Strategy กำลังหันไปใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันหนุนหลังหุ้นบุริมสิทธ์ถาวร STRC ซึ่งทำงานเหมือนผลิตภัณฑ์เครดิตแทน 

 

⚠️ วงจรป้อนกลับของ STRC

 

STRC (หุ้นบุริมสิทธิ์แบบถาวรที่ Strategy ใช้ระดมทุน จ่ายปันผลในอัตราลอยตัว) จ่ายปันผล 12% ต่อปี ชำระเป็นเงินสดทุกครึ่งเดือน และมีมูลค่าคงค้างราว 10,000 ล้านดอลลาร์ (~333,900 ล้านบาท) ถือเป็นตราสารทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดที่ Strategy ออกมา

 

ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อ STRC หลุดจากราคาตราสาร (par value) ที่ 100 ดอลลาร์อย่างรุนแรง ทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 71.25 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นการดิ่งลงหลังจากที่บริษัทประกาศเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนว่าได้ขาย Bitcoin ไป 32 เหรียญในสัปดาห์ก่อนหน้า จนกลายเป็นดราม่าที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นตลาด 

 

ล่าสุด STRC ฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง โดยสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดระบุว่ายังซื้อขายอยู่ราว 90 ดอลลาร์ (ขณะที่ The Block รายงานว่าปิดตลาดวันพฤหัสฯ ที่ 87.87 ดอลลาร์) โดยเงินสำรองสกุลดอลลาร์ที่กันไว้จ่ายปันผล STRC อยู่ที่ 2,550 ล้านดอลลาร์ (~85,144 ล้านบาท) เทียบเท่าความสามารถในการจ่ายปันผลได้เกือบปีครึ่ง หรือ 17.4 เดือน 

 

เคนดริกเปรียบเทียบกลไกนี้กับการที่ธนาคารกลางประกาศว่าจะทำ "ทุกวิถีทาง" (whatever it takes) แล้วสามารถรักษาความน่าเชื่อถือไว้ได้โดยไม่ต้องลงมือจริง เขามองว่า STRC มีหลักประกันหนุนหลังเกินมูลค่า (overcollateralized) และควรจะกลับไปซื้อขายใกล้ 100 ดอลลาร์ได้ในไม่ช้า ซึ่งจะช่วยจำกัดแรงกดดันขาลงต่อ Bitcoin 

 

💵 ขายครั้งใหญ่สุด 3,588 BTC — นักวิเคราะห์เสียงแตก

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา Strategy ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญ มูลค่าราว 216 ล้านดอลลาร์ (~7,212 ล้านบาท) ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน–5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นการขายครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท เพื่อนำเงินไปจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ์และเติมเงินสำรอง โดยเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ BTC Monetization Program (แผนแปลง Bitcoin เป็นเงินสด) ที่ระดมทุนได้สูงสุด 1,250 ล้านดอลลาร์ (~41,738 ล้านบาท)

 

มุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้แตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์จาก JPMorgan (เจพีมอร์แกน วาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ) มองว่าการทำให้นโยบายการขายเป็นทางการ ก่อให้เกิด "ความเสี่ยงสองทางที่เลี่ยงได้" เพราะทำให้ Strategy กลายเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย Bitcoin ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ แซค แพนเดิล (Zach Pandl) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale (บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตรายใหญ่) กลับมองตรงข้าม โดยเห็นว่าการขายช่วยเสริมความแข็งแกร่งของงบดุลและช่วยให้ Bitcoin หาจุดต่ำที่มั่นคงขึ้น 

 

ด้านราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ราว 64,000 ดอลลาร์ (~2.1 ล้านบาท) ปรับขึ้น 3.8% ในรอบสัปดาห์ แต่ยังติดลบราว 42% เมื่อเทียบกับต้นปี โดยเคนดริกเรียกระดับราคานี้ว่าเป็น "จังหวะน่าซื้ออย่างยิ่ง" (a screaming buy) 

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 สงครามเพจการเงินไทยปะทุ ฝั่งเตือนฟองสบู่ 100 ปี อีกฝั่งสวนว่าแพงไม่เท่ากับฟองสบู่
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (ตรวจสอบเพิ่มเติมจาก Decrypt, Bitcoin Magazine และ TheStreet)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังคงเป้าหมายเดิมท่ามกลางราคาที่ติดลบกว่า 42% ตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่าฝั่งสถาบันมองการปรับโมเดลของ Strategy เป็นเรื่อง "การเล่าเรื่อง" มากกว่าปัญหาพื้นฐาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเสียงจาก JPMorgan เรื่องความเสี่ยงสองทางนั้นมีน้ำหนักไม่น้อย เมื่อบริษัทที่เคยเป็น "กำแพงซื้อ" กลายมาเป็นผู้ขายด้วย จุดที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ STRC จะกลับไปใกล้ราคาตราสาร 100 ดอลลาร์ได้จริงตามที่นักวิเคราะห์คาดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของโมเดล "เครดิตหนุนด้วย Bitcoin" ทั้งนี้ ความผันผวนยังเป็นเรื่องปกติของตลาดคริปโต และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจเสมอ

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Standard Chartered, Bitcoin $100000, Strategy, Michael Saylor, STRC, mNAV, Geoffrey Kendrick, Bitcoin price target

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com