ราคาของ Bitcoin (BTC) ยังยืนเหนือโซน 85,000 ดอลลาร์ ได้ แต่แรงขายจากฝั่ง Spot Bitcoin ETF ที่มีกระแสเงินไหลออก (outflow) ถึง 358 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
“นักลงทุนสถาบันกำลังทยอยทิ้ง Bitcoin แล้วหรือเปล่า?”
เมื่อรวมกับการที่ราคา BTC ปรับฐานลงมาประมาณ 31% จากจุดสูงสุดที่ 126,219 ดอลลาร์ ภาพรวมปลายปีเลยดูไม่สดใสเท่าที่ตลาดเคยหวังว่าจะได้เห็นระดับ 100,000 ดอลลาร์ ในเดือนธันวาคม

แต่ถ้าดูให้ลึกลงไปกว่าราคาและตัวเลข outflow แค่ไม่กี่วัน ข้อมูลเชิงโครงสร้างกลับบอกอีกเรื่องหนึ่ง คือ สถาบันยังไม่ได้ “ทิ้งของหนีตาย” แต่กำลังอยู่ในโหมดพักและจัดพอร์ตใหม่มากกว่า
Spot Bitcoin ETF ไหลออกแรง แต่ยังไม่ใช่สัญญาณ “หนีตลาด”
ตัวเลขสำคัญจากตลาดคือ
Spot Bitcoin ETF มีกระแส เงินไหลออกสุทธิ 358 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์
เป็นการไหลออกต่อวันที่สูงที่สุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์
เกิดขึ้นหลัง BTC หลุดแนวจิตวิทยา 90,000 ดอลลาร์ และย่อลงไปแถว 85,000 ดอลลาร์
กระแสนี้ทำให้ตลาดเริ่มกังวลว่า สถาบันอาจกำลังลดน้ำหนัก Bitcoin ลง และเลิกคาดหวังกับการวิ่งขึ้นไปยืนเหนือ 100,000 ดอลลาร์ในปีนี้ แต่หากมองในมุมโครงสร้างกระแสเงินทุน จะพบว่า:
ทุนสถาบันส่วนใหญ่ เข้าผ่าน Spot Bitcoin ETF และการถือผ่านงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน
การปรับฐานรอบนี้ยังอยู่ในกรอบที่ “ปกติ” เมื่อเทียบกับรอบปรับฐานขนาดใหญ่ในอดีต
ยังไม่เห็นสัญญาณว่าเกิด “การเทขายแบบตัดขาดทุนระยะยาว” จากฝั่งสถาบัน
กล่าวคือ การไหลออกหลักร้อยล้านดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ เมื่อเทียบกับขนาดตลาด Bitcoin ระดับหลายล้าน BTC และมูลค่าตลาดรวมระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ ยังไม่ใช่ขนาดที่บอกได้ชัดว่าสถาบันกำลัง “หนีออกจากตลาด” เพียงแต่ ชะลอจังหวะการสะสม และรอดูภาพมหภาคให้ชัดขึ้นก่อน

Bitcoin, Gold และภาพของ “Digital Store of Value” ที่ยังไม่พัง
อีกหนึ่งมุมที่ตลาดชอบใช้เทียบ คือความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับทองคำ (gold) เพราะหลายปีที่ผ่านมา Bitcoin ถูกเล่าในฐานะ “Digital Gold” หรือสินทรัพย์สำรองทางเลือกสำหรับโลกการเงินยุคใหม่
จุดที่น่าสนใจคือ:
ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Bitcoin ให้ผลตอบแทนแย่กว่าทองคำราว 48%
แต่ค่า Correlation 60 วัน ระหว่าง BTC กับทองกลับ แกว่งไปมาระหว่างค่าบวกและลบ แทบตลอด
แม้ราคา BTC จะปรับลงมา 31% จากจุดสูงสุด แต่ตัวชี้วัดความสัมพันธ์กับทอง แทบไม่ขยับ

แปลความได้คร่าว ๆ ว่า:
นักลงทุนยังไม่ได้ “ยกเลิกสถานะ” Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก
แต่กำลังมอง Bitcoin เป็น สินทรัพย์ที่มีไดนามิกของตัวเอง มากกว่าจะตามทองแบบ 1:1
ทองยังคงเป็น Store of Value หลักของโลก ด้วยมูลค่าตลาดราว 30 ล้านล้านดอลลาร์
ขณะที่ Bitcoin พยายาม “แทรกตัว” ขึ้นมาเป็นระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ที่วิ่งคู่ขนานกัน
ดังนั้น การที่ BTC ปรับฐานแรงในช่วง 10 สัปดาห์ล่าสุด ไม่ได้แปลว่าตลาดเลิกมองบทบาทระยะยาว แต่สะท้อนว่า Bitcoin ยังเป็นสินทรัพย์ที่อยู่ในช่วง “กำลังก่อรูปแบบ” มากกว่าจะนิ่งแบบทองคำ
ภาพความเสี่ยง: Volatility ของ Bitcoin ยัง “ตรงธีสิส” สินทรัพย์เสี่ยงจัด
ด้านความเสี่ยงในสายตาสถาบันมักวัดกันผ่าน Implied Volatility (IV) ของออปชัน โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
IV ของ Bitcoin พุ่งขึ้นไปสูงสุดรอบล่าสุดที่ 53%
ระดับนี้ใกล้เคียงกับหุ้นเทคโนโลยีความเสี่ยงสูงอย่าง Tesla (TSLA)
โปรไฟล์ความเสี่ยงของ BTC ยังถูกเปรียบเทียบกับหุ้นเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia (NVDA) และ Broadcom (AVGO)

สิ่งนี้บอกเราว่า:
ตลาด ยังมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่ให้โอกาสผลตอบแทนสูง เช่นเดิม
การเพิ่มหรือลดน้ำหนักของสถาบันขึ้นกับ ภาพมหภาคและดอกเบี้ย ไม่ใช่เพราะมองว่า “ธีสิสของ Bitcoin พังแล้ว”
ความผันผวนที่สูงเกินปกติทำให้มาร์เก็ตเมกเกอร์และสถาบันต้องระมัดระวังเรื่องการจัดการความเสี่ยงมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเลิกเชื่อในโอกาสระยะยาว
ผลตอบแทนระยะยาว: BTC ยังชนะ S&P 500 ในรอบ 18 เดือน
แม้ปี 2025 จะดูไม่หวือหวาอย่างที่หลายคนฝัน แต่ข้อมูลในมุมย้อนหลังยังสะท้อนว่า:
ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา Bitcoin ยังให้ผลตอบแทนชนะดัชนี S&P 500 ประมาณ 7%
ตัวเลขนี้อาจไม่ได้สูงเวอร์แบบรอบก่อน ๆ แต่ในเชิงสถาบันถือว่า BTC ยัง “คุ้มความเสี่ยง” อยู่
ในขณะเดียวกัน เฟดเพิ่งเริ่มอัด สภาพคล่องใหม่เข้าระบบ ผ่านการซื้อพันธบัตรระยะสั้น ขณะที่ผลของสภาพคล่องนี้ ยังไม่ถูกสะท้อนเต็มในราคาสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bitcoin
จึงอาจเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า
“รอบนี้ Bitcoin หมดรอบขาขึ้นแล้ว แค่เพราะเราเจอการปรับฐาน 30% และ Spot ETF ไหลออกไม่กี่วันติดกัน”
สรุป: Outflow 358 ล้านดอลลาร์ = สัญญาณพักฐาน ไม่ใช่สัญญาณหนีตาย
เมื่ออ่านภาพรวมทั้งกระแส Spot Bitcoin ETF, ความสัมพันธ์กับทอง, โปรไฟล์ความเสี่ยงจากออปชัน และผลตอบแทนเทียบตลาดหุ้น จะเห็นเคสที่ชัดขึ้นว่า:
สถาบันกำลัง จัดพอร์ต ปรับน้ำหนัก และรอดูภาพดอกเบี้ย–สภาพคล่อง มากกว่าจะปิดธีสิส Bitcoin
การปรับฐาน 31% ยังอยู่ในกรอบ “ปกติของ Bitcoin” เมื่อเทียบกับรอบปรับฐานในอดีต
กระแสเงินไหลออก 358 ล้านดอลลาร์ ยังไม่ใหญ่พอ ที่จะตีความว่าเป็น “การเทขายแบบถาวร”
อ้างอิง : cointelegraph.com